ครบรอบ 1 ปี หลังใช้งาน Samsung Galaxy S25 Ultra มือถือเรือธงพลัง AI ตลอดเวลาที่ใช้งานเป็นเครื่องหลักมาทั้งปีรู้สึกยังไงบ้าง DroidSans มาสรุปให้ในบทความนี้ !

จากใจคนที่ใช้ Samsung Galaxy S และ Galaxy Note มานาน

ในฐานะของคนที่ใช้ Samsung มาหลายรุ่น เช่น ยุคจอโค้งสมัย Galaxy Note 10+ และ Note 20 Ultra ต่อเนื่องมาในช่วงเปลี่ยนผ่าน Galaxy S22 Ultra ที่ได้เพิ่มปากกา S Pen เข้ามา

จากนั้นเลยได้เปลี่ยนเครื่องใหม่ทุกปี S23 Ultra, S24 Ultra และรุ่นปัจจุบันอย่าง Galaxy S25 Ultra ที่เกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรหลาย ๆ อย่าง

อะไรคือสาเหตุที่ทำให้ madamKiM ตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้ และยังคงถือ Samsung Galaxy S25 Ultra เป็นเครื่องหลักต่อจาก Galaxy S24 Ultra ไปดูพร้อมกันเลย~

ดีไซน์ใหม่ที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่ก็ทำได้ตรงจุดโดนใจพอสมควร

อย่างแรกที่ทำให้ปันใจมาใช้ Samsung Galaxy S25 Ultra ก็คือ “มุมเครื่องโค้งมน” เพราะทุกปีเวลาจะเปลี่ยนเครื่องใหม่ชอบลังเลกับรุ่น Plus สาเหตุแค่ว่าชอบที่ตัวเครื่องมีมุมแบบโค้ง (แต่สุดท้ายก็เลือกรุ่น Ultra ทุกปี เพราะสเปคจัดเต็มกว่า)

ข้อดีก็คือ “จับถือได้เต็มไม้เต็มมือกว่าเดิม” ไม่ต้องคอยหลบมุมเครื่องที่เหลี่ยมจนแทงฝ่ามือ บวกรวมกับดีไซน์หน้าจอขอบเรียบที่เอื้อต่อการจดโน้ตด้วย S Pen สุดขอบจอ เรียกได้ว่าเป็นดีไซน์ที่ลงตัวมาก ๆ ค่ะ ( ^ω^)

อีกหนึ่งจุดที่ต้องชื่นชมก็คือ “น้ำหนักเครื่องที่มีความบาลานซ์ดี” ไม่รู้สึกว่าหนักไปทางฝั่งใดฝั่งหนึ่งจนเกินไป

จุดที่ยังรู้สึกสะดุดเกี่ยวกับดีไซน์ของ Samsung Galaxy S25 Ultra

โดยส่วนตัว madamKiM เป็นคนที่ชอบ “ใช้มือถือแบบไม่ใส่เคส” ไม่แน่ใจว่าเพราะตัวเครื่องเบาและบางลงกว่าเดิมหรือเปล่า ทุกครั้งที่ใช้งานแบบไม่ใส่เคสแล้วฝ่ามือสัมผัสกับเฟรมไทเทเนียม “รู้สึกเหมือนว่าเครื่องจะหลุดออกจากมือได้ง่าย ๆ”

เพราะสมัยที่ใช้งาน Galaxy S24 Ultra เฟรมเครื่องยังมีความโค้งอยู่เล็กน้อย ผิวสัมผัสของเฟรมเครื่องก็ค่อนข้างตรึงมือกว่าพอสมควร

ต่อมาคือ “วงแหวนเลนส์กล้อง” จริง ๆ แล้วรู้สึกว่าไม่จำเป็นจะต้องมีก็ได้ ตั้งแต่ต้นปี 2025 จวบจนวันนี้ในช่วงต้นปี 2026 ก็ยังไม่เคยรู้สึกตกหลุมรักหรือชอบวงแหวนกล้องสีดำหนาเตอะนี้เลยสักครั้ง

อีกหนึ่งสิ่งที่รู้สึกขัดใจเล็กน้อย ในประเด็นของวงแหวนกล้องสีดำนี้ก็คือ “ดีไซน์ฐานวงแหวนกล้องที่ยกสูง” ทำให้เมื่อเวลาผ่านไป ก็มีโอกาสที่เศษฝุ่นจะเข้าไปสะสมอยู่บริเวณใต้ฐานเลนส์ (ไม่ส่งผลกับการใช้งาน แต่ก็ทำให้หงุดหงิดทุกครั้งเวลาได้เห็น)

