เทคโนโลยีก้าวล้ำไปทุกวัน ล่าสุด Anthropic ยักษ์ใหญ่ด้านปัญญาประดิษฐ์ได้ตั้ง Project Glasswing แบบเร่งด่วน เพื่อขอความร่วมมือจากบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก ในการช่วยตรวจสอบ Claude Mythos โมเดล AI รุ่นใหม่ ที่ตอนนี้ยังไม่ได้ปล่อยให้คนทั่วปใช้ เพราะมันมีความเก่งด้าน Cybersecurity ที่หาช่องโหว่พร้อมวิธีโจมตี จึงเกรงว่าจะถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด จึงระดมคนเก่งช่วยกันปรับให้เป็น AI ฝ่ายดี

Claude Mythos โมเดล AI รุ่นใหม่ ที่ฉลาดและอันตราย

Claude Mythos Preview คือโมเดล AI ในระดับ Frontier Model รุ่นล่าสุดของ Anthropic ที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของ Claude 3.5 หรือ 3.7 ไปอีกขั้น ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อเป็นโมเดลอเนกประสงค์ (General-purpose) ที่เน้นทักษะการเขียนโปรแกรม (Coding) และการใช้เหตุผลเชิงลึก (Reasoning) แต่ผลทดสอบ กลับพบว่ามันมีความสามารถในด้าน Cybersecurity ที่น่าทึ่งจนน่าตกใจ

จุดเด่นของ Claude Mythos

  • Agentic Coding : ความสามารถในการทำงานเป็นเอเจนท์ ที่วางแผนและลงมือเขียนโค้ดซับซ้อนได้เองโดยไม่ต้องมีมนุษย์คอยไกด์ทุกขั้นตอน
  • Zero-Day Discovery : สามารถค้นหาช่องโหว่ประเภท Zero-day (ช่องโหว่ที่นักพัฒนายังไม่รู้จัก) ได้ในระดับที่เหนือกว่ามนุษย์ทั่วไป
  • การแก้ไขโค้ดที่ซับซ้อน SWE-bench Verified Score : ในการทดสอบแก้บั๊กซอฟต์แวร์จริงๆ ทำคะแนนได้สูงถึง 93.9% บนเกณฑ์วัดความสามารถด้านการเขียนโปรแกรม ซึ่งสูงกว่า Claude 3.5 Sonnet หรือแม้แต่โมเดลคู่แข่งอย่าง GPT-4o

ทำไม Anthropic ถึงยังไม่ปล่อย Claude Mythos ให้คนทั่วไปใช้?

ด้วยความเก่งที่แฝงอันตรายนี้ ทาง Anthropic จึงตัดสินใจ ไม่เปิดตัวโมเดลนี้สู่สาธารณะ ในทันที เนื่องจากผลการทดสอบภายในพบว่ามันทรงพลังเกินไป จนอาจถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด เช่น

  • Automated Exploitation : การสร้างเครื่องมือเจาะระบบ (Exploit) ได้โดยอัตโนมัติภายในเวลาข้ามคืน
  • Critical Vulnerabilities : ในช่วงทดสอบ Mythos สามารถค้นหาช่องโหว่ร้ายแรงในระบบปฏิบัติการ (OS) และเว็บเบราว์เซอร์ชั้นนำได้นับพันรายการ

