หลังจากเมื่องาน Google I/O ที่ผ่านมา ทาง Google เปิดให้ผู้ใช้ที่มี Chromecast และสมาร์ทโฟน Android ตั้งแต่ 4.4.2 ขึ้นไป สามารถเอาภาพจากบนหน้าจอมือถือขึ้นไปแสดงผลบนยังบนทีวีได้ทันทีผ่าน WiFi Network เดียวกัน ซึ่งวันนี้หลังจากได้ทำการทำสอบแล้ว เลยขอเอาประสบการณ์ที่ได้รับมาแชร์ให้เพื่อนๆได้ฟังกันตามนี้ครับ

  • Cast หน้าจอได้ทุกแอพ ไม่ว่าจะ YouTube, เพลง, หนัง, วิดีโอ, หรือ กล้องถ่ายภาพ ยังไม่เจอว่าแอพไหนไม่การทำ Screen Cast

  • เมื่อ Cast ขึ้นทีวีแล้วแล้วหน้าจอจะยังติดอยู่ แต่ว่าเสียงจะไม่ออกที่ลำโพงโทรศัพท์แล้ว

  • ภาพและเสียงที่ออกมาคมชัดดี มีดีเลย์บ้าง หรือแย่ที่สุดคือจะ Disconnect ต้องต่อใหม่เข้าไป

  • ไม่สามารถเปิด WiFi Hotspot จาก Android เพื่อทำส่งสัญญาณไปที่ Chromecast ได้ เพราะมันจะไม่มองว่าอยู่ในวงแลนเดียวกัน แต่ถ้ามี Android อีกเครื่องทำหน้าที่เป็นแค่ตัวปล่อยสัญญาณ WiFi ก็โอเค

  • แม้จะทำการ Screen Cast เอาข้อมูลจากมือถือโดยตรง ไม่ต้องดึงข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต ตัว Chromecast ก็ยังต้องการอินเทอร์เน็ตตลอดเวลา หากเน็ตมีปัญหา Chromecast เชื่อมต่อไม่ได้ขึ้นมาก็จะใช้งานไม่ได้ทันที

  • การ Cast ภาพหรือวิดีโอจาก Album บนแอนดรอยด์ เห็นการดีเลย์ของภาพบนทีวีเล็กน้อย

  • แต่ถ้าเป็นการ Cast หน้าจอทั่วไปจะมีการดีเลย์เกือบๆ 1 วินาที หรือมากกว่านั้น ขึ้นกับสถานะในการประมวลผลและการใช้ WiFi ขณะนั้นว่ากินแรงและแบนด์วิธเครื่องไปมากน้อยแค่ไหน ยิ่งประมวลผลหนัก ภาพที่ขึ้นจะยิ่งดีเลย์ หรือมีการกระตุกได้

  • ยังเจอบัคที่ทำให้แอพเอ๋ออยู่บ้างในระดับนึง ต้องทำการเปิดปิดตัว Chromecast หรือรีสตาร์ทตัว Router เพื่อแก้ปัญหากันเลยทีเดียว

  • ถ้าแอพมันขึ้นว่ากำลัง Screen Cast ตลอดเวลาทั้งๆที่เราปิดไปแล้ว ให้ลองรีสตาร์ทมือถือของเราดูครับ

 
แค่ลากเมนูด้านซ้ายออกมาก็เจอ Screen Cast ให้ใช้แล้ว

โดยสรุปแล้วน่าประทับใจกับความสามารถ Screen Cast ที่มีมาในอัพเดทล่าสุดนี้ แม้ว่ามันจะเป็นเพียงสถานะ Beta จึงทำให้พบความไม่สมบูรณ์หลายๆอย่าง แต่มันก็สะดวกเพียงพอที่จะทำให้เราสามารถแชร์ความสุขของเราขึ้นไปจอใหญ่ขึ้น แบ่งปันให้คนอื่นดูได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมครับ

 บอกเลยว่าฟินมาก

แต่ความสามารถ Screen Cast นี้นอกเหนือจากที่มันต้องการ Android 4.4.2 ขึ้นไปแล้ว ปัจจุบันยังจำกัดรุ่นอยู่พอสมควรด้วย และนี่เป็นรายชื่อ 12 โทรศัพท์ 14 รุ่น ที่รองรับจนถึงปัจจุบันนี้ (15 กรกฎาคม 2557)

