DroidSans https://droidsans.com The First Android Community in Thailand Sat, 25 Mar 2017 04:21:22 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=4.7.3 122428993 เผยข้อมูล OPPO F3 และ F3 Plus มาพร้อมกล้องหน้าคู่ Selfie Expert https://droidsans.com/oppo-f3-and-f3-plus-now-official/ https://droidsans.com/oppo-f3-and-f3-plus-now-official/#respond Sat, 25 Mar 2017 03:46:47 +0000 https://droidsans.com/?p=1376696 ก่อนหน้านี้เราได้เห็นภาพมือถือ OPPO ที่จะมาพร้อมกล้องหน้าคู่ เพื่อเพิ่มประสบการณ์การถ่ายภาพเซลฟี่ ให้สมกับฉายา Selfie Expert และตอนนี้ทััง OPPO F3 และ OPPO F3 Plus ก็มรข้อมูลและรายละเอียดต่างๆ เผยแพร่ออกมาอย่างเป็นทางการแล้ว โดยสองรุ่นนี้มีสเปกหลักๆ คล้ายกัน คือการมาของกล้องหน้าคู่ และดีไซน์โค้งมนสวยงามพร้อมเส้นสัญญาณบางเฉียบ ถึงแม้ในตอนนี้ชื่อของทั้ง 2 รุ่นจะถูกเปิดเผยออกมาอย่างเป็นทางการแล้ว แต่ดูเหมือนจะมีแต่ข้อมูลและสเปคของ OPPO F3 Plus ที่ถูกเผยออกมาซะมากกว่า ทั้งในเรื่องของชิปประมวลผล Snapdragon 653 รองรับเทคโนโลยีการชาร์จไว VOOC และมีระบบสแกนลายนิ้วมือด้านหน้า โดยคาดว่าอาจมีการวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการวันที่ 1 เมษายนนีัในกลุ่มประเทศแรกๆ ที่มีการทำตลาด   สเปก OPPO F3 Plus ตัวเครื่องโลหะ หน้าจอขนาด 6 นิ้ว 2.5D แบบ Full HD (F3 หน้าจอ 5.5 นิ้ว) สัดส่วน 163.63 x 80.8 x 7.35 มิลลิเมตร น้ำหนัก 185g […]

The post เผยข้อมูล OPPO F3 และ F3 Plus มาพร้อมกล้องหน้าคู่ Selfie Expert appeared first on DroidSans.

]]>
ก่อนหน้านี้เราได้เห็นภาพมือถือ OPPO ที่จะมาพร้อมกล้องหน้าคู่ เพื่อเพิ่มประสบการณ์การถ่ายภาพเซลฟี่ ให้สมกับฉายา Selfie Expert และตอนนี้ทััง OPPO F3 และ OPPO F3 Plus ก็มรข้อมูลและรายละเอียดต่างๆ เผยแพร่ออกมาอย่างเป็นทางการแล้ว โดยสองรุ่นนี้มีสเปกหลักๆ คล้ายกัน คือการมาของกล้องหน้าคู่ และดีไซน์โค้งมนสวยงามพร้อมเส้นสัญญาณบางเฉียบ

ถึงแม้ในตอนนี้ชื่อของทั้ง 2 รุ่นจะถูกเปิดเผยออกมาอย่างเป็นทางการแล้ว แต่ดูเหมือนจะมีแต่ข้อมูลและสเปคของ OPPO F3 Plus ที่ถูกเผยออกมาซะมากกว่า ทั้งในเรื่องของชิปประมวลผล Snapdragon 653 รองรับเทคโนโลยีการชาร์จไว VOOC และมีระบบสแกนลายนิ้วมือด้านหน้า โดยคาดว่าอาจมีการวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการวันที่ 1 เมษายนนีัในกลุ่มประเทศแรกๆ ที่มีการทำตลาด

 

สเปก OPPO F3 Plus

  • ตัวเครื่องโลหะ หน้าจอขนาด 6 นิ้ว 2.5D แบบ Full HD (F3 หน้าจอ 5.5 นิ้ว)
  • สัดส่วน 163.63 x 80.8 x 7.35 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก 185g
  • ชิป Qualcomm Snapdragon 653
  • แรม 4GB รอม 64GB
  • แบต 4000mAh
  • รองรับระบบ VOOC flash Charge technology
  • รองรับระบบสแกนลายนิ้วมือ
  • ColorOS 3.0 รันบน Android 6.0
  • มีสีให้เลือก คือ สีทอง สีดำและจะมีสี่อื่นตามมาอีก เช่น สีทองชมพู

เรื่องของกล้องนั้นถึอว่า F3 Plus เป็นสมาร์ทโฟนตัวแรกของ OPPO ที่มาพร้อมกล้องหน้าคู่เน้นความเป็น Selfie Expert โดยกล้องหน้าตัวแรกมีความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง F2.2 กล้องตัวที่สอง 8 ล้านพิกเซล มุมกว้าง 120 องศา ผู้ใช้สามารถตั้งเวลาถ่ายรูปทั้งแบบส่วนตัวและแบบกลุ่มได้อีกด้วย

กล้องหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ของ Sony IMX398 ขนาด 1/2.8 นิ้ว รูรับแสง F1.7 พร้อมเทคโนโลยี Dual PDAF แฟลชทูโทนที่ปรับให้มีความนุ่มนวลมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีโหมด Beautify 4.0 เพื่อเพิ่มความสวยงามให้กับภาพอีกด้วย

ส่วนรุ่นน้องอย่าง OPPO F3 ณ ตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลมากนักจะมีแค่ว่าใช้หน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว เลนส์กล้องแบบ Dual-shot และคาดว่าอาจ อาจจะเปิดตัวช้ากว่าคือเป็นเดือนพฤษภาคมโน่นเลย

ส่วนราคาของ OPPO F3 Plus มีราคาของประเทศอินเดียออกมาแล้ว 30,990 รูปี หรือประมาณ 16,500 บาท ส่วนราคา F3 ยังไม่เปิดเผยออกมาในตอนนี้

 

ที่มา eprice.com.tw

The post เผยข้อมูล OPPO F3 และ F3 Plus มาพร้อมกล้องหน้าคู่ Selfie Expert appeared first on DroidSans.

]]>
https://droidsans.com/oppo-f3-and-f3-plus-now-official/feed/ 0 1376696
Facebook Messenger เตรียมเปิดตัวฟีเจอร์แสดงความรู้สึกต่อข้อความที่ได้รับ https://droidsans.com/facebook-messenger-new-features/ https://droidsans.com/facebook-messenger-new-features/#respond Sat, 25 Mar 2017 02:44:00 +0000 https://droidsans.com/?p=1376529 Facebook Messenger เตรียมเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ให้ได้เล่นกันอีกแล้วกับฟีเจอร์ reactions แสดงอารมณ์ต่อข้อความที่ได้รับ และยังมาพร้อมกับฟีเจอร์ mentions ที่สามารถแท็กชื่อคนที่เรากำลังพูดถึงอยู่ โดยฟีเจอร์ใหม่ 2 อย่างนี้กำลังจะเปิดให้ใช้กันในอีกไม่นานนี้ ในฟีเจอร์ Reactions เราจะสามารถแสดงความรู้สึกต่อข้อความที่มีคนส่งมาให้โดยการจิ้มที่ข้อความนั้นค้างเอาไว้ จากนั้นจะมีตัวเลือกขึ้นมาให้เราแสดงความรู้สึก โดยตอนนี้มีอยู่ 7 ตัวเลือกด้วยกัน คือ love, smile, wow, sad, angry, yes และ no  ซึ่งเราสามารถกดดูได้ว่ามีใครบ้างที่แสดงความรู้สึกต่อข้อความที่เราส่งไปโดยการกดตัว emoji ที่อยู่ด้านล่างข้อความที่เราส่งไป และถ้ามีคนแสดงความรู้สึกกับข้อความของเรา จะมีภาพเคลื่อนไหวเล็กๆให้เห็นตรงมุมล่างของข้อความ ถ้าเราไม่ได้อยู่ในหน้าจอ Messenger หรือปิดจอมือถือเอาไว้ ก็จะมี Notification แบบใหม่ขึ้นมาแจ้งว่ามีคนแสดงความรู้สึกต่อข้อความของเรา และในส่วนของฟีเจอร์ Mentions จะเป็นการแจ้งเตือนให้คนที่เรากำลังพูดถึงในกลุ่มแชทรู้ตัว ด้วยการพิมพ์ตัว @ และตามด้วยชื่อของคนที่เราต้องการพูดถึง พอเรากดส่งข้อความไป ชื่อของคนที่เราแท็กไว้ก็จะถูกไฮไลท์เอาไว้ และคนที่เราได้ทำการแท็กชื่อไว้ก็จะได้รับการแจ้งเตือนแบบใหม่ด้วย ว่ามีคนเอ่ยถึงในกลุ่มแชท  และเมื่อกดเข้าไปดูก็จะเด้งเข้าไปตรงข้อความที่โดนเอ่ยชื่อเลย ฟีเจอร์ใหม่ทั้ง 2 แบบนี้เริ่มปล่อยอัพเดทแล้ววันนี้ในอเมริกา และกำลังปล่อยอัพเดททั่วโลกในเร็วๆ นี้   ที่มา […]

The post Facebook Messenger เตรียมเปิดตัวฟีเจอร์แสดงความรู้สึกต่อข้อความที่ได้รับ appeared first on DroidSans.