3 ผลงานชิ้นโบแดง เมื่อ AI เจอช่องโหว่ที่มนุษย์หาไม่เจอมานานกว่า 20 ปี

Anthropic ได้ทดลองให้ Mythos สแกนระบบปฏิบัติการระดับโลก และนี่คือสิ่งที่มันค้นพบ

  1. OpenBSD : พบช่องโหว่อายุ 27 ปี ในระบบที่ขึ้นชื่อว่าปลอดภัยที่สุดในโลก ซึ่งช่วยให้แฮกเกอร์สั่งล่มระบบได้จากระยะไกล
  2. FFmpeg : พบช่องโหว่อายุ 16 ปี ในโปรแกรมจัดการวิดีโอที่ใช้กันทั่วโลก แม้รหัสบรรทัดนี้จะเคยผ่านการทดสอบอัตโนมัติมาแล้วกว่า 5 ล้านครั้ง แต่มีเพียง Mythos ที่มองเห็นปัญหา
  3. Linux Kernel : มันสามารถค้นหาช่องโหว่หลายจุดแล้วนำมาร้อยเรียง เพื่อยึดอำนาจควบคุมเครื่องเซิร์ฟเวอร์ได้แบบเบ็ดเสร็จ

หากโมเดลนี้ตกอยู่ในมือของผู้ไม่หวังดี มันจะกลายเป็นอาวุธไซเบอร์ที่นำไปทำสิ่งผิดๆ จนอาจจะกระทบเป็นวงกว้าง

Project Glasswing การรวมพลังระดับโลก

เพื่อป้องกันไม่ให้เทคโนโลยีนี้กลายเป็นดาบสองคม Anthropic จึงได้ริเริ่ม Project Glasswing เป็นการด่วน ซึ่งเป็นการรวมตัวของเหล่าพันธมิตรไอทีชั้นนำและหน่วยงานความมั่นคง เพื่อนำ Claude Mythos มาใช้ในเชิง “รับ” (Defensive) เท่านั้น

พันธมิตรหลักในโปรเจกต์นี้

  • ยักษ์ใหญ่คลาวด์และซอฟต์แวร์ : Amazon (AWS), Microsoft, Google, Apple, NVIDIA
  • ผู้นำด้านความปลอดภัย : CrowdStrike, Palo Alto Networks, Cisco
  • องค์กรโอเพนซอร์ส : Linux Foundation, Apache Software Foundation

เป้าหมายของโปรเจกต์

ให้เหล่าบริษัทเหล่านี้เข้าถึง Claude Mythos ภายใต้การควบคุมที่เข้มงวด เพื่อทดสอบขีดจำกัดของ AI และใช้ AI นี้ค้นหาและอุดช่องโหว่ในซอฟต์แวร์สำคัญทั่วโลกที่ใช้งานอยู่ ก่อนที่แฮกเกอร์จะพัฒนา AI ที่มีความสามารถใกล้เคียงกันขึ้นมาได้ หรือก่อนที่เหล่าแฮกเกอร์จะไหวตัวทัน

รายละเอียดราคาและแผนในอนาคต

แม้จะยังไม่เปิดให้คนทั่วไปใช้ แต่ Anthropic ได้กำหนดโครงสร้างราคาสำหรับองค์กรในกลุ่มพันธมิตรที่ผ่านการคัดเลือก (Gated Preview) ไว้ดังนี้

  • Input Tokens : $25 ต่อ 1 ล้านโทเคน
  • Output Tokens : $125 ต่อ 1 ล้านโทเคน

ราคาที่ค่อนข้างสูงสะท้อนถึงพลังประมวลผลมหาศาลและความซับซ้อนของโมเดล ซึ่ง Anthropic ตั้งเป้าจะรายงานผลการอุดช่องโหว่ต่อสาธารณะภายใน 90 วัน เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับการใช้งาน AI อย่างปลอดภัย

ก้าวต่อไปของ AI และความปลอดภัยไซเบอร์

การมาของ Claude Mythos และ Project Glasswing คือสัญญาณเตือนว่าเรากำลังเข้าสู่ยุคที่ความสามารถของ AI ก้าวล้ำเกินกว่ามนุษย์จะควบคุมได้เพียงลำพัง การเปลี่ยนผ่านจากการตรวจเช็คโดยมนุษย์ ไปสู่การป้องกันด้วย AI จึงเป็นเรื่องเร่งด่วน

ที่มา : anthropic, Project Glasswing, wired