  • Nexus 4

  • Nexus 5

  • Nexus 7 (2013)

  • Nexus 10

  • Samsung Galaxy S4

  • Samsung Galaxy S4 (Google Play Edition)

  • Samsung Galaxy S5

  • Samsung Galaxy Note 3

  • Samsung Galaxy Note 10

  • HTC One M7

  • HTC One M7 (Google Play Edition)

  • LG G3

  • LG G2

  • LG G Pro 2

สามารถไปดูอัพเดทรุ่นเพิ่มเติมได้ที่ https://support.google.com/chromecast/answer/6059461?hl=en

 

ปล. สำหรับคนที่ใช้ผ่านอุปกรณ์ iOS ต้องรอกันไปก่อนนะครับ น่าจะอยู่ระหว่างการพัฒนาเด้อ
ปล.2 น่าสนใจว่าทำไมไม่มี HTC One M8 และ Sony อยู่ในลิสต์อุปกรณ์ที่รองรับเลยหว่า…

 

ความแตกต่างของ miracast และ chromecast by Anox

miracast เป็นการ mirroring ภาพ(หรือวีดีโอ)และเสียงจากมือถือ(หรืออุปกรณ์ตัวส่งอื่นๆ)ไปอุปกรณ์ตัวรับ(ส่วนใหญ่เป็นทีวี) miracast มีทั้งแบบ built-in และอุปกรณ์เสริมที่เป็น dongle แล้ว connection จะเป็นแบบ Wi-Fi Direct ไม่ต้องการ wi-fi router

ส่วน chromecast เป็น dongle เอาไปต่อกับทีวี ต้องการ wi-fi network ตอน setup และใช้งาน ต้องต่อ internet ด้วยครับ มีหลายโหมด
– โหมดหลัก chromecast ทำตัวคล้ายๆกับ web browser หรือ web app คอนเซ็บก้อคือว่าเราส่ง URL จากมือถือด้วยแอปที่ support chromecast ไปที่ตัว chromecast แล้วตัว chromecast มันจะดึง content จาก internet เอง พอมันเล่นได้แล้วเราสามารถใช้มือถือทำอย่างอื่นได้หรือปิดเลยก้อได้ครับ แอปพวกนี้เช่น youtube, netflix
– โหมด screen mirroring ที่ทาง google เพิ่งเพิ่มให้ใช้(ในมือถือบางรุ่น) ในโหลดนี้จะคล้ายๆกับ miracast คือเอาอะไรที่อยู่บนหน้าจอมือถือไปแสดงบนทีวี
– โหมด local cast โหมดนี้คล้ายๆกับโหมดแรกเพียงแต่ content(ส่วนใหญ่เป็นภาพ วิดีโอ หรือเพลง) มาจากมือถือ โหมดนี้แอปที่ใช้ในโหมดนี้เช่น localcast, allcast, plex
– โหมด Chrome อันนี้เป็นการเอาแท็ปของ Chrome ไปแสดงบนทีวีเลย

วิธีเชื่อมต่อ chromecast กับมือถือ android ผ่านการ tethering แชร์ WiFi โดยไม่ต้องใช้ router

จริงๆแล้วสามารถใช้ wi-fi hotspot บนมือถือ android สร้าง wi-fi network เพื่อใช้กับ chromecast ได้ครับ แต่ตอน setup ต้องใช้มือถือหรือคอมพิวเตอร์อีกตัว พอ setup เสร็จแล้วก้อสามารถเอามือถือที่เป็น hotspot ตัวเดียว และ chromecast ไปใช้กับทีวีที่ไหนก้อได้ครับ

หมายเหตุ #1 จริงๆแล้วมีแอปฟรีใน xda-developers.com สามารถทำให้มือถือรุ่นที่ไม่ได้อยู่ใน list ของ google ใช้โหมด screen mirroring ได้ครับ ผมใช้ galaxy s3 อยู่ ก้อใช้ได้ครับ Smile มีดีเลย์ประมาณเกือบ 1 วินาที
หมายเหตุ #2 เท่าที่อ่านมา(จากไหนจำไม่ได้แล้ว Smile ) การที่ Chromecast ต้องใช้ internet เพราะว่ามีการตรวจสอบแอปที่จะเป็นตัวเล่นบน Chromecast ใน whitelist บน server ของ google และตัวแอปเองก้ออยู่บน internet ครับ