]]>
Facebook Messenger เตรียมเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ให้ได้เล่นกันอีกแล้วกับฟีเจอร์ reactions แสดงอารมณ์ต่อข้อความที่ได้รับ และยังมาพร้อมกับฟีเจอร์ mentions ที่สามารถแท็กชื่อคนที่เรากำลังพูดถึงอยู่ โดยฟีเจอร์ใหม่ 2 อย่างนี้กำลังจะเปิดให้ใช้กันในอีกไม่นานนี้

ในฟีเจอร์ Reactions เราจะสามารถแสดงความรู้สึกต่อข้อความที่มีคนส่งมาให้โดยการจิ้มที่ข้อความนั้นค้างเอาไว้ จากนั้นจะมีตัวเลือกขึ้นมาให้เราแสดงความรู้สึก โดยตอนนี้มีอยู่ 7 ตัวเลือกด้วยกัน คือ love, smile, wow, sad, angry, yes และ no 

ซึ่งเราสามารถกดดูได้ว่ามีใครบ้างที่แสดงความรู้สึกต่อข้อความที่เราส่งไปโดยการกดตัว emoji ที่อยู่ด้านล่างข้อความที่เราส่งไป และถ้ามีคนแสดงความรู้สึกกับข้อความของเรา จะมีภาพเคลื่อนไหวเล็กๆให้เห็นตรงมุมล่างของข้อความ

ถ้าเราไม่ได้อยู่ในหน้าจอ Messenger หรือปิดจอมือถือเอาไว้ ก็จะมี Notification แบบใหม่ขึ้นมาแจ้งว่ามีคนแสดงความรู้สึกต่อข้อความของเรา

และในส่วนของฟีเจอร์ Mentions จะเป็นการแจ้งเตือนให้คนที่เรากำลังพูดถึงในกลุ่มแชทรู้ตัว ด้วยการพิมพ์ตัว @ และตามด้วยชื่อของคนที่เราต้องการพูดถึง พอเรากดส่งข้อความไป ชื่อของคนที่เราแท็กไว้ก็จะถูกไฮไลท์เอาไว้ และคนที่เราได้ทำการแท็กชื่อไว้ก็จะได้รับการแจ้งเตือนแบบใหม่ด้วย ว่ามีคนเอ่ยถึงในกลุ่มแชท  และเมื่อกดเข้าไปดูก็จะเด้งเข้าไปตรงข้อความที่โดนเอ่ยชื่อเลย

ฟีเจอร์ใหม่ทั้ง 2 แบบนี้เริ่มปล่อยอัพเดทแล้ววันนี้ในอเมริกา และกำลังปล่อยอัพเดททั่วโลกในเร็วๆ นี้

 

ที่มา : GSMarena, Facebook

The post Facebook Messenger เตรียมเปิดตัวฟีเจอร์แสดงความรู้สึกต่อข้อความที่ได้รับ appeared first on DroidSans.

]]>
https://droidsans.com/facebook-messenger-new-features/feed/ 0 1376529
Sony เปิดตัวเครื่องเสียงกลุ่ม EXTRA BASS และสินค้าใหม่ในกลุ่ม Home Audio https://droidsans.com/sony-extra-bass-and-mini-bar/ https://droidsans.com/sony-extra-bass-and-mini-bar/#comments Fri, 24 Mar 2017 10:24:19 +0000 https://droidsans.com/?p=1376679 วันนี้ทางโซนี่ได้จัดงานเปิดตัวเครื่องเสียงทั้งหูฟังและลำโพงในกลุ่ม EXTRA BASS รวม 8 รุ่นที่เอามาตอบโจทย์กลุ่มวัยรุ่นที่รักเสียงเบสและกลุ่มคนที่ชื่นชอบเพลงแนว EDM และสินค้าใหม่ในกลุ่ม Home Audio ที่เป็น Sound Bar รุ่นใหม่ในไซส์มินิไร้สาย ที่ครอบคลุมการใช้งานถึงระดับ Hi-Res ด้วยเทคโนโลยี LDAC โซนี่ได้เน้นย้ำว่าธุรกิจเครื่องเสียงของทางโซนี่นั้นมีความแข็งแกร่งมาก และด้วยตัวผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกกลุ่มลูกค้าไม่ว่าจะเป็นระดับทั่วไป กลุ่มวัยรุ่นที่ชื่นชอบเสียงเบส ไปถึงระดับผู้ฟังที่ต้องการความคมชัดและรายละเอียดของเสียงสูงแบบ Hi-Res และโซนี่ได้บอกว่าช่วงที่ผ่านผู้บริโภคมีพฤติกรรมการฟังเพลงที่เปลี่ยนไป ทั้งในเรื่องของการฟังเพลงแบบไร้สายมากขึ้น และมีกลุ่มผู้ฟังเพลงแบบ Hi-Res มากขึ้น ซึ่งทางโซนี่เองก็มีผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ส่วนนี้อยู่แล้ว สำหรับในส่วนของ EXTRA BASS นั้นก็จะมีทั้งหูฟังแบบ Headphones ตัวใหม่ล่าสุดแบบ Over-ear 2 รุ่นแบบไร้สาย, แบบ On-ear 1 รุ่น และแบบ In-ear อีก 1 รุ่น ฟังของลำโพงก็มีด้วยกัน 4 รุ่นแบบไร้สาย แตกต่างกันทั้งขนาดและลูกเล่น มาดูรายละเอียดแต่ละตัวกันเลยครับ   MDR-XB950N1   […]

The post Sony เปิดตัวเครื่องเสียงกลุ่ม EXTRA BASS และสินค้าใหม่ในกลุ่ม Home Audio appeared first on DroidSans.

]]>
วันนี้ทางโซนี่ได้จัดงานเปิดตัวเครื่องเสียงทั้งหูฟังและลำโพงในกลุ่ม EXTRA BASS รวม 8 รุ่นที่เอามาตอบโจทย์กลุ่มวัยรุ่นที่รักเสียงเบสและกลุ่มคนที่ชื่นชอบเพลงแนว EDM และสินค้าใหม่ในกลุ่ม Home Audio ที่เป็น Sound Bar รุ่นใหม่ในไซส์มินิไร้สาย ที่ครอบคลุมการใช้งานถึงระดับ Hi-Res ด้วยเทคโนโลยี LDAC

โซนี่ได้เน้นย้ำว่าธุรกิจเครื่องเสียงของทางโซนี่นั้นมีความแข็งแกร่งมาก และด้วยตัวผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกกลุ่มลูกค้าไม่ว่าจะเป็นระดับทั่วไป กลุ่มวัยรุ่นที่ชื่นชอบเสียงเบส ไปถึงระดับผู้ฟังที่ต้องการความคมชัดและรายละเอียดของเสียงสูงแบบ Hi-Res และโซนี่ได้บอกว่าช่วงที่ผ่านผู้บริโภคมีพฤติกรรมการฟังเพลงที่เปลี่ยนไป ทั้งในเรื่องของการฟังเพลงแบบไร้สายมากขึ้น และมีกลุ่มผู้ฟังเพลงแบบ Hi-Res มากขึ้น ซึ่งทางโซนี่เองก็มีผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ส่วนนี้อยู่แล้ว

เครื่องเสียงโซนี่ได้รางวัลจากหลากหลายสื่อและงานโชว์สินค้า ในปี 2016

สำหรับในส่วนของ EXTRA BASS นั้นก็จะมีทั้งหูฟังแบบ Headphones ตัวใหม่ล่าสุดแบบ Over-ear 2 รุ่นแบบไร้สาย, แบบ On-ear 1 รุ่น และแบบ In-ear อีก 1 รุ่น ฟังของลำโพงก็มีด้วยกัน 4 รุ่นแบบไร้สาย แตกต่างกันทั้งขนาดและลูกเล่น มาดูรายละเอียดแต่ละตัวกันเลยครับ

 

MDR-XB950N1

 

สำหรับตัวนี้จะเป็นหูฟังไร้สายตระกูล EXTRA BASS ตัวแรกของโซนี่ที่ใส่เทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนภายนอก Digital Noise Canceling มาด้วย เพื่อให้ผู้ใช้สามารถรับฟังเพลงได้รายละเอียดแม้ว่าจะอยู่ระหว่างเดินทางหรือบนรถไฟ ตัวหูฟังมาพร้อมกับไดรเวอร์ขนาด 40 ม.ม. คุณภาพสูง ในส่วนของระบบเสียง จะมีปุ่ม BASS EFFECT ที่สามารถดันเสียงเบสให้ตึ้บขึ้นได้อีก และจุดเด่นอีกอย่างก็คือระยะเวลาการใช้งานที่ยาวนานถึง 22 ชั่วโมง โดยวัดจากการใช้แบบเปิด Noise Canceling ไว้ด้วย สำหรับรุ่นนี้มีทั้งหมด 2 สี คือ สีดำ และเขียวเข้ม

 

MDR-XB950B1

 

อีกรุ่นหนึ่งเป็นพี่น้องกันคือ MDR-XB950B1 ที่เรียกได้ว่าความสามารถเกือบจะเหมือนกันเลย ต่างกันที่ตัวนี้จะไม่มี Noise Canceling และมีแบตน้อยลง ใช้งานได้ต่อเนื่อง 18 ชั่วโมง มีส่วนของ BASS EFFECT เหมือนกัน มีด้วยกันทั้งหมด 3 สี คือ ดำ, แดง และน้ำเงิน

ทั้ง MDR-XB950N1 และ MDR-XB950B1 นั้นมี NFC และรองรับการเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth สำหรับการเล่นเพลงแบบไร้สาย แต่ก็มีสายมาให้ด้วย สำหรับเวลาแบตหมดก็ใช้งานต่อเนื่องด้วยสายได้ นอกจากนี้แล้วยังรองรับ aptX อีกด้วย สำหรับอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อแบบ aptX ได้ก็จะสามารถเล่นเพลงผ่าน Bluetooth ได้คุณภาพสูงที่สูงขึ้นกว่าแบบดั้งเดิม และรองรับการควบคุมผ่านแอป Sony | Headphones Connect ที่ปรับทั้งโทนเสียง การจำลองสภาพแวดล้อมและเปิด-ปิด NC ของหูฟังได้ผ่านแอปด้วย