ฟีเจอร์ AI และ Galaxy AI ที่ใช้งานได้จริง ใช้ทุกวันไม่เคยขาดตอน

ด้วยฟีเจอร์ AI สมัยที่ Galaxy S24 Series เปิดตัว ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นฟีเจอร์ที่ไม่ได้มีโอกาสให้ใช้งานทุกวันขนาดนั้น เลยไม่รู้สึกถึงความสำคัญของ Galaxy AI มากสักเท่าไหร่

ตัดภาพกลับมาทุกวันนี้ Galaxy S25 Ultra ทำให้ madamKiM ได้มีโอกาสใช้ฟีเจอร์ AI บ่อยมาก ๆ จนเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นฟีเจอร์ที่ทาง Samsung ร่วมพัฒนากับ Google หรือฟีเจอร์ที่พัฒนาขึ้นมาเอง

ฟีเจอร์ดี ฟีเจอร์ AI แนะนำที่ใช้บ่อยบน Galaxy S25 Ultra

Circle to Search

ฟีเจอร์วงเพื่อค้นหา (Circle to Search) ที่ใช้งานเป็นประจำทุกวัน นอกเหนือจากการใช้เพื่อค้นหาสิ่งต่าง ๆ ก็ได้มีโอกาสใช้เพื่อทุ่นแรงหรือทำสิ่งต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น

  • แปลภาษาบนหน้าจอ : เวลาอ่านบทความหรือกระทู้ต่าง ๆ บนเว็บไซต์ต่างประเทศ นอกเหนือจากภษาอังกฤษเราแปลไม่ออกแล้ว แค่กดเรียก Circle to Search แล้วกดปุ่มแปลภาษา ทุกอย่างก็เป็นอันเสร็จ
    • ที่ว้าวไปกว่านั้นคือ สามารถใช้งานระหว่างเลื่อนหน้าจอไปมาได้ด้วย ไม่จำเป็นต้องแปลทีละส่วนแล้วกดแปลใหม่เรื่อย ๆ
  • ค้นหาเพลง : ได้ยินเพลงที่ไม่รู้จัก กดเรียกฟีเจอร์ Circle to Search แล้วให้ช่วยฟังเสียงเพื่อค้นหาเพลงได้เลยง่าย ๆ นอกจากนั้นจะฮัมเพลงหรือเคาะเป็นจังหวะก็ได้เช่นกัน

Google Gemini

ชอบฟีเจอร์นี้เป็นพิเศษเพราะ Samsung ให้ใช้งานฟรี Gemini คือปัจจัยที่ 5 ไปแล้วในทุกวันนี้ madamKiM มักได้ใช้เพื่อเป็นเพื่อนคุย หรือใช้เพื่อเป็นตัวช่วยทุ่นแรงสำหรับการทำงาน และชีวิตส่วนตัว เช่น

  • Summarize : สรุปคลิปวิดีโอบน YouTube หรือบทความยาว ๆ ให้กระชับได้ใจความ
  • Utilities : สั่งเปลี่ยนการตั้งค่าระบบ ไม่ต้องหาเมนูเอง เช่น เปลี่ยนภาษา, เปลี่ยนเป็น Dark Mode และปรับขนาดตัวอักษร เป็นต้น
  • Nano Banana : แก้ไขหรือเจนรูปภาพตาม Prompt ที่ป้อนลงไป ซึ่งตอนนี้เจนภาษาไทยในภาพได้เป๊ะกว่าเดิมด้วย
  • Gemini Live : ฟีเจอร์นี้ใช้บ่อยมากกก (ก. ไก่ล้านตัว) นั่งคุยหรือปรึกษาเรื่องต่าง ๆ กับ Gemini Live เช่น ช่วยเลือกเสื้อผ้า, ปรึกษาวิธีดูแล/ซักเสื้อผ้าที่ต้องใช้วิธีเฉพาะ

