จริง ๆ แล้วเทคโนโลยีสาย HDMI แบบไฟเบอร์ออปติกไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะในตลาดมีใช้งานกันมาระยะหนึ่งแล้ว โดยเฉพาะในกลุ่มงานติดตั้งระดับมืออาชีพ ห้อง Home Theater ขนาดใหญ่ หรือระบบภาพที่ต้องเดินสายไกลกว่าปกติ จุดเด่นของมันคือการนำหลักการแบบ Active Optical Cable หรือ AOC มาใช้ แปลงสัญญาณไฟฟ้าเป็นแสง ส่งผ่านเส้นใยแก้ว แล้วค่อยแปลงกลับเป็นสัญญาณไฟฟ้าที่ปลายทาง ทำให้ส่งสัญญาณภาพความละเอียดสูงได้ไกลกว่าสายทองแดงทั่วไปมาก และยังช่วยลดปัญหาสัญญาณรบกวนได้ด้วย
สาย HDMI เองก็เป็นสายสัญญาณที่คนคุ้นเคยอยู่แล้ว เพราะแทบทุกอุปกรณ์ตั้งแต่ทีวี เครื่องเสียง คอมพิวเตอร์ ไปจนถึงโน้ตบุ๊กต่างก็มีพอร์ตนี้ติดมาให้ใช้งาน แต่สิ่งที่คนทั่วไปคุ้นเคยคือสายทองแดงระยะสั้น 1-2 เมตร ซึ่งใช้งานได้ดีและแทบไม่เห็นข้อจำกัดอะไร จึงทำให้หลายคนไม่เคยนึกมาก่อนว่า เมื่อระยะทางเพิ่มขึ้นเป็นหลักสิบหรือหลักร้อยเมตร สาย HDMI แบบเดิมจะเริ่มรักษาคุณภาพสัญญาณระดับสูงได้ยากขึ้น จนเป็นจุดที่สายไฟเบอร์เข้ามามีบทบาทมากขึ้น

สาเหตุที่สายแบบนี้กลับมาถูกพูดถึงอีกครั้ง ไม่ได้เป็นเพราะเทคโนโลยีเพิ่งเกิดใหม่ แต่เป็นเพราะมีโพสต์บน X ของ Ben Geskin ที่โชว์สาย Ruipro แบบไฟเบอร์ออปติก HDMI 2.1 ราคาสูง จนกลายเป็นไวรัลและมียอดเข้าชมเกือบ 1 ล้านครั้ง คนทั่วไปจำนวนมากจึงเพิ่งรู้ว่า “สาย HDMI ก็มีแบบไฟเบอร์ด้วยเหรอ” และตั้งคำถามทันทีว่าทำไมสายหน้าตาธรรมดาเส้นหนึ่งถึงแพงได้ขนาดนั้น
อีกประเด็นสำคัญที่ทำให้เรื่องนี้ถูกพูดถึงมากคือราคาเพราะถ้ามองจากมุมผู้ใช้ทั่วไป สาย HDMI ก็เป็นอุปกรณ์ที่มักซื้อกันในราคาหลักร้อยถึงหลักพันต้น ๆ แต่พอเป็นสายไฟเบอร์สำหรับงานระยะไกล ราคาจะขยับขึ้นไปอีกระดับ เช่น รุ่นความยาว 30 เมตรอาจอยู่ราว 5,000 บาท รุ่น 200 เมตรขยับไปประมาณ 12,000 บาท และรุ่น 300 เมตรอาจแตะราว 16,000 บาท
จึงไม่แปลกที่คนจะตกใจกับตัวเลขนี้เมื่อเทียบกับภาพจำของสาย HDMI ทั่วไป โดยราคาที่สูงขึ้นก็มาจากความสามารถในการส่งสัญญาณระดับ 8K 60Hz หรือ 4K 120Hz แบบเต็มแบนด์วิดท์ในระยะไกล ซึ่งเป็นงานที่สายทองแดงทั่วไปทำได้ยากกว่าอย่างชัดเจน
ที่มา : techspot

Comment