 

MDR-XB550AP

 

ตัวนี้จะเป็นรุ่นที่ลดระดับลงมาอยู่กลางๆ ของหูฟัง EXTRA BASS โดยจะเป็นหูฟังแบบสาย มาพร้อมไดรเวอร์ขนาด 30 ม.ม. ตอบสนองความถี่ได้ตั้งแต่ 5 Hz - 22,000 Hz ครอบคลุมทุกย่านความถี่ ในสายของหูฟังมาพร้อมกับไมโครโฟนสำหรับเป็น Small Talk และปุ่มกดสำหรับ รับสาย/วางสาย เล่น-หยุด ข้าม-ย้อน เพลง ได้ รุ่นนี้มีทั้งหมด 5 สี ได้แก่ ดำ, ขาว, แดง, น้ำเงิน, เขียว

 

MDR-XB510AS

 

MDR-XB510AS เป็นหูฟัง In-ear แบบสอดหู ในตระกูล EXTRA BASS ที่นอกจากจะเน้นเสียงเบสตามตระกูลมัน แล้วยังมีจุดเด่นคือกันน้ำและล้างน้ำได้ (IPX5/7) เอาใจนักออกกำลังกาย นักวิ่ง ไม่ต้องกลัวเปื้อนเหงื่อ ตัวหูฟังมาพร้อมกับไดรเวอร์ 12 ม.ม. ที่ให้เสียงดังเร้าใจ มีทั้งหมด 4 สี คือ ดำ, น้ำเงิน, แดง, เขียว

 

 

สำหรับกลุ่มของกลุ่มลำโพง EXTRA BASS ของโซนี่ก็ขนมาทั้งหมด 4 รุ่น มีดังนี้ครับ

 

SRS-XB10

 

ลำโพง EXTRA BASS ตัวเล็กที่มาพร้อมลำโพงภายใน 2 ตัว บนและล่างเครื่อง ที่เมื่อตั้งไว้จะได้เบสอัดลงล่าง หรือถ้าวางนอนก็จะได้เป็นลำโพงสเตอริโอ โดยตัวสายห้อยนั้นจะมีแท่นวางให้อยุ่กับที่ได้ ตัวเครื่องมีน้ำหนักอยู่ที่ 260 กรัม พกพาได้สะดวก และยังกันน้ำ IPX5 อีกด้วย อายุแบตเตอรี่ใช้งานได้ต่อเนื่อง 16 ชั่วโมง มีให้เลือกด้วยกันทั้งหมด 6 สี คือ ดำ, แดง, เขียว, ขาว, เหลือง, น้ำเงิน

 

SRS-XB20

 

สำหรับตัวถัดมาจะเป็นไซส์ใหญ่ขึ้น ลำโพงมีขนาด 42 ม.ม. มาพร้อมกับไฟ LED ขอบหน้าเครื่อง มีการกะพริบวูบวาบตามจังหวะของเพลงได้ มาพร้อมสารพัดฟีเจอร์ระบบเสียงของโซนี่ไม่ว่าจะเป็น โหมด EXTRA BASS, ระบบเสียง S-Master HX, DSEE-HX และ ClearAudio+ ตัวเครื่องกันน้ำมาตรฐาน IPX5 และควบคุมได้ผ่านแอป SongPal (Music Center)  แบตเตอรี่ใช้งานได้ต่อเนื่อง 12 ชั่วโมง มีสีสันให้เลือกถึง 5 สี ได้แก่ ดำ, แดง, น้ำเงิน, ขาว, เขียว

 

SRS-XB30

 

XB30 ก็เป็นรุ่นอัพเกรดขึ้นมาอีกเล็กน้อย ลำโพงมีขนาดอยู่ที่ 48 ม.ม. ตัวไฟ LED ก็มาคล้ายๆ กับรุ่น XB20 แต่จะเพิ่มไฟแฟลชที่ลำโพงซ้ายขวามาด้วย ตัวเครื่องกันน้ำมาตรฐาน IPX5 แบตเตอรี่ยาวนา 24 ชั่วโมง มีสีให้เลือกทั้งหมด 5 สี คือ ดำ, แดง, น้ำเงิน, ขาว และเขียว

 

SRS-XB40

 

พี่ใหญ่สุดในงานก็คือตัวนี้ SRS-XB40 ที่จัดเต็มสีสันมาแบบจี๊ดสุดๆ มาพร้อมลำโพงไซส์ใหญ่ขนาด 61 ม.ม. ที่ให้เสียงได้ดังสะใจ ฟีเจอร์ต่างๆ ก็มาครบเหมือนกับรุ่นน้อง แต่เพิ่มฟีเจอร์การเชื่อมกับแอป Fiestable ให้ควบคุมเสียงได้คล้ายกับเป็นดีเจ สแครชแผ่นได้ รุ่นนี้จะมีด้วยกันทั้งหมด 3 สี คือ สีดำ, น้ำเงิน และสีแดง

กลุ่มลำโพง EXTRA BASS SRS-XB20SRS-XB30 และ SRS-XB40 จะมีฟีเจอร์ Wireless Party Chain ที่เชื่อมเข้าด้วยกันได้มากถึง 10 เครื่อง  โดยสามารถเพิ่มได้ง่ายเพียงกดปุ่ม ADD + ข้างบนเครื่อง เล่นเพลงกันมันทั้งปาร์ตี้เลยทีเดียว และทั้ง 3 ตัวนี้ยังรองรับการเล่นเพลงผ่าน LDAC ที่เป็นการเล่นเพลงไร้สายผ่าน Bluetooth ที่โซนี่พัฒนาึข้นให้ได้คุณภาพเสียงได้สูงใกล้เคียงกับเพลง Hi-Res อีกด้วย

 

Sport Walkman NW-WS623

 

หมดจากกลุ่ม EXTRA BASS มา โซนี่ก็มี Walkman รุ่นปรับปรุงอีกด้วย โดยเป็นรุ่นที่รองรับการกันน้ำ และใส่ว่ายน้ำได้ ออกแบบมาสำหรับคนเล่นกีฬาที่ให้เสียงที่เร้าใจเหมาะกับจังหวะการออกกำลังกาย ผ่านมาตรฐาน IP65/68 กันน้ำได้ลึกสุด 2 เมตร ใส่ว่ายน้ำได้ทั้งสระน้ำและน้ำทะเล รองรับ Quick Charge ชาร์จเพียง 3 นาที มีฟีเจอร์อย่าง Ambient Sound สำหรับเปิดให้เสียงภายนอกเข้าได้ ฟังเพลงได้ยาว 1 ชั่วโมง มีหน่วยความจำภายใน 4 GB

 

Compact Sound Bars (Mini Bar)

 

โซนี่ได้นำเสนอ Sound Bar ตัวใหม่อีก 2 ตัวภายในงานนี้ โดยชูว่าเป็น Sound Bar ขนาดเล็ก เรียกว่า Compact Sound Bar หรืออีกชื่อคือ Mini Bar ที่ในชุดจะประกอบไปด้วยตัว Sound Bar หลัก และตัว Subwoofer ทำให้ได้เป็นระบบเสียง 2.1 Channel ออกแบบมาสำหรับผู้อยู่อาศัยตามบ้านหรือคอนโด ที่ต้องการรับชมหนังในบ้านด้วยระบบเสียงคุณภาพสูงคล้ายกับโรงหนัง โดยตัว Subwoofer จะวางไว้ล่างโซฟา หรือข้างโซฟาก็ได้ โดยจะเชื่อมกับ Mini Bar ผ่าน Bluetooth ทำให้ไม่ต้องต่อสาย (แต่ต้องมีปลั๊กไฟ) เพื่อให้ได้เสียงต่ำที่ทุ้มและมีแรงสั่นสะเทือนเพื่อเพิ่มอรรธรสในการรับชม

สำหรับรหัสของสินค้าในกลุ่มนี้ โซนี่ได้อธิบายว่าชื่อ MT นั้นมาจาก Minimalist Design + Technology หรือก็คือตัวเครื่องจะมีการออกแบบมาให้ดูเรียบ ดูง่ายที่สุด แต่ภายในนั้นจะเต็มไปด้วยเทคโนโลยีของทางโซนี่นั่นเอง

 

HT-MT300

 

ตัวแรกจะเป็น HT-MT300 ที่เรียกว่าเป็น entry-level สำหรับ Mini Bar ตัวลำโพงมีกำลังอยู่ที่ 100w แต่ให้เสียงได้กระหึ่มมากด้วยเทคโนโลยีลำโพง S-Force Pro Front Surround, S-Master Digital Amplifier, Dolby Digital, ClearAudio+ รองรับการเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth และมี NFC สำหรับการเชื่อมต่อกับมือถือได้ง่าย

 

HT-MT500

 

สำหรับอีกรุ่นหนึ่งที่เป็นพี่ใหญ่ก็จะเพิ่มความสามารถในส่วนของการรองรับระบบเสียงแบบ Hi-Res, รองรับ Chromecast Audio, รองรับ Spotify (ที่ในไทยอาจจะอด) ตัวลำโพงก็อัพเกรดขึ้นมาเป็นลำโพง 155w และใช้ S-Master HX, Dolby Digital, DTS รองรับ DSEE HX และการเชื่อมต่อก็รองรับทั้ง LDAC, Wireless Multiroom และ Wireless Surround อีกด้วย เรียกได้ว่าครบ จัดเต็มคุณภาพเสียงทั้งในตัวเองและการสตรีมจากมือถือเลยทีเดียว