Now Brief สรุปทุกข้อมูลที่เป็นประโยชน์

โดยปกติ madamKiM เข้าไปเช็ก Now Brief ทุกวัน เพราะใช้อุปกรณ์สวมใส่อย่าง Galaxy Watch ซึ่งเราจะข้อมูลสรุปในแต่ละช่วงของวัน เช่น สภาพจิตใจ คะแนนพลังงาน คะแนนการนอนในคืนที่ผ่านมา

ข้อมูลที่เฉพาะเจาะจงกว่านี้ เช่น นัดหมายที่กำลังจะเกิดขึ้น, สภาพอากาศ, ราคาหุ้นประจำวัน, ข่าวสารบ้านเมือง และวิดีโอบน YouTube กับเพลยลิสต์ที่คัดมาให้เราเป็นพิเศษ

Now Bar แคปซูลอัจฉริยะ ควบคุมแอปฯ ได้จากทุกหน้าจอ

สำหรับ Now Bar ดูจะเป็นฟีเจอร์ที่หลาย ๆ คนรู้สึกว่าไม่หวือหวาหรือดูไม่ค่อยสำคัญเท่าไหร่ แต่หากได้ลองใช้งานบ่อย ๆ จนชิน ฟีเจอร์นี้เป็นตัวแปรที่ทำให้สามารถใช้งาน Galaxy S25 Ultra ได้สะดวกขึ้นมากค่ะ

  • Spotify / YouTube Music : เปลี่ยนและควบคุมตัวเล่นเพลงผ่าน Now Bar ได้จากหน้าจอล็อค ไม่ต้องกลับเข้าไปที่หน้าแอปฯ ให้เสียเวลา
  • Google Maps : สลับกลับไปหน้าแอปฯ Maps ได้ทันที ในขณะที่สลับไปใช้งานแอปฯ อื่นระหว่างนำทาง
  • Record : โชว์สถานะการบันทึกเสียงแบบเรียลไทม์ สามารถหยุด/เริ่มต้นการบันทึกผ่าน Now Bar ได้ตลอดเวลา

ในอนาคตถ้ามีการอัปเดต Now Bar เพิ่มเติม อยากจะให้มีการปรับปรุงเพื่อรองรับ “การใช้งานรวมกับแอปฯ Delivery” เช่น Grab, LINE MAN เป็นต้น เพราะตอนนี้ถือว่าแอปฯ ที่รองรับสำหรับการใช้งานบน Now Bar ยังน้อยไปหน่อยค่ะ

One UI 8 อัปเดตได้ยาว 7 ปี ถือใช้ได้อีกนานไม่ต้องกลัวตกกระป๋อง

สิ่งสำคัญที่ทำให้ Galaxy S25 Ultra ยังคงเป็นมือถือเครื่องหลัก และไม่คิดจะปันใจไปหาแบรนด์อื่นก็คือ “ระยะเวลาการอัปเดตซอฟต์แวร์นาน 7 ปี” ล่าสุดเพิ่งได้อัปเดต One UI 8 ไหนจะฟีเจอร์ปรับแต่งอีกเพียบจาก Good Lock ที่ตีบวกให้มือถือ Samsung น่าใช้ยิ่งกว่าเดิม

DroidSans เคยทำสรุปคร่าว ๆ ไว้ให้เกี่ยวกับ One UI และ Good Lock เพื่อน ๆ สามารถตามไปรับชมกันได้บน YouTube

ปากกา S Pen ถึงจะไม่มีบลูทูธ แต่ก็ใช้บ่อยเหมือนเดิม

ผู้เขียนยังมีโอกาสได้นำปากกา S Pen ออกมาใช้งานเพื่อจดโน้ต แต่งรูปภาพหรือเป็นตัวช่วยชี้สำหรับการตัดต่อวิดีโอบน Capcut อยู่เรื่อย ๆ เพราะนิ้วจะไม่บังหน้าจอ ( ㅠㅁㅠ)

ไม่ได้รู้สึกว่าการที่ Samsung ตัดบลูทูธออกจากปากกาของ Galaxy S25 Ultra จะทำให้เราได้ใช้งานปากกาน้อยลงค่ะ โดยเฉพาะฟีเจอร์ Screen of Memo (จดสรุปโน้ตขณะที่หน้าจอปิดอยู่) ก็ยังเป็นฟีเจอร์ที่ใช้งานบ่อยเป็นประจำในทุกวันนี้ หรือจะเป็น “เลือกโดย AI” มักจะได้ใช้งานบ่อย ๆ เวลาเจอโปสเตอร์ และกำหนดการที่มาในรูปแบบของภาพโปสเตอร์

