เรียกว่ามาได้ถูกจังหวะและเวลาสุด ๆ สำหรับเกมภาคเสริมใหม่จากซีรีส์ Pokémon อย่าง Pokémon Pokopia เกมแนว Life Simulation ที่เพิ่งวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 5 มีนาคมที่ผ่านมา โดยได้รับคำวิจารณ์อย่างยอดเยี่ยมจากสื่อหลายสำนักยิ่งบนเว็บไซต์ Metacritic ฟาดคะแนนไปถึง 88 เต็ม 100 ขึ้นแท่นเกมภาคเสริมที่ทำคะแนนเยอะที่สุดประจำซีรีส์นี้ไป

ซึ่งแฟนเกมหลาย ๆ คนอาจสงสัยว่าทำไมเจ้าเกมภาคเสริมภาคนี้ถึงทำคะแนนคำวิจารณ์ถล่มทลายขนาดนี้ได้ บทความนี้ทาง DroidSans เราเลยได้รวบรวมความเห็นจากรีวิวของสื่อหลากหลายออกมาเป็น 5 เหตุผลที่ทำให้ Pokémon Pokopia ครองใจผู้เล่นยุคนี้ รวมถึงนักวิจารณ์ไปได้ ถ้าพร้อมแล้วเราลองไปดูกันครับ

พลังกราฟิกระดับ Next-Gen ของเครื่อง Nintendo Switch 2

หนึ่งในความก้าวหน้าที่สุดของเกมซีรีส์โปเกมอนคงปฏิเสธไม่ได้ว่าการอัปเกรดจาก Nintendo Switch สู่ Nintendo Switch 2 พร้อมภาพกราฟิกระดับ Next-Gen และการเล่นอย่างลื่นไหลไม่มีสะดุดก็ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญไม่แพ้เรื่องอื่น ๆ

เพราะสื่ออย่าง Nintendo Life ยังได้กล่าวไว้ในรีวิวเลยว่าเกมนี้สามารถมอบประสบการณ์การเล่นบนเฟรมเรต 60fps ทั้งในการเล่นแบบต่อ Dock และในโหมด Handheld ผสมกับภาพกราฟิกสุดสดใสและสะอาดตาด้วยพลังของ Katana Engine ก็ยิ่งส่งเสริมให้เกมนี้กลายเป็นอีกหนึ่งเกมน่าจัดสำหรับคนมีเครื่อง Nintendo Switch 2 ไปโดยปริยาย

Setting ของเกมที่สามารถดึงดูดได้ทุกวัย

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วในซีรีส์เกมนี้ นับตั้งแต่ภาคแรก ๆ ตัวเอกอย่างเราก็มักจะถูกส่งไปอยู่ในบ้านใดบ้านหนึ่งในภูมิภาคต่าง ๆ แต่มาในภาคเสริมอย่าง Pokopia กลับพาผู้เล่นอย่างเรา ๆ ไปอยู่ในพื้นที่รกร้างที่เต็มไปด้วยปริศนา รอคอยผู้เล่นมาฟื้นฟูและหาคำตอบ

อ้างอิงจาก The Guardian ได้ชื่นชม World Setting ของเกมนี้ว่าทำออกมาได้น่าประทับใจและมีชีวิตชีวาอย่างมาก พร้อมแฝงนัยยะมากมายเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอยู่ตลอดทั้งเกม รวมทั้งสื่ออย่าง Vooks ยังได้กล่าวชมเช่นกันว่าเกมนี้ได้ลบภาพจำจากภูมิภาคคันโตที่ผู้เล่นคุ้นเคย กลายเป็นซากปรักหักพังที่เต็มไปด้วยปริศนาที่ต้องการหาคำตอบ ทำให้เกมสามารถดึงดูดผู้เล่นได้ทุกช่วงวัยให้มาติดพันได้ง่าย ๆ

NPC ที่ไม่ใช่ตัวประกอบ แต่เป็นเหล่าโปเกมอนที่เราคุ้นเคย

หากทุกคนเคยเล่นเกมแนวใช้ชีวิตในหมู่บ้านไม่ว่าจะเป็น Animal Crossing, Story of Seasons และ Harvest Moon มาบ้าง คงเป็นที่รู้กันดีว่า NPC ในเกมเหล่านี้ล้วนมีส่วนสำคัญสำหรับขับเคลื่อนเนื้อหาของเกมค่อนข้างมาก เพราะถ้าเกมไหนสร้างมิติตัวละครประกอบฉากเหล่านี้มาไม่ได้น่าสนใจ ไม่มีเอกลักษณ์ ผู้เล่นอย่างเราก็จะเบื่อเกมนั้นไปได้ดื้อ ๆ

