ใครว่าปี 2026 ไม่มีคนดูหนังในโรงภาพยนต์แล้ว ผลสำรวจจาก Fandango ระบุว่าวัยรุ่น Gen Z คือกลุ่มคนที่มีค่าเฉลี่ยดูหนังในโรงภาพยนต์มากที่สุด สวนทางกับคน Gen X หรือ Babyboomer ที่เลือกไปดูหนังในโรงเฉลี่ยต่อปีน้อยมาก ๆ
Gen Z เลือกดูหนังในโรงมากถึง 87% เฉลี่ย 7 เรื่อง/ปี
บริษัทจำหน่ายตั๋วภาพยนตร์รายใหญ่ในสหรัฐฯ Fandango ทำการสำรวจคนมากกว่า 7,000 ราย โดยมีมากถึง 5,091 คนที่ระบุว่า ‘ตนเองเป็นคอหนัง’ หรือ ‘เข้าไปดูหนังในโรงอย่างน้อย 1 เรื่องในรอบ 12 เดือน’

ปัจจุบันจำนวนผู้ที่เลือกเข้าชมหนังในโรงภาพยนต์ ยังมียอดต่ำกว่าช่วงเวลาก่อนที่ COVID-19 จะระบาดประมาณ 20% โดยผู้ประกอบการส่วนใหญ่มองว่า สาเหตุหลักเกิดจากจำนวนหนังใหม่จากสตูดิโอใหญ่ยังไม่เยอะพอที่จะดึงดูดให้คนกลับเข้ามาดูหนังในโรงบ่อย ๆ
แต่ตัวเลขผลสำรวจของ Fandango ก็ถือว่าฟื้นตัวมาได้พอสมควรแล้ว หากเทียบกับช่วงแรกที่สถานการณ์ COVID-19 เริ่มฟื้นตัว เพราะในเวลานั้นหนังหรือแอนิเมชันฟอร์มยักษ์จากสตูดิโอรายใหญ่ ต่างขาดทุนจากรายได้ซึ่งต่ำกว่าที่คาดหวังเอาไว้ ยิ่งเป็นช่วงที่แอปฯ สตรีมมิ่งเริ่มเข้ามามีอิทธิพลมากกว่าเดิมด้วย
Gen Z เคยถูกมองว่าจะไม่ดูหนังในโรงเพราะอิทธิพลของแอปฯ สตรีมมิ่ง
แต่กลายเป็นว่า Gen Z ซึ่งเคยถูกมองว่าจะเป็นวัยที่เข้าโรงหนังน้อยลง เพราะจะเลือกไปดูซีรีส์, ภาพยนต์, รายการต่าง ๆ บนสมาร์ตโฟนหรือแพลตฟอร์มออนไลน์แทน กลายเป็นวัยที่เข้าโรงหนังบ่อยพอ ๆ กับ Gen Y (Millennials)
- 87% ของ Gen Z ดูหนังในโรงภาพยนต์อย่างน้อยเฉลี่ย 7 เรื่อง/ปี
- 82% ของ Gen Y (Millennials) ดูหนังในโรงภาพยนต์อย่างน้อยเฉลี่ย 7 เรื่อง/ปี เช่นเดียวกัน
- 70% ของ Gen X ดูหนังในโรงภาพยนต์อย่างน้อยเฉลี่ย 6.1 เรื่อง/ปี เช่นเดียวกัน
- 58% ของ Baby Boomers ดูหนังในโรงภาพยนต์อย่างน้อยเฉลี่ย 5.7 เรื่อง/ปี

เหตุผลของคนแต่ละ Gen ทำไมเลือก/ไม่เลือกไปดูหนังในโรงภาพยนต์
โดยเหตุผลของคนแต่ละเจนที่เลือกดูหนังในโรงภาพยนต์ค่อนข้างแตกต่างกันแบบชัดเจน เช่น Gen Y มองว่าการไปโรงภาพยนต์เหมือน ‘การหลบหนีจากความจำเจ ความวุ่นวายและความเครียดในชีวิตประจำวัน’
ส่วนวัยรุ่น Gen Z มองว่าการดูหนังในโรงเปรียบเสมือน ‘กิจกรรมทางสังคมหรือประสบการณ์ที่ทำให้ได้รวมตัวกับเพื่อน ๆ หรือคนรู้จัก’ มากกว่าการไปเสพย์คอนเทนต์หรือดูหนังเพียงอย่างเดียว
ในขณะที่ Gen X มองว่าปัจจุบันตั๋วชมภาพยนต์แพงขึ้นกว่าเดิม หนังที่น่าสนใจก็น้อยลง ทำให้การเลือกดูหนังอยู่บ้านอาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า ไปจนถึงสาเหตุอื่น ๆ ที่ผู้ทำผลสำรวจระบุเอาไว้ว่าเป็น ‘ปัจจัยที่ทำให้เลือกจะไม่ไปดูหนังในโรง’ ได้แก่
- นัดเวลาให้ตรงกันยาก
- หาเวลาว่างให้ตัวเองไม่ค่อยได้
- หาดีลเด็ด ๆ ราคาตั๋วโดนใจไม่เจอ

อย่างไรก็ดีในช่วงซัมเมอร์ปี 2026 ธุรกิจโรงภาพยนต์อาจจะมีอัตราการฟื้นตัวที่ดีขึ้น เพราะมีภาพยนต์หรือแอนิเมชันฟอร์มยักษ์หลาย ๆ เรื่องที่ต่อคิวรอฉายกันอยู่อีกเพียบ เช่น Toy Story 5, Spider-Man: Brand New Day, The Devil Wears Prada 2 และ The Odyssey เป็นต้น
ที่มา : Variety

Comment