ฟีเจอร์ดังกล่าวหากใช้ร่วมกับ S Pen จะสะดวกมาก ๆ วงพื้นที่ที่ต้องการเฉพาะจุด ถ้าเป็นข้อความสามารถเลือกคัดลอกได้ ถ้าเป็นสถานที่เลือกเปิดใน Maps เพื่อนำทางได้ทันที หรือถ้าหากมีทั้งวันที่ เวลา และสถานที่ “สามารถเพิ่มเป็นนัดหมายลงปฏิทิน” เลยก็ยังได้

แบตเตอรี่ 5,000mAh ตามมาตรฐานเรือธงที่ดี

เกริ่นก่อนว่าพฤติกรรมการใช้งานแบตเตอรี่ของ madamKiM จะเป็น Routine ดังนี้ค่ะ ชาร์จก่อนเข้านอนแล้วตื่นมา Plug-off ตอนเช้า จากนั้นระหว่างวันก็จะใช้งานแบบ Daily Use ทั่วไป

  • เปิดอินเทอร์เน็ต 5G ระหว่างเดินทาง และออกไปทานข้าวหรือคุยงานอกสถานที่
  • เล่นเกม RoV / Zenless Zone Zero / Subway Surfers ระหว่างวันบ้างเล็กน้อย
  • ท่องเว็บไซต์ ไถฟีดโซเชียลด้วย 5G หรือ Wi-Fi
  • ใช้แอปฯ กล้องเพื่อถ่ายภาพระหว่างวันบ้างเล็กน้อย

พฤติกรรมการใช้งานข้างต้น Galaxy S25 Ultra ใช้งานได้ 1 วันแบบสบายหายห่วง ออกจากบ้านด้วยแบตเตอรี่ 100-97% กลับบ้านมาก็ยังมีแบตเตอรี่เหลือ 25-30% เสมอ

ยกเว้นสถานการณ์ที่ต้องเดินทางไปนอกสถานที่ตลอดทั้งวัน ถึงจะพกแบตเตอรี่สำรองไปด้วยเพื่อความอุ่นใจ เพราะบางครั้งต้องอยู่กลางแจ้งนาน ๆ ใช้งาน 5G ทั้งวัน เจอความร้อนจากแดดประเทศไทยเข้าไป อาจส่งผลให้แบตเตอรี่หมดไประหว่างวันได้

กล้องระดับ Ultra ใช้งานมาตลอด 1 ปี พอใจในระดับไหน

Samsung Galaxy S25 Ultra “ยังถือเป็นสมาร์ตโฟน Android ที่เชื่อใจได้ทั้งงานภาพนิ่งและวิดีโอ”

ถึงแม้ว่าฮาร์ดแวร์จะไม่ได้หวือหวามาก แต่สิ่งหนึ่งที่มือถือ Android หลาย ๆ ตัวยังไม่สามารถทำได้แบบ Samsung ก็คือ การบาลานซ์ความสามารถในการถ่ายภาพนิ่ง และการถ่ายวิดีโอให้ออกมาดีเท่ากัน

madamKiM รู้สึกว่าคาแรคเตอร์ภาพถ่ายจาก Galaxy S25 Ultra ค่อนข้างเหมาะกับคนที่ต้องการ ภาพถ่ายที่มีความเป็นธรรมชาติ ไม่ปรับแต่งด้วยซอฟต์แวร์เยอะจนเกินไป