สำหรับราคาและวันวางจำหน่ายนั้นก็มีเปิดเผยกันมาบ้างแล้วดังนี้

กลุ่มหูฟัง

  • MDR-XB910N1 ราคา 7,990 บาท เริ่มวางขายปลายเดือนมีนาคมนี้
  • MDR-XB910B1 ราคา 5,990 บาท เริ่มวางขายปลายเดือนมีนาคมนี้
  • MDR-XB550AP ราคา 2,990 บาท เริ่มวางขายปลายเดือนมีนาคมนี้
  • MDR-XB510AS ราคา 1,990 บาท เริ่มวางขายปลายเดือนมีนาคมนี้

กลุ่มลำโพง

SRS-XB10, SRS-XB20, SRS-XB30 และ SRS-XB40 จะวางขายในช่วงเดือนพฤษภาคม ราคายังไม่เปิดเผย

ในส่วนของกลุ่ม Walkman และ Compact Sound Bar นั้นโซนี่ยังไม่ได้เปิดเผยราคาและช่วงเวลาที่จะจัดจำหน่าย ถ้าใครสนใจก็สามารถสอบถามทางร้านค้าได้ครับ

 

นอกจากนี้แล้วโซนี่ยังได้จัดโปรโมชันลดราคาเครื่องเสียงรุ่นเก่าอีกด้วย มีรายละเอียดตามนี้เลยครับ (กดเข้าไปดูภาพเต็มๆ กันได้)

The post Sony เปิดตัวเครื่องเสียงกลุ่ม EXTRA BASS และสินค้าใหม่ในกลุ่ม Home Audio appeared first on DroidSans.

]]>
https://droidsans.com/sony-extra-bass-and-mini-bar/feed/ 6 1376679
เปรียบเทียบภาพถ่ายจากกล้อง Huawei P10 กับ Mate 9 แตกต่างกันไหม รุ่นไหนสวยกว่า https://droidsans.com/compare-huawei-p10-vs-mate-9-camera/ https://droidsans.com/compare-huawei-p10-vs-mate-9-camera/#comments Fri, 24 Mar 2017 06:55:07 +0000 https://droidsans.com/?p=1376530 หลังจากที่ทาง Droidsans ได้ทำการ Live Review Huawei P10 ไปเมื่อเร็วๆ นี้ ก็มีเสียงเรียกร้องจากเพื่อนๆ มาเยอะมากว่า "อยากเห็นการเปรียบเทียบกล้องระหว่าง  Huawei P10 กับ Mate 9" เราก็เลยตอบสนองความต้องการของทุกคนด้วยการจัดการเปรียบเทียบกล้องหลังคู่ระหว่าง P10 และ Mate 9 มาให้ดูกันแบบเต็มๆ กันไปเลย จะได้รู้กันไปเลยว่าภาพที่ถ่ายออกมาจะมีความแตกต่างกันมากน้อยแค่ไหน กล้องหลังของทั้ง Huawei P10 และ Mate 9 นั้นเรียกได้ว่าเป็นสเปคเดียวกันเลย ซึ่งก็มีตามนี้ กล้องหลัง เซนเซอร์ 20MP Monochrome + 12MP RGB, F2.2 ระบบกันสั่น OIS ระบบโฟกัส PDAF + CAF + Laser + Depth auto focus ระบบซูมแบบไฮบริด 2 เท่า […]

The post เปรียบเทียบภาพถ่ายจากกล้อง Huawei P10 กับ Mate 9 แตกต่างกันไหม รุ่นไหนสวยกว่า appeared first on DroidSans.

]]>
หลังจากที่ทาง Droidsans ได้ทำการ Live Review Huawei P10 ไปเมื่อเร็วๆ นี้ ก็มีเสียงเรียกร้องจากเพื่อนๆ มาเยอะมากว่า "อยากเห็นการเปรียบเทียบกล้องระหว่าง  Huawei P10 กับ Mate 9" เราก็เลยตอบสนองความต้องการของทุกคนด้วยการจัดการเปรียบเทียบกล้องหลังคู่ระหว่าง P10 และ Mate 9 มาให้ดูกันแบบเต็มๆ กันไปเลย จะได้รู้กันไปเลยว่าภาพที่ถ่ายออกมาจะมีความแตกต่างกันมากน้อยแค่ไหน

กล้องหลังของทั้ง Huawei P10 และ Mate 9 นั้นเรียกได้ว่าเป็นสเปคเดียวกันเลย ซึ่งก็มีตามนี้

  • กล้องหลัง
    • เซนเซอร์ 20MP Monochrome + 12MP RGB, F2.2
    • ระบบกันสั่น OIS
    • ระบบโฟกัส PDAF + CAF + Laser + Depth auto focus
    • ระบบซูมแบบไฮบริด 2 เท่า
  • กล้องหน้า
    • 8 ล้านพิกเซล auto focus, F1.9

โดยทั้งคู่ใช้เลนส์ตัวเดียวกัน นั่นก็คือ SUMMARIT-H 1:2.2/27 ASPH หรือพูดง่ายๆ ว่าใช้แผงกล้องตัวเดียวกันเลยก็ว่าได้ แต่ว่าภาพที่ได้นั้นจะแตกต่างกันขนาดไหนมาดูกันดีกว่าครับ

เมื่อเราเอามาเปรียบเทียบกันแบบนี้จะเห็นได้ว่าสีของภาพจากกล้องหลังของ Huawei P10 จะมีสีที่จัดกว่า และมีความคมชัดกว่า ส่วน Mate 9 นั้นดูเหมือนว่าจะดึงความสว่างขึ้นมาให้เองอัตโนมัติทำให้บริเวณเงานั้นดูมีความสว่างมากขึ้น แต่ก็ทำให้สีนั้นดูซีดลงไปด้วย

สำหรับการถ่ายคนนั้นผมไม่ได้เปิดใช้งานโหมด Portrait ใน P10 เพื่อให้ได้ภาพที่มีความเท่าเทียมกันมากที่สุด โดยเราจะเห็นได้ว่าทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังของ P10 นั้นจะได้สีสันที่ฉูดฉาดกว่า แต่ภาพจะมืดกว่าและจะได้โทนสีผิวที่เข้มกว่า ส่วนของ Mate 9 นั้นจะได้สีผิวที่สว่างกว่า แต่สีจะไม่สดเท่ากับของ P10 ครับ

นอกจากนี้ก็ยังได้ทำการเปรียบเทียบในส่วนของฟีเจอร์หน้าชัดหลังเบลอ และหน้าเบลอหลังชัดมาให้ดูด้วย โดยทั้งคู่ก็ทำออกมาได้ค่อนข้างจะใกล้เคียง แต่ก็ต้องบอกว่ามีเรื่องของซอฟต์แวร์เข้ามาช่วยด้วยนะครับ

ก็หวังว่าจะเห็นภาพ (หลายภาพเลย) กันแล้วนะครับว่า ภาพที่ได้จากกล้องของ Huawei P10 และ Mate 9 แตกต่างกันมากขนาดไหน ส่วนคำถามที่น่าจะคาใจหลายๆ คนก็คือ "ซื้อ Mate 9 มาแล้ว จะเปลี่ยนเป็น P10 ดีมั้ย?" ซึ่งถ้าให้ผมตอบก็คงจะตอบว่า "ไม่" ครับ แต่อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคนมากกว่าครับ

The post เปรียบเทียบภาพถ่ายจากกล้อง Huawei P10 กับ Mate 9 แตกต่างกันไหม รุ่นไหนสวยกว่า appeared first on DroidSans.

]]>
https://droidsans.com/compare-huawei-p10-vs-mate-9-camera/feed/ 6 1376530
Google Maps เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ แชร์ตำแหน่งและการเดินทางของเราให้คนที่ต้องการได้แบบ real-time https://droidsans.com/google-maps-real-time-location-sharing/ https://droidsans.com/google-maps-real-time-location-sharing/#comments Fri, 24 Mar 2017 06:53:27 +0000 https://droidsans.com/?p=1376544 Google เตรียมเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ใน Google Maps ที่สามารถแชร์ตำแหน่งของเราให้คนอื่นๆ ได้แบบ real-time โดยเราสามารถเลือกได้ว่าต้องการจะแชร์ตำแหน่งปัจจุบันของเรากับใครบ้าง และต้องการแชร์เป็นระยะเวลานานเท่าไหร่ นอกจากนั้นหากเราอยู่ในโหมดนำทาง ก็สามารถแชร์ทริปที่กำลังเดินทางไปได้ด้วย โดยในขณะที่เรากำลังแชร์ตำแหน่งอยู่ คนที่เราแชร์สามารถมองเห็นตำแหน่งของเราได้บนแผนที่เลย (เราก็เห็นอีกฝ่ายด้วย) และยังมองเห็นได้ว่ากำลังเดิน / ขับรถไปทางไหน นอกจากนี้เรายังสามารถแชร์การเดินทางของเราในตอนนั้นได้ด้วย โดยคนที่เราแชร์ด้วยนั้นจะเห็นข้อมูลการเดินทางของเราว่ากำลังไปไหน จะถึงกี่โมง เพราะมีการแสดงผลของการจราจรไปให้ด้วย (จะได้เลิกถามซะทีว่าทำไมมาช้าจัง) และการแชร์จะสิ้นสุดลงเมื่อเราเดินทางถึงที่หมาย ซึ่งเวลาที่เราแชร์ตำแหน่งกับใครจะมีเครื่องหมายบอกอยู่บนเข็มทิศที่หน้าจอ Google Maps จะได้ไม่ลืมว่ามีคนเห็นอยู่นะว่าเรากำลังเดินทาง (จะได้ไม่เผลอเลี้ยวผิด) โดยฟีเจอร์ใหม่นี้จะปล่อยออกมาให้ใช้กันทั้ง Android และ iOS เร็วๆ นี้ ซึ่งฟีเจอร์นี้ก็น่าจะมีประโยชน์กับคุณพ่อคุณแม่เวลาอยากจะรู้ว่าลูกๆ กำลังเดินทางไปไหน กลับบ้านหรือยัง หรือเวลาเราต้องเดินทางกลับบ้านดึกๆ แล้วต้องใช้บริการรถสาธารณะหรือแท็กซี่ ก็สามารถแชร์ให้เพื่อนได้จนจบว่าเราถึงบ้านหรือยัง ส่วนการนำไปใช้งานในเรื่องอื่นๆ เราไม่ขอคอมเม้นท์ก็แล้วกันนะครับ แหะแหะ   ที่มา : GSMarena, Google

The post Google Maps เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ แชร์ตำแหน่งและการเดินทางของเราให้คนที่ต้องการได้แบบ real-time appeared first on DroidSans.

