ในปี 2025 ตลาดสมาร์ทโฟนโลกยังคงเป็นการขับเคี่ยวกันอย่างดุเดือดระหว่างสองยักษ์ใหญ่คือ Apple และ Samsung โดยล่าสุดรายงานจาก Counterpoint Research ชี้ให้เห็นว่าทั้งสองแบรนด์สามารถกวาดส่วนแบ่งในอันดับ รุ่นที่มียอดจัดส่งสูงสุด” (Highest-shipping Models) ไปได้เกือบทั้งหมดในทุกภูมิภาคทั่วโลก

สรุป 5 อันดับรุ่นที่ขายดีที่สุด แต่ละภูมิภาคทั่วโลก

1. อเมริกาเหนือ (North America)

Apple ครองตลาดเกือบเบ็ดเสร็จใน 4 อันดับแรก

  • อันดับ 1: Apple iPhone 16 (10%)
  • อันดับ 2: Apple iPhone 17 Pro Max (8%)
  • อันดับ 3: Apple iPhone 16 Pro Max (7%)
  • อันดับ 4: Apple iPhone 16 Pro (6%)
  • อันดับ 5: Samsung Galaxy A16 5G (5%)

2. ละตินอเมริกา (Latin America)

Samsung ครองแชมป์ในกลุ่มรุ่นราคาประหยัดและระดับกลาง

  • อันดับ 1: Samsung Galaxy A06 4G (6%)
  • อันดับ 2: Samsung Galaxy A16 4G (5%)
  • อันดับ 3: Samsung Galaxy A15 4G (3%)
  • อันดับ 4: Redmi 14C 4G (3%)
  • อันดับ 5: Motorola Moto G05 4G (2%)

3. ยุโรป (Europe)

การผสมผสานระหว่าง iPhone และเรือธงของ Samsung

  • อันดับ 1: Apple iPhone 16 (5%)
  • อันดับ 2: Apple iPhone 16 Pro (5%)
  • อันดับ 3: Apple iPhone 16 Pro Max (4%)
  • อันดับ 4: Apple iPhone 17 (3%)
  • อันดับ 5: Samsung Galaxy S25 5G (3%)

4. จีน (China)

Apple ครองตำแหน่ง Top 5 ทั้งหมดอย่างเหนียวแน่น

  • อันดับ 1: Apple iPhone 16 Pro (3%)
  • อันดับ 2: Apple iPhone 16 Pro Max (3%)
  • อันดับ 3: Apple iPhone 17 Pro (2%)
  • อันดับ 4: Apple iPhone 16 (2%)
  • อันดับ 5: Apple iPhone 17 Pro Max (2%)

5. เอเชียแปซิฟิก – ยกเว้นจีน (Asia-Pacific ex. China)

iPhone รุ่นมาตรฐานและรุ่นประหยัดได้รับความนิยมสูง

  • อันดับ 1: Apple iPhone 16 (4%)
  • อันดับ 2: Apple iPhone 15 (2%)
  • อันดับ 3: Apple iPhone 16e (2%)
  • อันดับ 4: Apple iPhone 16 Pro (1%)
  • อันดับ 5: Apple iPhone 17 (1%)

6. ตะวันออกกลางและแอฟริกา (Middle East & Africa)

ตลาดเน้นความคุ้มค่าและสมาร์ทโฟนระดับเริ่มต้น (Entry-level)

  • อันดับ 1: Samsung Galaxy A16 4G (3%)
  • อันดับ 2: TECNO Camon 40 4G (2%)
  • อันดับ 3: Redmi 14C 4G (2%)
  • อันดับ 4: TECNO Pop 9 4G (2%)
  • อันดับ 5: Samsung Galaxy A06 4G (2%)

ทำไม Apple และ Samsung ถึงยังไร้คู่แข่ง?