ทำให้เกม Pokémon Pokopia ถือว่าได้เปรียบกว่า IP เกมที่พูดไปข้างต้นทั้งหมด เพราะเราต่างรู้อยู่แล้วว่าเหล่าโปเกมอนสายพันธุ์ต่าง ๆ ในซีรีส์นี้มันมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากแค่ไหน พอนำโปเกมอนเหล่านั้นมาอยู่ในเกมแนว Life Sim ที่เราจำเป็นต้องไปผูกมิตรกับพวกโปเกมอนแล้ว ก็ยิ่งส่งเสริมให้พวกมันมีบุคลิกและเอกลักษณ์สุดน่าสนใจทำให้ผู้เล่นอย่างเราเข้าไปช่วยเหลือสุด ๆ เหมือนที่ GameSpot พูดเอาไว้เป๊ะ ๆ

เมื่อผู้เล่นได้เล่นตัวละครเอกเป็นเจ้า Ditto

Ditto หรือเจ้า Metamon ในเวอร์ชันภาษาญี่ปุ่น ถือเป็นหนึ่งในโปเกมอนพลังเจ๋งแจ๋วสุด ๆ เพราะเจ้านี่สามารถแปลงร่างเป็นสิ่งของ รวมถึงโปเกมอนตัวอื่น ๆ ได้ ทำให้เมื่อ Ditto กลายร่างมาเป็นตัวเอกของเกมภาคนี้ ก็ยิ่งทำให้เกมเพลย์แนว Life Sim มีมิติในการเล่นมากขึ้น

โดยสื่ออย่าง Nintendo Life และ IGN ต่างเห็นพ้องต้องกันว่าการเลือก Ditto มาเป็นตัวเอกของเกมภาคนี้คือการตัดสินใจที่ถูกมาก ๆ ซึ่งนอกจากพวกเขาจะชื่นชมเรื่องความสามารถเลียนแบบพลังของโปเกมอนตัวอื่นที่ทำให้เกมมีมิติมากขึ้น คล้ายกับเกมซีรีส์ Kirby แล้ว ความน่ารักของเจ้านี่ก็ถือว่าตกแฟนคลับใหม่ ๆ ได้มากอยู่พอสมควร

ฉีกแนวเกมเดิม ๆ สู่แนวเกมดูดวิญญาณในยุคปัจจุบัน

ไม่นานมานี้ในช่วงโควิดเราคงเคยได้ยินข่าวเกม Animal Crossing ได้ครองตลาดเครื่อง Nintendo Switch อย่างมาก จนทำให้เครื่องเกมรุ่นนี้ขาดตลาดในช่วงโรคระบาดเลยทีเดียว และล่าสุดในปัจจุบันชาวมือถือหลายคนคงสนุกสนานกับการสร้างบ้าน ทำสวนในเกม Heartopia อย่างไม่ต้องสงสัย ซึ่งก็ตามที่ผมกล่าวไว้ในช่วงแรกของบทความนี้ว่าเกม Pokémon Pokopia วางจำหน่ายได้มาถูกเวลาซะจริง ๆ

เพราะเป็นที่รู้กันดีว่าเกมแนว Life Sim มันคือประเภท ‘เกมใช้ชีวิตที่ชีวิตจริงไม่ได้ต้องใช้’ เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และเมื่อนำเกมแนวนี้มาผสมกับซีรีส์เกมโปเกมอนมันก็ยิ่งส่งเสริมให้ Pokopia ดูดวิญญาณเข้าไปอีกขั้น โดยสื่ออย่าง IGN ชื่นชมเรื่องการออกแบบลูปการเล่นของเกมนี้ว่าทำออกมาได้ไล่ระดับได้ดีและเพลินสุด ๆ

ส่วน The Guardian ก็ย้ำเกมเพลย์สุดวางไม่ลงนี้เช่นกันว่า “แทบจะไม่นึกถึงเกมโปเกมอนภาคอื่นเลย เพราะเกมเพลย์ที่ส่งผู้เล่นให้เข้าไปใช้ชีวิตอยู่ในหมู่บ้านโปเกมอน และช่วยทำภารกิจต่าง ๆ ก็แทบจะเป็นจุดแข็งที่ยอดเยี่ยมที่สุดของเกมนี้ไปแล้ว”