ในที่สุด 3 ค่ายมือถือบ้านเราก็ได้ฤกษ์ดีเปิดจอง iPhone SE มือถือหน้าจอ 4 นิ้วของค่าย Apple กันเสียที ซึ่งเป็นที่แน่นอนว่าทั้ง 3 ค่ายนั้นก็ต้องแข่งเสนอโปรโมชั่นเด็ดๆ ออกมาล่อใจลูกค้าเป็นปกติ วันนี้เราจึงมาลองเปรียบเทียบและวิเคราะห์กันดีกว่าว่าซื้อ iPhone SE จากที่ไหนคุ้มและเหมาะกับการใช้งานที่สุด…?

เริ่มต้นเรามาดูราคาเครื่องเปล่าจากจาก Apple Online Store กันเสียก่อน
– iPhone SE ความจุ 16GB ราคาเครื่องเปล่า 16,800 บาท
– iPhone SE ความจุ 64GB ราคาเครื่องเปล่า 20,800 บาท

ที่มา Apple
 
 
 
DTAC

ราคาเครื่องเปล่า
– iPhone SE ความจุ 16GB ราคาเครื่องเปล่า 16,800 บาท
– iPhone SE ความจุ 64GB ราคาเครื่องเปล่า 20,900 บาท (ราคาสูงกว่า Apple Online Store 100 บาท)
 
ราคาเครื่องพร้อมแพ็กเกจ
– iPhone SE ความจุ 16GB ราคา เครื่องพร้อมแพ็กเกจ 15,300 บาท
– iPhone SE ความจุ 64GB ราคาเครื่องพร้อมแพ็กเกจ 19,400 บาท

เมื่อซื้อเครื่องพร้อมแพ็กเกจนั้นจะได้รับส่วนลด 1,500 บาท แลกกับการต้องสมัครแพ็กเกจรายเดือน Super Non- Stop ขั้นต่ำ 499 บาท เป็นระยะสัญญา 6 เดือน โดยพิเศษกว่าที่อื่นตรงที่จะได้รับของแถมเป็น Apple Lightning to USB Cable (1 ม.) และ dtac online store Metallic Powerbank 9000mAh รวมมูลค่า 2,980 บาท

สำหรับแพ็กเกจ Super Non-Stop 499 บาทนั้น ผู้ใช้งานจะได้รับบริการอินเทอร์เน็ตรายเดือนจำนวน 10GB เป็นระยะเวลา 12 เดือน (เมื่อใช้ครบจะลดลงความเร็วลงเหลือ 384KBps) พร้อมโทรทุกเครือข่าย 200 นาทีต่อเดือน

ที่มา DTAC
 
 
 
AIS

ราคาเครื่องเปล่า
– iPhone SE ความจุ 16GB ราคาเครื่องเปล่า 17,000 บาท (ราคาสูงกว่า Apple Online Store 200 บาท)
– iPhone SE ความจุ 64GB ราคาเครื่องเปล่า 21,000 บาท(ราคาสูงกว่า Apple Online Store 200 บาท)
 
ราคาเครื่องเปล่าพร้อมเซ็นสัญญา
– iPhone SE ความจุ 16GB ราคา เครื่องพร้อมเซ็นสัญญา 15,000 บาท
– iPhone SE ความจุ 64GB ราคาเครื่องพร้อมเซ็นสัญญา 19,000 บาท

สิทธิพิเศษข้างต้นนี้ สำหรับลูกค้าเอไอเอสรายเดือนเดิมที่จดทะเบียนในนามบุคคลธรรมดา ซึ่งมีการใช้งานแพ็กเกจหลักค่าบริการรายเดือนตั้งแต่ 299 บาทขึ้นไปและมีอายุการใช้งานตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไป โดยต้องเซ็นสัญญาใช้บริการต่อเนื่องนาน 12 เดือนและสละสิทธิ์การสมัครแพ็กเกจ iPhone ภายหลังการซื้อ (รับสิทธิ์ได้ 1 เครื่องต่อ 1 บัตรประชาชน)
 
ราคาเครื่องพร้อมแพ็กเกจ
– iPhone SE ความจุ 16GB ราคาเครื่องพร้อมแพ็กเกจ 15,900 บาท
– iPhone SE ความจุ 64GB ราคาเครื่องพร้อมแพ็กเกจ 19,900 บาท

สำหรับในส่วนนี้ สำหรับสำหรับลูกค้าเปิดเบอร์ใหม่ ย้ายค่ายเบอร์เดิม ลูกค้าเอไอเอสเปลี่ยนจากเติมเงินเป็นรายเดือน และลูกค้าเอไอเอสรายเดือนที่ซื้อเครื่องพร้อมสมัครใช้แพ็กเกจ AIS 4G Max Speed ตั้งแต่ 488 บาทขึ้นไป ซึ่งมีข้อดีอยู่ตรงที่จำเป็นต้องใช้แพ็กเกจระยะเวลาอย่างน้อยเพียง 3 เดือนเท่านั้น

แพ็กเก็จ AIS 4G Max Speed 488 บาทนี้ มาพร้อมกับอินเทอร์เน็ตรายเดือนจำนวน 10GB (เมื่อใช้ครบตัดเน็ตทันที) โทรทุกเครือข่าย 200 นาที

ที่มา AIS
 
 
 
TRUE

ราคาเครื่องเปล่า
– iPhone SE ความจุ 16 GB ราคาเครื่องเปล่า 16,800 บาท
– iPhone SE ความจุ 64 GB ราคาเครื่องเปล่า 20,900 บาท (ราคาสูงกว่า Apple Online Store 100 บาท)
 
ราคาเครื่องพร้อมแพ็กเกจ
– iPhone SE ความจุ 16 GB ราคาเครื่องพร้อมแพ็กเกจ 11,800 บาท
– iPhone SE ความจุ 64 GB ราคาเครื่องพร้อมแพ็กเกจ 15,900 บาท

ผู้ซื้อเครื่องพร้อมแพ็กเกจจะได้รับส่วนลด 5,000 บาทซึ่งสูงกว่าค่ายต่างๆ โดยจะต้องสมัครแพ็กเก็จ 4G+ Super Smart 499 บาทขึ้นไป ระยะสัญญานาน 12 เดือน โดยมีเงื่อนไขต้องชำระค่าบริการล่วงหน้า 3,000 บาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ซึ่งถูกแบ่งเป็นส่วนลดค่าบริการให้ลูกค้าเดือนละ 300 บาทนาน 10 เดือน

แพ็กเก็จ 4G+ Super Smart 499 บาท สำหรับลูกค้าเปิดเบอร์ใหม่จะได้รับเน็ตเดือนละ 6GB นาน 6 เดือน หลังจากนั้นจะได้รับ 4GB ต่อเดือน ส่วนลูกค้าปกติรายอื่นจะได้รับเน็ตเดือนละ 4GB นาน 6 เดือน หลังจากนั้นจะได้รับ 2GB ต่อเดือน (เมื่อใช้ครบแล้วจะถูกปรับลดเป็นความเร็ว 128KBps) และโทรทุกเครือข่าย 200 นาที

ที่มา TRUE
 
 
 
สรุป

จะเห็นได้ว่า TRUE สนนราคาเครื่องพร้อมแพ็กเกจถูกกว่าที่อื่นมากพอสมควร ห่างกันมากถึง 3,500 บาทเลยทีเดียว ทั้งนี้ก็ต้องพิจารณาอินเทอร์เน็ตที่จะได้รับด้วยว่าต่ำกว่าค่ายอื่นมากอยู่เหมือนกันราว 2-6GB เลยทีเดียวแถมต้องจ่ายค่าบริการล่วงหน้าก่อน 3,000 บาทด้วย ซึ่งหากส่วนใหญ่ใช้อินเทอร์เน็ตบ้าน/ที่ทำงาน และไม่ค่อยได้ใช้อินเทอร์เน็ตปริมาณมากๆ ก็ยังน่าสนใจอยู่ ขณะที่ DTACมีส่วนลดให้เพียง 1,500 บาทแต่พ่วงมาด้วยอินเทอร์เน็ต 10GB และของแถมอีกเล็กน้อยก็น่าพิจารณาเช่นกัน แถมกำหนดสัญญาน้อยกว่าเพียงแค่ 6 เดือน ส่วน AIS ในราคาเครื่องพร้อมแพ็คเกจนั้นดูเหมือนจะเหมาะกับคนที่ไม่อยู่ยาวเพราะกำหนดต้องใช้แพ็คเกจอย่างน้อย 3 รอบบิลเท่านั้น

อย่างไรก็แล้วแต่ ผู้ที่กำลังตัดสินใจซื้ออย่าลืมพิจารณาจากการใช้งานของตนเองเป็นหลักด้วยนะครับ