ปัจจัยหลักที่ทำให้ทั้งสองแบรนด์ครองตลาดได้ในปีนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องของความนิยมในตัวแบรนด์ แต่เป็นเรื่องของกลยุทธ์การแบ่งตลาดที่ชัดเจน

  • Apple : เน้นกลยุทธ์ Premiumization”หรือการผลักดันให้คนไปใช้รุ่นที่สเปคสูงขึ้นอย่างตระกูล Pro และ Pro Max
  • Samsung : ใช้กลยุทธ์ Diversity โดยครอบคลุมตั้งแต่รุ่นราคาประหยัดอย่าง Galaxy A Series ไปจนถึงเรือธงอย่าง S Series

อันดับรุ่นยอดฮิตแยกตามภูมิภาค

2025 List of Highest-shipping Models Across Regions

จากการวิเคราะห์ข้อมูลและยอดจัดส่ง เราสามารถแบ่งพฤติกรรมผู้บริโภคในแต่ละโซนได้ดังนี้

1. อเมริกาเหนือและยุโรป

ในภูมิภาคที่เน้นกำลังซื้อสูง iPhone 16 Series ยังคงครองอันดับ 1 อย่างเหนียวแน่น โดยมาสาเหตุมาจาก

  • การรวมระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่แข็งแกร่ง
  • ฟีเจอร์ Apple Intelligence ที่ดึงดูดให้ผู้ใช้รุ่นเก่าอัปเกรดเครื่อง

ส่วนอันดับ 5 ของทั้ง 2 ทวีป แม้จะเป็นแบรนด์ซัมซุงเหมือนกัน แต่ทางยุโรป รุ่นที่ติดเข้าไปคือรุ่นตัวท็อป Samsung Galaxy S25 สะท้อนให้เห็นว่าผู้คนส่วนใหญ่ชอบกลุ่มผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียม ส่วนทางอเมริกา จะเป็นรุ่นคุ้มค่า Galaxy A16 5G ที่ได้รับแรงหนุนจากปริมาณการขายในกลุ่มเติมเงิน

2. ตลาดจีน และเอเชียแปซิฟิก ดินแดนของ iPhone

เป็นการกินรวบจากทางฝั่ง Apple ทั้งหมด โดย 5 อันดับแรก มีแต่ iPhone แต่มีความแตกต่างกันที่ ในจีน ยอดจัดส่ง 5 อันดับแรก จะเป็นซีรีส์ Pro ส่วนใหญ่ แต่ในตลาด เอเชียแปซิฟิก จะเป็นรุ่นมาตรฐาน และรุ่นประหยัดอย่าง iPhone 16e ที่ขายดีมากๆ ในญี่ปุ่น

2. ตะวันออกกลาง แอฟริกา และละตินอเมริกา : สมรภูมิของ Samsung Galaxy A Series

ในตลาดที่เน้นความคุ้มค่า แตกต่างจากตลาดโลกอื่นๆ Samsung ประสบความสำเร็จอย่างมากกับ Galaxy A15 และ A06 ซึ่งมียอดจัดส่งถล่มทลาย แล้วยังมีแบรนด์อื่นเข้ามาอยู่ในอันดับ คือ Redmi Tecno และ Motorola ที่เข้ามาเบียดได้สำเร็จ

โดยปัจจัยที่คนเลือกซื้อมาจาก

  • จอภาพ (Display) : การใช้จอ Super AMOLED ในราคาที่จับต้องได้
  • การรองรับ 5G : ที่กลายเป็นมาตรฐานหลักในพื้นที่กำลังพัฒนา

อะไรคือปัจจัยที่ทำให้รุ่นเหล่านี้ขายดี?

หากดูที่สเปคภายใน มี 3 ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อในปี 2025

  1. AI Integration : สมาร์ทโฟนที่ติดอันดับท็อปในปีนี้เกือบทั้งหมด มีหน่วยประมวลผลที่รองรับ On-device AI เช่น ชิป A18 Pro ของ Apple และ Exynos/Snapdragon รุ่นใหม่ใน Samsung
  2. Battery Longevity : การจัดการพลังงาน ที่ทำให้อายุการใช้งานแบตเตอรี่อยู่ได้นานเกิน 24 ชั่วโมง แม้จะใช้งานหนัก
  3. Display Quality : เทคโนโลยี LTPO ที่ปรับอัตรารีเฟรชเรทได้ กลายเป็นมาตรฐานที่ผู้ใช้มองหาในรุ่นกลางถึงบน

บทสรุปและทิศทางในอนาคต

รายงานปี 2025 สะท้อนให้เห็นว่า ความพรีเมียม และ ความคุ้มค่าที่ชัดเจน คือกุญแจสำคัญ แม้แบรนด์จากจีนจะพยายามเร่งเครื่องขึ้นมา แต่ความเชื่อมั่นในแบรนด์ (Brand Loyalty) ของ Apple และความหลากหลายของผลิตภัณฑ์จาก Samsung ยังคงเป็นกำแพงที่ข้ามได้ยาก