]]>
Google เตรียมเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ใน Google Maps ที่สามารถแชร์ตำแหน่งของเราให้คนอื่นๆ ได้แบบ real-time โดยเราสามารถเลือกได้ว่าต้องการจะแชร์ตำแหน่งปัจจุบันของเรากับใครบ้าง และต้องการแชร์เป็นระยะเวลานานเท่าไหร่ นอกจากนั้นหากเราอยู่ในโหมดนำทาง ก็สามารถแชร์ทริปที่กำลังเดินทางไปได้ด้วย

โดยในขณะที่เรากำลังแชร์ตำแหน่งอยู่ คนที่เราแชร์สามารถมองเห็นตำแหน่งของเราได้บนแผนที่เลย (เราก็เห็นอีกฝ่ายด้วย) และยังมองเห็นได้ว่ากำลังเดิน / ขับรถไปทางไหน

นอกจากนี้เรายังสามารถแชร์การเดินทางของเราในตอนนั้นได้ด้วย โดยคนที่เราแชร์ด้วยนั้นจะเห็นข้อมูลการเดินทางของเราว่ากำลังไปไหน จะถึงกี่โมง เพราะมีการแสดงผลของการจราจรไปให้ด้วย (จะได้เลิกถามซะทีว่าทำไมมาช้าจัง) และการแชร์จะสิ้นสุดลงเมื่อเราเดินทางถึงที่หมาย ซึ่งเวลาที่เราแชร์ตำแหน่งกับใครจะมีเครื่องหมายบอกอยู่บนเข็มทิศที่หน้าจอ Google Maps จะได้ไม่ลืมว่ามีคนเห็นอยู่นะว่าเรากำลังเดินทาง (จะได้ไม่เผลอเลี้ยวผิด)

โดยฟีเจอร์ใหม่นี้จะปล่อยออกมาให้ใช้กันทั้ง Android และ iOS เร็วๆ นี้ ซึ่งฟีเจอร์นี้ก็น่าจะมีประโยชน์กับคุณพ่อคุณแม่เวลาอยากจะรู้ว่าลูกๆ กำลังเดินทางไปไหน กลับบ้านหรือยัง หรือเวลาเราต้องเดินทางกลับบ้านดึกๆ แล้วต้องใช้บริการรถสาธารณะหรือแท็กซี่ ก็สามารถแชร์ให้เพื่อนได้จนจบว่าเราถึงบ้านหรือยัง ส่วนการนำไปใช้งานในเรื่องอื่นๆ เราไม่ขอคอมเม้นท์ก็แล้วกันนะครับ แหะแหะ

 

ที่มา : GSMarena, Google

The post Google Maps เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ แชร์ตำแหน่งและการเดินทางของเราให้คนที่ต้องการได้แบบ real-time appeared first on DroidSans.

]]>
https://droidsans.com/google-maps-real-time-location-sharing/feed/ 5 1376544
โปรใหม่ True 4G+ Unlimited เน็ตไม่อั้น ไม่ลดความเร็ว FUP คืออะไรไม่รู้จัก ในราคา 899 บาท https://droidsans.com/new-phone-true-4g-plus-unlimited-899/ https://droidsans.com/new-phone-true-4g-plus-unlimited-899/#comments Fri, 24 Mar 2017 03:49:34 +0000 https://droidsans.com/?p=1376553 หลังจากที่ปล่อยให้ผู้ใช้งาน iPhone และ Huawei Mate 9 ได้เต็มอิ่มไปกับโปร 4G+ Unlimited เน็ตไม่อั้นไม่ลดความเร็วกันไปก่อนหน้านี้ ในที่สุดทาง Truenmove H ก็ได้ตัดสินใจปล่อยโปรเน็ตไม่อั้นตัวนี้ออกมาให้ผู้ใช้งานทั่วไปสามารถสมัครกันได้ ไม่ต้องสนใจว่าจะใช้เครื่องรุ่นไหนยี่ห้ออะไร ก็สามารถสนุกกับเน็ต 4G+ แบบไม่อั้น ไม่ต้องกลัวติด FUP โดยสามารถสมัครได้ในราคา 899 บาทต่อเดือนแล้ว วันนี้ โดยโปรโมชั่น 4G+ Unlimited ใหม่ของ Truemove H ก็มีรายละเอียดคร่าวๆ ตามนี้ครับ โปร 4G+ Unlimited มีระยะเวลาการใช้งาน 12 เดือน สามารถเล่นเน็ต 4G/3G ได้ไม่จำกัดปริมาณข้อมูลและไม่จำกัดจำนวนดาต้าหรือไม่ติด FUP ในราคา 899 บาท (ยังไม่รวม VAT) โดยจะมีค่าโทรทุกเครือข่ายให้ 500 นาที (หากโทรเกินนาทีละ 1.5 บาท) ส่วน SMS […]

The post โปรใหม่ True 4G+ Unlimited เน็ตไม่อั้น ไม่ลดความเร็ว FUP คืออะไรไม่รู้จัก ในราคา 899 บาท appeared first on DroidSans.

]]>

หลังจากที่ปล่อยให้ผู้ใช้งาน iPhone และ Huawei Mate 9 ได้เต็มอิ่มไปกับโปร 4G+ Unlimited เน็ตไม่อั้นไม่ลดความเร็วกันไปก่อนหน้านี้ ในที่สุดทาง Truenmove H ก็ได้ตัดสินใจปล่อยโปรเน็ตไม่อั้นตัวนี้ออกมาให้ผู้ใช้งานทั่วไปสามารถสมัครกันได้ ไม่ต้องสนใจว่าจะใช้เครื่องรุ่นไหนยี่ห้ออะไร ก็สามารถสนุกกับเน็ต 4G+ แบบไม่อั้น ไม่ต้องกลัวติด FUP โดยสามารถสมัครได้ในราคา 899 บาทต่อเดือนแล้ว วันนี้

โดยโปรโมชั่น 4G+ Unlimited ใหม่ของ Truemove H ก็มีรายละเอียดคร่าวๆ ตามนี้ครับ

โปร 4G+ Unlimited มีระยะเวลาการใช้งาน 12 เดือน สามารถเล่นเน็ต 4G/3G ได้ไม่จำกัดปริมาณข้อมูลและไม่จำกัดจำนวนดาต้าหรือไม่ติด FUP ในราคา 899 บาท (ยังไม่รวม VAT) โดยจะมีค่าโทรทุกเครือข่ายให้ 500 นาที (หากโทรเกินนาทีละ 1.5 บาท) ส่วน SMS ราคา 3 บาท และ MMS 5 บาท เริ่มสมัครได้ตั้งแต่ 23 มีนาคมเป็นต้นไปจนถึง 31 พฤษภาคม 2560 นี้ครับ

ส่วนเงื่อนไขของผู้ที่จะสมัครโปรนี้ได้คือ ต้อง ซื้อมือถือ 4G เครื่องใหม่กับ Truemove H (ที่ไม่ใช่ iPhone 7)

  • ต้องเปิดซิมใหม่ หรือเปลียนจากโปรเก่าที่ไม่ติดสัญญาใดๆ อยู่ก่อน
  • เปลี่ยนจากระบบเติมเงินเป็นรายเดือน
  • หากย้ายค่ายมาต้องไม่ติดสัญญาใดๆ หรือส่วนลดค่าบริการรายเดือน

แต่ดูเหมือนว่าลูกค้าทรูปัจจุบันที่อยากเปลี่ยนเป็นโปรนี้ก็สามารถทำได้เช่นกัน ลองดูจากข้อ 4 ในคำตอบนี้ครับ

 

ส่วนเงื่อนไขที่ตรวจสอบมาจาก 1331 เบื้องต้นคือ ติดสัญญา 12 เดือน ส่วนเรื่องซิมนั้นย้ายไปใช้เครื่องไหนก็ได้ (รอยืนยันอีกทีเพราะพนักงานยังคุยถามกันเองไปมาอยู่เลย)

หากใครลองไปสมัครกันมาแล้ว ติดปัญหาอะไร สมัครได้หรือไม่ได้ ต้องซื้อเครื่องใหม่หรือไม่? แล้วติดเงื่อนไขการใช้งานเช่นห้ามย้ายเครื่องหรือไม่ ลองมาบอกกันได้นะครับ

[UPDATE] ตอนนี้มีเพื่อนๆ ที่ไปสมัครเป็นโปรนี้ได้ทำการทดสอบความเร็วกันออกมาแล้ว เร็วเกิน 42Mbps นะครับ แล้วก็ล่าสุด SMS ก็ส่งมาบอกแล้วว่าสูงสุด 300Mbps

 

 

source : pantip 1 2 , iPhoneMod

The post โปรใหม่ True 4G+ Unlimited เน็ตไม่อั้น ไม่ลดความเร็ว FUP คืออะไรไม่รู้จัก ในราคา 899 บาท appeared first on DroidSans.