สเปคกล้อง Samsung Galaxy S25 Ultra

  • กล้องหลัก 200MP (f/1.7) เซนเซอร์ Samsung ISOCELL HP2 ขนาด 1/1.3 นิ้ว
    • ระบบกันสั่น OIS และออโต้โฟกัส PDAF
    • ถ่ายวิดีโอความละเอียด 8K ที่ 30fps หรือ 4K ที่ 120fps
  • กล้องอัลตราไวด์ 50MP (f/1.9) เซนเซอร์ Samsung ISOCELL JN3 ขนาด 1/2.5 นิ้ว
    • ออโต้โฟกัส PDAF
    • ถ่ายวิดีโอความละเอียด 8K ที่ 30fps หรือ 4K ที่ 120fps
  • กล้องเทเลโฟโต้ 10MP (f/2.4) เซนเซอร์ Sony IMX754 ขนาด 1/3.52 นิ้ว
    • ออปติคัลซูมระยะ 3 เท่า
    • ระบบกันสั่น OIS และออโต้โฟกัส PDAF
    • ถ่ายวิดีโอความละเอียด 4K ที่ 60fps
  • กล้องเทเลโฟโต้ 50MP (f/3.4) เซนเซอร์ Sony IMX854 ขนาด 1/2.52 นิ้ว
    • ออปติคัลซูมระยะ 5 เท่า
    • ระบบกันสั่น OIS และออโต้โฟกัส PDAF
    • ถ่ายวิดีโอความละเอียด 8K ที่ 30fps หรือ 4K ที่ 60fps
  • กล้องหน้า 12MP (f/2.2) เซนเซอร์ Samsung ISOCELL 3LU ขนาด 1/3.2 นิ้ว
    • ออโต้โฟกัส PDAF
    • ถ่ายวิดีโอความละเอียด 4K ที่ 60fps

Portrait Mode ที่ทำโทนภาพออกมาได้ดี ละลายหลังเป็นธรรมชาติ

โทนภาพ และการปรับจูนสีผิวบน Galaxy S25 Ultra หากเทียบกับรุ่นก่อนหน้าที่ได้ใช้ Galaxy S24 Ultra บอกเลยว่ารุ่นนี้ตอบโจทย์ พัฒนาขึ้นมาเยอะมาก ๆ ถูกใจใช่เลย เอฟเฟกต์ละลายหลังหรือการตัดขอบตัวแบบทำได้ดี ดูเป็นธรรมชาติ

โทนภาพสวยกำลังดี มีความสดใสในระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้ดึงสีขึ้นมาจนสดเกินไป ถ้าได้ไปถ่ายรูปในสถานที่หรือมุมที่มีแสงแดดสวย ๆ ฉากหลังเป๊ะ ๆ งานภาพคือจบหลังกล้องยังได้เลยค่ะ

ฟิลเตอร์ ฟีเจอร์ดี ๆ ที่ไม่ค่อยมีใครใช้กันสักเท่าไหร่

ฟีเจอร์ “ฟิลเตอร์” เป็นฟีเจอร์ที่อยากแนะนำให้ชาว Samsung ได้ใช้งานกันมาก ๆ

madamKiM ยืนยันว่าหากได้ลองใช้ไปเรื่อย ๆ จะติดใจกับฟิลเตอร์แน่นอน มีให้เลือกหลายแบบ ปรับแต่งเพิ่มเติมได้ด้วย หรือจะดึงภาพจากในแกลเลอรีมาสร้างเป็นฟิลเตอร์ในแบบของตัวเองก็ยังได้

ตัวอย่างภาพถ่ายจาก Samsung Galaxy S25 Ultra

สิ่งที่สัมผัสบน Galaxy S25 Ultra แล้วอยากให้ปรับปรุงในรุ่นต่อ ๆ ไป

กล่าวชมหรือพูดถึงข้อดีไปก็เยอะแล้ว มาดูสิ่งที่อยากให้ปรับปรุง พัฒนาหรือแก้ไขในรุ่นต่อ ๆ ไปกันบ้างดีกว่า

กล้องเทเลโฟโต้ระยะ 3 เท่า 10MP

สิ่งที่อยากให้ปรับปรุงอย่างแรกเลยก็คือ “กล้องเทเลโฟโต้ระยะ 3 เท่า” ถึงแม้ในปัจจุบันซอฟต์แวร์ประมวลผลภาพจะพัฒนาขึ้นมาก ๆ แล้ว แต่เซนเซอร์ 10MP ตัวนี้ก็ถือว่าอยู่กับเรามานานหลายเจเนอเรชัน

เลยอยากให้น้องได้พักผ่อน และเป็นตำนานสืบไปเพื่อเปิดทางให้เซนเซอร์ตัวใหม่มาทำงานแทน เพราะการที่เซนเซอร์มีความละเอียด 10MP และรูรับแสงที่ไม่กว้างมากนัก “การถ่ายภาพในที่แสงน้อยหรือการถ่ายย้อนแสง” จะปรากฏนอยส์ในภาพค่อนข้างเยอะ

