หลังจากที่ Apple ตัดสินใจถอด “สีดำคลาสสิก” ออกจากไลน์อัป iPhone 17 Pro แล้วแทนที่ด้วยเฉดใหม่อย่าง Cosmic Orange และ Deep Blue ล่าสุด Caviar แบรนด์ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนระดับไฮเอนด์จากดูไบ ไม่ปล่อยให้แฟนพันธุ์แท้ที่ชอบความเข้มขรึมต้องรอนาน ประกาศเปิดตัวคอลเลกชันใหม่ “Black Edition” สำหรับ iPhone 17 Pro Max โดยเฉพาะ
ทำไมต้อง Black Edition?

จุดเริ่มต้นของคอลเลกชันนี้เกิดจากการที่ Caviar มองเห็นช่องว่างในตลาด เมื่อสีดำซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความทรงพลังและความหรูหราเหนือกาลเวลาหายไป ทีมวิศวกรของ Caviar จึงใช้เวลากว่า 5 เดือน ในการวิจัยและพัฒนา เพื่อสร้าง “ตัวเครื่องสีดำสมบูรณ์แบบ” (Total Black Chassis) ที่มีคุณภาพเทียบเท่าหรือเหนือกว่า Black Titanium ของ Apple
4 โมเดลสุดเอ็กซ์คลูซีฟในคอลเลกชัน Black Edition
Caviar นำเสนอดีไซน์ที่แตกต่างกัน 4 รูปแบบ เพื่อตอบโจทย์รสนิยมที่หลากหลายของผู้สะสม




- Shadow : ออกแบบมาเพื่อนักธุรกิจและผู้ที่รักความมินิมอล (Minimalist) ตัวเครื่องคุมโทนสีดำ Monochrome ทั้งหมด รวมถึงน็อตตกแต่งก็เป็นสีดำ เพื่อสร้างมิติของพื้นผิวที่แตกต่าง
- Spark : สำหรับผู้ที่ชอบความโดดเด่น รุ่นนี้มีการประดับด้วย ทองคำ 24K ทั้งในส่วนของน็อตและเส้นสายลวดลายตัดกับตัวเครื่องสีดำสนิท มอบความรู้สึกหรูหราแบบตะโกน
- Black is Back : เน้นความเรียบหรูที่ทันสมัยที่สุด ด้วยตัวเครื่องไทเทเนียมสีดำแมตต์ ตัดกับแผงหนังจระเข้แท้ที่ส่วนล่าง ให้ลุคที่สุขุมและคลาสสิก
- Obsidian Black Edition : รุ่นท็อปที่สุดของซีรีส์ ได้รับแรงบันดาลใจจาก “หินออบซิเดียน” ให้ผิวสัมผัสสีดำที่มีความเงางามราวกับกระจก ดูลึกลับและมีพลัง
ข้อมูลเชิงเทคนิคและวัสดุระดับพรีเมียม

- Chassis : ผลิตจากไทเทเนียมระดับเกรดอากาศยาน (Aerospace-grade Titanium)
- Coating : ใช้เทคนิคการเคลือบผิวแบบ PVD (Physical Vapor Deposition) และการทำ Anodizing เพื่อให้ได้สีดำที่ลึกที่สุดและมีความทนทานต่อรอยขีดข่วนสูง
- Decoration : ใช้หนังจระเข้แท้คัดเกรด และน็อตตกแต่งที่เป็นเอกลักษณ์ของ Caviar
- Exclusivity : ทุกเครื่องจะมาพร้อมบรรจุภัณฑ์สุดหรู, เหรียญที่ระลึกสำหรับนักสะสม และกุญแจ Caviar เคลือบทอง
ราคาและความเอกซ์คลูซีฟ แบบ Limited Edition
หากต้องการเป็นเจ้าของ ต้องรีบตัดสินใจ เพราะ Caviar ผลิตออกมาในจำนวนจำกัดมากๆ
- รุ่น Black is Back, Shadow, Spark : ผลิตเพียงรุ่นละ 19 เครื่องทั่วโลก
- รุ่น Obsidian Black Edition : ผลิตจำนวน 99 เครื่องทั่วโลก
ซึ่งแต่ละเครื่องจะมีสลักหมายเลขลำดับไว้ด้านข้างตัวเครื่องด้วย
ราคา
- Black is Back: เริ่มต้น $9,130 (ราว 290,000 บาท)
- Spark : เริ่มต้น $9,840 (ราว 310,000 บาท)
- Shadow : เริ่มต้น $10,410 (ราว 330,000 บาท)
- Obsidian Black Edition : เริ่มต้น $10,410 (ราว 330,000 บาท)
สนใจจองหรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: Caviar Global

Comment