]]>
https://droidsans.com/new-phone-true-4g-plus-unlimited-899/feed/ 6 1376553
[Update ของไทยมาแล้ว] Samsung เริ่มปล่อยอัพเดต Android 7.0 Nougat ให้ Galaxy Note 5 แล้ว https://droidsans.com/samsung-starts-rolling-out-android-7-nougat-for-galaxy-note-5/ https://droidsans.com/samsung-starts-rolling-out-android-7-nougat-for-galaxy-note-5/#comments Thu, 23 Mar 2017 09:11:58 +0000 https://droidsans.com/?p=1376488 Samsung Galaxy Note 5 มือถือที่อายุยืนยาวมากที่สุดในตระกูล Galaxy Note เพราะ Galaxy Note 7 ไปซะก่อน ตอนนี้ก็ถึงคิวที่จะได้กิน Android 7.0 Nougat กับเค้าบ้างแล้วครับ โดยตอนนี้ Samsung เริ่มปล่อยอัพเดตแล้วในบางประเทศ มาดูรายละเอียดกัน [Update] Galaxy Note 5 ของไทยได้รับอัพเดต Android Nougat 7.0 Nougat แล้วครับ สำหรับ Galaxy Note 5 รุ่นที่ได้อัพเดต Android 7.0 Nougat จะเป็นรุ่นรหัส SM-N920C โดยประเทศที่ได้รับอัพเดต OTA แล้วคือ UAE, ปากีสถาน, ลิเบีย, อิรัก, อิหร่าน, อิสราเอล, โมรอคโค, ซาอุดิอาระเบีย และอัฟกานิสถาน และเลข firmware […]

The post [Update ของไทยมาแล้ว] Samsung เริ่มปล่อยอัพเดต Android 7.0 Nougat ให้ Galaxy Note 5 แล้ว appeared first on DroidSans.

]]>
Samsung Galaxy Note 5 มือถือที่อายุยืนยาวมากที่สุดในตระกูล Galaxy Note เพราะ Galaxy Note 7 ไปซะก่อน ตอนนี้ก็ถึงคิวที่จะได้กิน Android 7.0 Nougat กับเค้าบ้างแล้วครับ โดยตอนนี้ Samsung เริ่มปล่อยอัพเดตแล้วในบางประเทศ มาดูรายละเอียดกัน

[Update] Galaxy Note 5 ของไทยได้รับอัพเดต Android Nougat 7.0 Nougat แล้วครับ

สำหรับ Galaxy Note 5 รุ่นที่ได้อัพเดต Android 7.0 Nougat จะเป็นรุ่นรหัส SM-N920C โดยประเทศที่ได้รับอัพเดต OTA แล้วคือ UAE, ปากีสถาน, ลิเบีย, อิรัก, อิหร่าน, อิสราเอล, โมรอคโค, ซาอุดิอาระเบีย และอัฟกานิสถาน และเลข firmware คือ N920CXXU3CQC7

โดยรายละเอียดสิ่งที่เปลี่ยนไปยังไม่มีออกมามากนัก เช่น ได้ feature ของ Galaxy Note 7 มาด้วยหรือเปล่า? แต่ที่รู้คือ Security update เป็นของเดือนมีนาคมเรียบร้อยครับ ส่วนประเทศไทยรหัสเครื่องเป็น SM-N920C เหมือนกัน แต่จะได้เมื่อไหร่ยังไม่มีข้อมูล รอฟังข่าวกันต่อไป

ชาวไทยสามารถอัพเดต Galaxy Note 5 เป็น Android 7.0 Nougat ได้แล้วครับ เพิ่งมาสดๆร้อนๆ ขอบคุณเพื่อนสมาชิก Narut Phalavaddhana จาก Facebook ที่มาแจ้งข่าวด้วยครับ

17504246_10212326758787032_7609330791783106697_o

 

ที่มา: SamMobile

The post [Update ของไทยมาแล้ว] Samsung เริ่มปล่อยอัพเดต Android 7.0 Nougat ให้ Galaxy Note 5 แล้ว appeared first on DroidSans.

]]>
https://droidsans.com/samsung-starts-rolling-out-android-7-nougat-for-galaxy-note-5/feed/ 6 1376488
Nokia พร้อมทำตลาดในไทย ผู้บริหาร HMD ยืนยันเจอกันไตรมาส 2 นี้แน่นอน พร้อมบทสัมภาษณ์ https://droidsans.com/hmd-ready-to-bring-nokia-to-thailand-in-q2/ https://droidsans.com/hmd-ready-to-bring-nokia-to-thailand-in-q2/#comments Thu, 23 Mar 2017 06:43:51 +0000 https://droidsans.com/?p=1376458 วันนี้ผู้บริหารของ HMD ได้เดินทางมาประเทศไทยเพื่อร่วมพบปะพูดคุยกับพาร์ทเนอร์ และทาง droidsans ก็ได้รับเชิญไปพูดคุยและสอบถามเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับ HMD และ Nokia รวมถึงความเป็นไปได้ในการเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งผมเองก็ได้เข้าไปสัมภาษณ์และพูดคุยกับ CEO ของ HMD พร้อมกับถามคำถามที่ผมเชื่อว่าแฟนๆ Nokia หลายคนอยากรู้มาฝากกันครับ Arto Nummela ผู้บริหารของ HMD  ซึ่งเป็นคนที่คลุกคลีกับแบรนด์ Nokia มายาวนาน โดยได้เข้าไปดูแลสินค้าด้านมือถือตั้งแต่ปี 1994 จนขยับขึ้นมารับตำแหน่งผู้บริหาร และเป็นหนึ่งในทีมพัฒนา Meego ก่อนที่จะย้ายออกมาทำงานให้กับ HMD และพร้อมที่จะนำแบรนด์ Nokia ที่ทุกคนชื่นชอบกลับมาอีกครั้ง โดยทาง HMD นั้นมีพาร์ทเนอร์ที่แข็งแกร่งรายแรกแน่นอนว่าคือ Nokia ที่ไม่ได้เอามาแค่ชื่อของแบรนด์เท่านั้น แต่จะนำเอาจิตวิญญาณความเป็น Nokia กลับมาด้วย เพราะมีความรักในแบรนด์นี้ รวมไปถึงทีมงานในบริษัท ดีไซน์เนอร์ และทุกคนที่มาร่วมกันทำงานครั้งนี้ พาร์ทเนอร์อีกรายคือ Google ซึ่ง HMD ยกให้ Google เป็นพาร์ทเนอร์ที่มีความสำคัญไม่แพ้ Nokia เพราะสิ่งที่กำลังจะสร้างขึ้นมานั้นไม่ใช่แค่สมาร์ทโฟน […]

The post Nokia พร้อมทำตลาดในไทย ผู้บริหาร HMD ยืนยันเจอกันไตรมาส 2 นี้แน่นอน พร้อมบทสัมภาษณ์ appeared first on DroidSans.

]]>
วันนี้ผู้บริหารของ HMD ได้เดินทางมาประเทศไทยเพื่อร่วมพบปะพูดคุยกับพาร์ทเนอร์ และทาง droidsans ก็ได้รับเชิญไปพูดคุยและสอบถามเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับ HMD และ Nokia รวมถึงความเป็นไปได้ในการเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งผมเองก็ได้เข้าไปสัมภาษณ์และพูดคุยกับ CEO ของ HMD พร้อมกับถามคำถามที่ผมเชื่อว่าแฟนๆ Nokia หลายคนอยากรู้มาฝากกันครับ

Arto Nummela ผู้บริหารของ HMD  ซึ่งเป็นคนที่คลุกคลีกับแบรนด์ Nokia มายาวนาน โดยได้เข้าไปดูแลสินค้าด้านมือถือตั้งแต่ปี 1994 จนขยับขึ้นมารับตำแหน่งผู้บริหาร และเป็นหนึ่งในทีมพัฒนา Meego ก่อนที่จะย้ายออกมาทำงานให้กับ HMD และพร้อมที่จะนำแบรนด์ Nokia ที่ทุกคนชื่นชอบกลับมาอีกครั้ง

Arto Nummela

โดยทาง HMD นั้นมีพาร์ทเนอร์ที่แข็งแกร่งรายแรกแน่นอนว่าคือ Nokia ที่ไม่ได้เอามาแค่ชื่อของแบรนด์เท่านั้น แต่จะนำเอาจิตวิญญาณความเป็น Nokia กลับมาด้วย เพราะมีความรักในแบรนด์นี้ รวมไปถึงทีมงานในบริษัท ดีไซน์เนอร์ และทุกคนที่มาร่วมกันทำงานครั้งนี้

Pure Android และการร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับ Google คือความแตกต่างของ Nokia

พาร์ทเนอร์อีกรายคือ Google ซึ่ง HMD ยกให้ Google เป็นพาร์ทเนอร์ที่มีความสำคัญไม่แพ้ Nokia เพราะสิ่งที่กำลังจะสร้างขึ้นมานั้นไม่ใช่แค่สมาร์ทโฟน Android ที่หลายๆ ค่ายทำกัน แต่เป็นประสบการณ์แบบ Pure Android แบบเดียวกับ Nexus หรือ Pixel ที่ตอนนี้ไม่มีค่ายไหนทำได้

ทาง HMD ได้ไปทำการสำรวจผู้ใช้งาน Android มากมายหลายกลุ่มและได้คำตอบเดียวกันว่าจุดที่ไม่ชอบคือการที่มีการติดตั้ง bloatware แอพที่เราไม่ต้องการมากับเครื่อง รวมถึงการปรับแต่ง UI จนทำงานได้ช้า นั่นทำให้ HMD เลือกที่จะทำมือถือของ Nokia ให้เป็น Pure Android

และด้วยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่าง HMD และ Google มือถือ Android ภายใต้ยี่ห้อ Nokia จะได้รับการอัพเดททุกอย่างโดยเร็วที่สุด ไม่ว่าจะเป็น Security patch ที่ออกมาทุกเดือนก็จะอัพเดทให้ต่อเนื่อง รวมถึงการอัพเดทเวอร์ชั่นของ Android ด้วย

ต้นแบบมือถือ Nokia เริ่มจากแท่งเหล็ก เพราะคำนึงถึงความทนทานเป็นอันดับแรก

พาร์ทเนอร์รายที่ 3 คือ Foxconn ที่หลายๆ คนคงรู้จักดีว่าเป็นคนผลิต iPhone ให้กับ Apple ซึ่งสาเหตุที่เลือก Foxconn ก็เพราะว่าเป็นบริษัทที่สามารถผลิตสินค้าระดับพรีเมี่ยมได้จริงในราคาที่ไม่สูงจนเกินไป และไม่ว่าจะออกแบบมือถือไปแบบไหนก็สามารถผลิตออกมาได้มาตรฐานและคุณภาพตามต้องการ

นั่นก็คือจุดเริ่มต้นและการมาของ HMD กับมือถือแบรนด์ Nokia ในวันนี้ครับ ส่วนต่อจากนี้ไปจะเป็นช่วงของคำถามจากสื่อที่ไปร่วมงานและคำตอบจากผู้บริหารของ HMD ครับ

Q : HMD และ Nokia จะเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยเมื่อไหร่?

A : ไตรมาสที่ 2 ของปีนี้จะเห็นมือถือของ Nokia ในประเทศไทยแน่นอน และจะวางจำหน่ายทั่วโลกไปพร้อมๆ ด้วย

Q : มือถือรุ่นไหนบ้างที่จะเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย?

A : กลุ่มสมาร์ทโฟน Nokia 3, Nokia 5 และ Nokia 6 จะเข้ามาทำตลาดก่อน

Q : Nokia 3310 จะไม่ขายในไทยหรือ?

A : Nokia 3310 ตอนนี้ยังรองรับแค่ 2G และในประเทศไทยตอนนี้กำลังจะเลิกใช้ระบบ 2G แล้ว เพราะฉะนั้นในตอนนี้ยังไม่มีแผนนำ 3310 เข้ามาจำหน่าย

Q : แลัว Nokia 3310 มีโอกาสจะรองรับ 3G ไหม?

A : ในตอนนี้เรากำลังสำรวจตลาดและความต้องการในหลายๆ ประเทศอยู่ ยังไม่สามารถยืนยันในเรื่องนี้ได้

Q : ที่บอกว่า HMD ทำงานกับ Google อย่างใกล้ชิด มีความเป็นไปได้ที่ Nokia จะผลิต Nexus หรือ Pixel ไหม?

A : ในตอนนี้ Nexus นั้นยกเลิกไปแล้วอย่างที่รู้ๆ กัน ส่วน Pixel คงยากเพราะนั่นเป็นมือถือภายใต้แบรนด์ Google

Q : คิดว่า Nokia จะสู้กับตลาดมือถือ Android ไหวไหม เมื่อมือถือจากจีนหลายรุ่นเน้นถล่มราคาพร้อมกับสเปคสูงๆ ?

A : เรื่องนี้เราทราบดีและนั่นทำให้เราเลือกวางขายในจีนเป็นที่แรก เพราะเป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูง ซึ่งจากที่เปิดขายมาก็ได้รับความนิยมมากจนผลิตไม่ทัน ที่น่าแปลกใจคือกลุ่มคนที่ซื้อเป็นวัยรุ่น ไม่ใช่คนที่เคยใช้ Nokia มาก่อน ส่วนจุดที่จะทำให้ Nokia แตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ ก็มี 3 หัวใจหลัก

  1. ความเป็น Pure Android ของ Nokia มีการอัพเดทอย่างต่อเนื่อง
  2. เราทำให้ Nokia เป็นมือถือที่ตอบโจทย์การใช้งานในทุกๆ วัน ทุกๆ สถานการณ์
  3. ดีไซน์ความสวยงาม ความทนทาน วัสดุที่ดีกว่ามือถือในช่วงราคาเดียวกัน

็Nokia

และนั่นคือบทสัมภาษณ์และคำถาม-คำตอบ ที่ทีมงาน droidsans เก็บเอามาฝากแฟนๆ และสาวกของ Nokia ในวันนี้ครับ สำหรับใครที่รอการกลับมาของแบรนด์นี้อยู่ก็ต้องบอกว่าอีกไม่นาน แค่ไตรมาส 2 นี้ เราจะได้เห็น Nokia ยุคใหม่กลับมาวางขายในไทยแน่นอนครับ

The post Nokia พร้อมทำตลาดในไทย ผู้บริหาร HMD ยืนยันเจอกันไตรมาส 2 นี้แน่นอน พร้อมบทสัมภาษณ์ appeared first on DroidSans.

]]>
https://droidsans.com/hmd-ready-to-bring-nokia-to-thailand-in-q2/feed/ 8 1376458
Google เผยโลกออนไลน์ยังน่าห่วง มีเว็บไซต์ถูกแฮกมากขึ้น 32% https://droidsans.com/google-says-hacked-websites-are-increased/ https://droidsans.com/google-says-hacked-websites-are-increased/#respond Thu, 23 Mar 2017 04:47:06 +0000 https://droidsans.com/?p=1376262 กูเกิล ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลอันน่าตกใจบน Google Webmaster Blog ของตัวเองว่าโลกออนไลน์ในปัจจุบันยังมีความเสี่ยงต่อภัยอันตรายเกี่ยวกับการโจรกรรมข้อมูลและการแฮกเว็บไซต์อยู่ ซึ่งทางกูเกิลเองก็ได้รับรู้มาโดยตลอดว่าเหตุการณ์เหล่านี้ไม่มีทีท่าจะลดลงกลับกลายเป็นว่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้น อย่างเมื่อปีที่แล้วมีจำนวนเว็บไซต์ที่ถูกแฮกเพิ่มขึ้นถึง 32% เลยทีเดียว สาเหตุอาจจะด้วยที่ว่าแฮกเกอร์พวกนี้มักร้อนวิชาพยายามหาทางพัฒนาวิธีแฮกใหม่ๆ ขึ้นเพื่อหาทางเข้าไปเจาะระบบของเว็บไซต์ต่างๆ เป้าหมายที่มักตกเป็นเหยื่อของพวกอาชญากรในโลกออนไลน์เหล่านี้คือเว็บไซต์ที่ล้าสมัย ไม่มีการอัพเดตความปลอดภัย เว็บที่ไร้การดูแลรักษาอย่างรัดกุมและแฮกเกอร์มักจะฉวยโอกาสใช้ประโยชน์จากการเข้าไปโจมตีเว็บไซต์เหล่านี้ กูเกิ้ลเองได้พยายามแจ้งให้เว็บไซต์ต่างๆรู้ถึงพิษภัยอันตรายเหล่านี้ โดยใส่คำเตือนด้านความปลอดภัยเมื่อเว็บไซต์นั้นๆ สุ่มเสี่ยงที่จะถูกแฮก ซึ่งพอจะช่วยทำให้เว็บไซต์นั้นรับรู้และเข้าไปตรวจสอบดูว่ากำลังถูกโจมตีอยู่หรือไม่ ทั้งนี้ยังคงมีเว็บไซต์ถึง 61% ที่ยังไม่ได้รับการแจ้งเตือน เพราะว่าเว็บไซต์เหล่านั้นไม่ได้รับการตรวจสอบจากเครื่องมือค้นหาของกูเกิ้ล วิธีที่ดีที่สุดสำหรับทุกเว็บไซต์คววรมีระบบป้องกันและการทำให้เว็บไซต์ปลอดภัยมากขึ้น ดีกว่าที่จะมาแก้ปัญหากันภายหลัง ภัยในโลกออนไลน์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดทำให้เกิดความกังวลด้านความปลอดภัยเป็นเท่าตัว เพราะอย่างที่ผ่านมาเรามักได้ยินข่าวการเข้าไปแฮกเว็บยักษ์ใหญ่ๆ อย่าง Sony Pictures, Yahoo หรือในบ้านเราเองก็โดนด้วย เช่น เว็บอีคอมเมิร์ซ Lazada แม้แต่เว็บของรัฐบาล ซึ่งรูปแบบการแฮกส่วนใหญ่จะมาแบบลูกไม้เดิมๆคือการใส่คำศัพท์ที่ไม่มีความหมายบนหน้าเว็บนั้นๆ หรืออาจสร้างตัวอักษรเป็นภาษาญี่ปุ่นหรือภาษาต่างดาวที่เราไม่เข้าใจ ให้เราคลิกแล้วเชื่อมไปยังหน้าเว็บไซต์ปลอมที่แฮกเกอร์สร้างขึ้นมาอีกต่อหนึ่ง อย่างไรก็ตามทางกูเกิ้ลเองพยายามที่จะจัดการกับเว็บไซต์เหล่านี้และแจ้งให้เรารู้ถึงภัยอันตรายต่างๆในโลกออนไลย์อย่างต่อเนื่อง เพื่อนๆ ทุกคนที่มักใช้เวลาว่างเล่นอินเตอร์เน็ตเป็นประจำหากเข้าไปในหน้าเว็บไซต์แปลกๆหรือให้เรากรอกข้อมูล อย่าพึ่งเข้าไปหรือไม่แน่ใจควรปิดเว็บนั้นๆ ทิ้งจะดีกว่าครับเพื่อความปลอดภัย     ที่มา: gadgets.ndtv.com

The post Google เผยโลกออนไลน์ยังน่าห่วง มีเว็บไซต์ถูกแฮกมากขึ้น 32% appeared first on DroidSans.

]]>
กูเกิล ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลอันน่าตกใจบน Google Webmaster Blog ของตัวเองว่าโลกออนไลน์ในปัจจุบันยังมีความเสี่ยงต่อภัยอันตรายเกี่ยวกับการโจรกรรมข้อมูลและการแฮกเว็บไซต์อยู่ ซึ่งทางกูเกิลเองก็ได้รับรู้มาโดยตลอดว่าเหตุการณ์เหล่านี้ไม่มีทีท่าจะลดลงกลับกลายเป็นว่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้น อย่างเมื่อปีที่แล้วมีจำนวนเว็บไซต์ที่ถูกแฮกเพิ่มขึ้นถึง 32% เลยทีเดียว

สาเหตุอาจจะด้วยที่ว่าแฮกเกอร์พวกนี้มักร้อนวิชาพยายามหาทางพัฒนาวิธีแฮกใหม่ๆ ขึ้นเพื่อหาทางเข้าไปเจาะระบบของเว็บไซต์ต่างๆ เป้าหมายที่มักตกเป็นเหยื่อของพวกอาชญากรในโลกออนไลน์เหล่านี้คือเว็บไซต์ที่ล้าสมัย ไม่มีการอัพเดตความปลอดภัย เว็บที่ไร้การดูแลรักษาอย่างรัดกุมและแฮกเกอร์มักจะฉวยโอกาสใช้ประโยชน์จากการเข้าไปโจมตีเว็บไซต์เหล่านี้

กูเกิ้ลเองได้พยายามแจ้งให้เว็บไซต์ต่างๆรู้ถึงพิษภัยอันตรายเหล่านี้ โดยใส่คำเตือนด้านความปลอดภัยเมื่อเว็บไซต์นั้นๆ สุ่มเสี่ยงที่จะถูกแฮก ซึ่งพอจะช่วยทำให้เว็บไซต์นั้นรับรู้และเข้าไปตรวจสอบดูว่ากำลังถูกโจมตีอยู่หรือไม่ ทั้งนี้ยังคงมีเว็บไซต์ถึง 61% ที่ยังไม่ได้รับการแจ้งเตือน เพราะว่าเว็บไซต์เหล่านั้นไม่ได้รับการตรวจสอบจากเครื่องมือค้นหาของกูเกิ้ล วิธีที่ดีที่สุดสำหรับทุกเว็บไซต์คววรมีระบบป้องกันและการทำให้เว็บไซต์ปลอดภัยมากขึ้น ดีกว่าที่จะมาแก้ปัญหากันภายหลัง

ภัยในโลกออนไลน์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดทำให้เกิดความกังวลด้านความปลอดภัยเป็นเท่าตัว เพราะอย่างที่ผ่านมาเรามักได้ยินข่าวการเข้าไปแฮกเว็บยักษ์ใหญ่ๆ อย่าง Sony Pictures, Yahoo หรือในบ้านเราเองก็โดนด้วย เช่น เว็บอีคอมเมิร์ซ Lazada แม้แต่เว็บของรัฐบาล ซึ่งรูปแบบการแฮกส่วนใหญ่จะมาแบบลูกไม้เดิมๆคือการใส่คำศัพท์ที่ไม่มีความหมายบนหน้าเว็บนั้นๆ หรืออาจสร้างตัวอักษรเป็นภาษาญี่ปุ่นหรือภาษาต่างดาวที่เราไม่เข้าใจ ให้เราคลิกแล้วเชื่อมไปยังหน้าเว็บไซต์ปลอมที่แฮกเกอร์สร้างขึ้นมาอีกต่อหนึ่ง

อย่างไรก็ตามทางกูเกิ้ลเองพยายามที่จะจัดการกับเว็บไซต์เหล่านี้และแจ้งให้เรารู้ถึงภัยอันตรายต่างๆในโลกออนไลย์อย่างต่อเนื่อง เพื่อนๆ ทุกคนที่มักใช้เวลาว่างเล่นอินเตอร์เน็ตเป็นประจำหากเข้าไปในหน้าเว็บไซต์แปลกๆหรือให้เรากรอกข้อมูล อย่าพึ่งเข้าไปหรือไม่แน่ใจควรปิดเว็บนั้นๆ ทิ้งจะดีกว่าครับเพื่อความปลอดภัย

 

 

ที่มา: gadgets.ndtv.com

The post Google เผยโลกออนไลน์ยังน่าห่วง มีเว็บไซต์ถูกแฮกมากขึ้น 32% appeared first on DroidSans.

]]>
https://droidsans.com/google-says-hacked-websites-are-increased/feed/ 0 1376262
vivo ออกรุ่นใหม่ Y55s มาพร้อมกล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล ในราคา 5,990 บาท https://droidsans.com/vivo-y55s-price-at-5990-baht/ https://droidsans.com/vivo-y55s-price-at-5990-baht/#respond Thu, 23 Mar 2017 04:34:13 +0000 https://droidsans.com/?p=1376417 ปล่อยของออกมาอย่างต่อเนื่องเลยกับทาง vivo ซึ่งล่าสุดก็มีเปิดตัวสมาร์ทโฟนระดับกลางค่อนล่างตัวใหม่ Y55s ภาคต่อของ Y55  โดยมาพร้อมกับกล้องหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล และคำโปรย "Capture Clear Shots" แถมด้วยฟีเจอร์ Smart Split ในราคา 5,990 บาท สเปคของ vivo Y55s OS: Android 6.0 Marshmallow with funtouch OS 3.0 หน้าจอ: 5.2 นิ้ว TFT ความละเอียด HD 720P CPU: Qualcomm Snapdragon 425 Quad-core 1.4GHz GPU: Adreno 308 RAM: 2GB หน่วยความจำภายใน: 16GB รองรับ microSD สูงสุด 256GB กล้องหลัง: […]

The post vivo ออกรุ่นใหม่ Y55s มาพร้อมกล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล ในราคา 5,990 บาท appeared first on DroidSans.

]]>
ปล่อยของออกมาอย่างต่อเนื่องเลยกับทาง vivo ซึ่งล่าสุดก็มีเปิดตัวสมาร์ทโฟนระดับกลางค่อนล่างตัวใหม่ Y55s ภาคต่อของ Y55  โดยมาพร้อมกับกล้องหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล และคำโปรย "Capture Clear Shots" แถมด้วยฟีเจอร์ Smart Split ในราคา 5,990 บาท

สเปคของ vivo Y55s

  • OS: Android 6.0 Marshmallow with funtouch OS 3.0
  • หน้าจอ: 5.2 นิ้ว TFT ความละเอียด HD 720P
  • CPU: Qualcomm Snapdragon 425 Quad-core 1.4GHz
  • GPU: Adreno 308
  • RAM: 2GB
  • หน่วยความจำภายใน: 16GB รองรับ microSD สูงสุด 256GB
  • กล้องหลัง: 13 ล้านพิกเซล f/2.2, ไฟแฟลช LED หนึ่งดวง
  • กล้องหน้า: 5 ล้านพิกเซล f/2.0
  • SIM: รองรับ 1 microSIM + 1 nanoSIM ไม่ต้องแชร์ช่องกับ microSD การ์ด
  • การเชื่อมต่อ:
    • 4G LTE
    • Wi-Fi 802.11 b/g/n
    • Bluetooth 4.2
    • รองรับ OTG
  • แบตเตอรี่: 2730 mAh
  • สัดส่วน: 147.90 x 72.90 x 7.50 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก: 142 กรัม

ดูจากสเปคก็จะเห็นว่า vivo Y55s นั้นเป็นรุ่นที่อยู่ในระดับกลางที่ค่อนไปทางล่างๆ เมื่อเทียบกับรุ่นอื่นๆ ในยุคสมัยนี้ แต่ที่ดูจะมีภาษีเหนือกว่าเจ้าอื่นหน่อยๆ ก็คือ กล้องหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พร้อมกับคำโปรย "Capture Clear Shots" ซึ่งก็บอกถึง เรื่องการถ่ายภาพที่ได้รายละเอียดชัดเจน

ถึงแม้ว่า Y55s จะยังคงเป็น Android 6.0 Marshmallow อยู่ แต่ทาง vivo ก็มีใส่ฟีเจอร์ Smart Split 2.0 ที่สามารถใช้งานแอพได้พร้อมกันสองหน้าจอเข้ามาให้ด้วย ซึ่งทาง vivo ก็ทำให้รองรับได้ค่อนข้างจะหลายแอพอยู่เหมือนกัน

นอกจากนี้ vivo Y55s ก็ยังรองรับ 2 ซิม โดยไม่จำเป็นที่จะต้องแชร์ช่องกับ microSD การ์ด อีกด้วย เพราะว่าช่องเสียบนั้นอยู่คนละที่กัน ไม่ต้องรักพี่เสียดายน้อยกันต่อแล้วว่าจะเลือกใส่อะไรดี แต่ว่าทำไม vivo ยังเลือกใช้ microSIM อยู่ก็ไม่รู้เหมือนกันนะครับ

ในตอนนี้ vivo เริ่มวางจำหน่าย Y55s แล้ว โดยเปิดราคามาที่ 5,990 บาท ใครที่สนใจก็สามารถลองจับ ลองเล่นได้แล้วในร้านค้าทั่วไปครับ ส่วนข้อมูลเพิ่มเติมดูได้ที่เว็บไซต์ vivo ได้เลย

The post vivo ออกรุ่นใหม่ Y55s มาพร้อมกล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล ในราคา 5,990 บาท appeared first on DroidSans.

]]>
https://droidsans.com/vivo-y55s-price-at-5990-baht/feed/ 0 1376417