ไขข้อข้องใจ!ทำไมต้องเล่นสายเมจ…Maple story!

Home Forums Game Discussion General Game Discussion ไขข้อข้องใจ!ทำไมต้องเล่นสายเมจ…Maple story!

  • 13322 Game Zoneยังอยู่กับเกมในตำนานสุดฮอตอย่าง Maple story และจะพาคุณไปรู้จักกับอาชีพสุดฮอตอย่าง Mage คลาสจอมเวทย์ที่โดดเด่นเรื่องการโจมตีด้วยเวทมนต์ พร้อมไขข้อข้องใจว่าเหตุใดอาชีพนี้จึงเป็นอาชีพที่นิยมเล่นกันแพร่หลาย กล่าวได้ว่าMageถึงแม้จะมีร่างกายจะบอบบาง ตายง่าย แต่ก็แลกมาด้วยพลังโจมตีที่สูงมาก มีสกิลทำดาเมจหมู่ที่รุนแรงมากเช่นกันหน้าที่หลักๆคือตัวทำดาเมจประจำปาร์ตี้นั่นเอง สามารถต่อยอดไปได้อีกสามสายตอนเลเวล 30 คือ
    Mage Fire/Poison เน้นควบคุมเวทธาตุไฟและพิษ มีระยะสกิลที่กว้างเน้นการตอดทำลายศัตรูด้วยพิษและเวททำลายล้างสูง ด้วยเวทไฟ ที่มีทั้งดาเมจเบิร์นและระเบิดอย่างรุนแรง เป้นเมจที่นำไปลุยในการลงบอสต่างๆได้ดี
    Mage Ice/Lightning เน้นควบคุมเวทธาตุน้ำแข็งและสายฟ้า มีระยะสกิลกว้าง ข้อดีคือ สามารถแช่แข็งมอนสเตอร์ทั่วไปได้ สกิลความรุนแรงปานกลางแต่เสริมด้วยสกิลไฟฟ้าที่มีความรุนแรงสูงแทน ค่อนข้างสมดุลในการเก็บเวลตีมอนเฉยๆ
    Cleric พ่อพระนักบุญที่ขาดไม่ได้เกมนี้อันเนื่องมาจากสกิล Heal ฟื้นพลังชีวิตให้คนอื่น นอกจากนี้ ยังมีบัฟเพิ่ม EXP ให้ทีม และยังมีสกิลซัพพอร์ตอย่างประตูมิติ หรือบัฟเพิ่มเกราะเพิ่มสถานะต่างๆ แถมยังมีดาเมจจากสกิลวงกว้างของตัวเองที่รุนแรงมาก ข้อเสียคือสกิลดาเมจต่างๆ มีความเร้วในการร่ายต่ำ ทำให้พระเป็นอาชีพที่มีดาเมจต่อวินาที น้อยที่สุดในเกม (อ้างอิงจากเซิร์ฟเวอร์เกาหลี)

    ไขข้อข้องใจ!ทำไมต้องเล่นสายเมจ...พร้อมแนะนำตัวละคร...Maple story!

    วิเคราะห์บาส,ข่าวบาส,ผลบาสสด,บาสสด,ผลบาสnba
    Magician
    เป็นสายอาชีพที่คนนิยมเล่นกันเป็นจำนวนมาก เพราะด้วยรูปแบบของสกิลที่ค่อนข้างกว้างและไกล แถมพลังทำลายล้างที่สุดแสนจะอลังการงานสร้าง ฟาร์มง่ายเก็บเลเวลไว แต่ก็ต้องบอกว่ามีข้อเสียเยอะพอสมควรเพราะสายอาชีพนี้ไม่ค่อยมีสกิลป้องกันตัวสักเท่าไร แถมบอบบางเป็นอย่างมาก และที่เป็นปัญหามากที่สุดคือ บริโภค MP ได้เปลืองแบบสุดๆ เลยนั่นเอง สายอาชีพที่แยกออกไปจะมีอยู่ 2 สายด้วยกันคือ

    1. Wizard –> Mage –> Arch Mage
    2. Cleric –> Priest –> Bishop

    เพิ่มเติม
    สำหรับ Wizard จะมีการแยกสายย่อยเพิ่มเข้ามาอีก 4 สายด้วยกันคือ Fire, Poison, Ice และ Lightning

1 Comment

  • Kirito Testsuka
    Kirito Testsuka
    Participant

    เราจะรู้ได้อย่างไรว่า หมายเลขที่ได้จากการ สุ่มเลขบัตร จะเป็นเลขบัตรที่ใช้ได้จริงๆ โดยทั่วไป บัตรประชาชนจะถูกแบ่งเป็น x-xxxx-xxxxx-xx-x ซึ่งเลขตัวสุดท้ายจะเป็นเลขเพื่อเช็คความถุกต้องของเลข 12 ตัวแรก ซึ่งเลขตัวสุดท้ายเรามีวิธีการคำนวนจำนวน 4 ขั้นตอนดังนี้ มั่วตัวเลขอะไรมาก้ได้จำนวน 12 ตัว โดยมีกฎอยู่ว่า ตัวแรกห้ามเป็นเลข 0 หรือ 9 เช่น 189353534573 เอาเลข 12 หลักจากข้อแรกมาคูณกับเลขประจำหลักของมัน แล้วเอามารวมกัน เช่นจากตัวอย่างก็คือ (1*13) + (8*12) + (9*11) + (3*10) + (5*9) + (3*8) + (5*7) + (3*6) + (4*5) + (5*4) + (7*3) + (3*2) ได้ 427 นำผลลัพธ์จากข้อที่แล้วมา mod หรือหารเอาเศษด้วย 11 เช่น จากตัวอย่างจะได้ 413 mod 11 = 9 นำ 11 ไปลบกับผลลัพธ์จากข้อที่แล้ว จะได้เลขหลักที่ 13 เช่นของเราคือ 9 ได้ 11-9 = 2

    สุ่มรหัสหมายเลขบัตร

You must be logged in to reply to this topic.

To Top