อีกหนึ่งสาเหตุก็คือ ระยะซูม 3 เท่า มักจะเป็นระยะที่ได้ใช้งานบ่อยกว่าระยะ 5 เท่าอยู่พอสมควร เช่น ใช้ถ่ายพอร์ตเทรต ใช้ซูมเพื่อถ่ายรูปโคลสอัพ ไปจนถึงเป็นระยะที่กำลังดีสำหรับการซูมคอนเสิร์ต

แบตเตอรี่ความจุโอเคแล้ว แต่ชาร์จไวกว่านี้นิดนึงได้มั้ย

ถึงความจุ 5,000mAh จะเพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันก็จริง แต่ส่วนตัวมองว่า ‘ความเร็วการชาร์จ’ ก็ควรจะได้อัปเกรดควบคู่ไปด้วย

ถ้าเกิดข่าวลือบนอินเทอร์เน็ต ที่ชาวเน็ตหรือสื่อหลาย ๆ สำนักระบุว่า Galaxy S26 Ultra จะได้ชาร์จเร็ว 60W เป็นความจริงขึ้นมา ถือว่าเป็นการอัปเกรดที่ฮีลใจ และสานฝันแฟนคลับชาว Samsung ได้มากพอสมควรเลยค่ะ

สรุปเหตุผลว่าทำไมยังเลือกใช้ Samsung Galaxy S25 Ultra เป็นเครื่องหลัก

  • ความสมดุลที่หาตัวจับยาก : Galaxy S25 Ultra อาจไม่ใช่สมาร์ตโฟนที่ชาร์จไวที่สุดในโลก ไม่ได้มีฮาร์ดแวร์กล้องที่โหดที่สุด แต่สิ่งที่ทำให้ยืนหนึ่งในใจ madamKiM ก็คือ ‘ความสมดุล’ ของประสิทธิภาพกับฟีเจอร์ที่ทำออกมาได้ดี และตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันได้จริง
  • ความไว้วางใจระยะยาว : อีกหนึ่งเหตุผลสำคัญที่ทำให้ยอมจ่ายเพื่อแลกกับเรือธงเครื่องนี้ก็คือ “ความอุ่นใจ” ตลอดการใช้งาน เช่น
    • ระบบปฏิบัติการ : One UI ยังเป็นหัวใจสำคัญที่มีทั้งความเสถียร ความนิ่ง และความลื่นไหล แถมยังการันตีการอัปเดตซอฟต์แวร์นานถึง 7 ปี
    • ฟีเจอร์เอไออัจฉริยะ : Galaxy AI ไม่ใช่ฟีเจอร์ที่ทำออกมาเพื่อโฆษณาหรือทำออกมาให้เยอะเพื่อเน้นจำนวนอย่างเดียว แต่ทุกฟีเจอร์ใช้งานได้จริง
  • ปากกาวิเศษ : สุดท้ายคือปากกา S Pen ที่จนถึงทุกวันนี้ ก็ยังไม่มีมือถือรุ่นไหน ๆ ในตลาดที่สามารถมอบประสบการณ์การเขียนและทำงานบนหน้าจอด้วยปากกาได้แบบ Galaxy S Ultra เลย

Samsung Galaxy S26 Series เปิดตัวปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้แล้ว !

Samsung Galaxy S26 Series มีข่าวลือว่าจะเปิดตัวในวันที่ 25 ก.พ. 2026 ซึ่งสื่อต่างประเทศหลาย ๆ สำนักก็ชี้ไปในทิศทางเดียวกัน ดังนั้นปักธงรอลุ้นกันได้เลยค่ะ

ส่วนคนที่เล็งจะซื้อ Samsung Galaxy S25 Ultra มาใช้งาน ตอนนี้ราคาหล่นมาที่ประมาณ 37,XXX – 38,XXX บาท นับว่าเป็นราคาที่น่าสนใจพอสมควร ถือเป็นจังหวะที่ดีมาก ๆ ในการซื้อมาใช้งานค่ะ

ซื้อตอนนี้ถือใช้งานไปได้นานอีกหลายปี ได้อัปเดตเวอร์ชัน Android นาน 7 ปี และแพทช์ความปลอดภัยอีก 7 ปี

ใครที่กำลังใช้งาน Samsung Galaxy S25 Ultra เหมือนกัน อยากแชร์ประสบการณ์การใช้งาน แลกเปลี่ยนข้อมูลในส่วนไหน ก็สามารถคอมเมนต์มาพูดคุยกันได้เลยนะคะ <3

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง