Microsoft เริ่มทยอยปล่อยอัปเดตใบรับรอง Secure Boot ชุดใหม่แล้ว หลังใบรับรองดั้งเดิมที่ใช้งานมาตั้งแต่ปี 2011 กำลังจะหมดอายุในช่วงกลางปี 2026 ซึ่งถือเป็นการอัปเดตด้านความปลอดภัยสำคัญของระบบ Windows

Secure Boot ทำหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องของซอฟต์แวร์ตั้งแต่ขั้นตอนเปิดเครื่อง เพื่อให้มั่นใจว่ามีเพียงระบบปฏิบัติการหรือโค้ดที่ได้รับการรับรองเท่านั้นที่สามารถบูตขึ้นมาทำงานได้ เมื่อใบรับรองเดิมใกล้หมดอายุ Microsoft จึงออกใบรับรองชุดใหม่ปี 2023 เข้ามาแทนที่ เพื่อป้องกันไม่ให้กุญแจเข้ารหัสที่มีอายุยาวนานเกินไปกลายเป็นจุดอ่อนของระบบ และยังคงมาตรฐานความปลอดภัยของแพลตฟอร์มต่อไป

ข่าวดีคือ พีซีหรือฮาร์ดแวร์รุ่นใหม่ที่เริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่ปี 2024 เป็นต้นมา ส่วนใหญ่จะมาพร้อมใบรับรองชุดปี 2023 อยู่แล้ว จึงไม่ต้องดำเนินการใดเพิ่มเติม เครื่องกลุ่มนี้แทบไม่รับผลกระทบจากการหมดอายุของใบรับรองปี 2011

การอัปเดตนี้จะถูกทยอยปล่อยผ่าน Windows Update ตามรอบปกติ ผู้ใช้ทั่วไปแทบไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเติม เพียงติดตั้งอัปเดตระบบอย่างสม่ำเสมอ แต่อุปกรณ์บางรุ่นอาจต้องได้รับการอัปเดตเฟิร์มแวร์หรือ BIOS/UEFI จากผู้ผลิตฮาร์ดแวร์เพิ่มเติม เพื่อให้รองรับใบรับรองใหม่อย่างสมบูรณ์

ประเด็นที่ต้องระวังคือ สำหรับผู้ใช้ Windows 11 ที่บังคับเปิด Secure Boot เป็นข้อกำหนดของระบบ หากไม่ติดตั้งอัปเดตใบรับรองชุดใหม่นี้ อาจเสี่ยงต่อปัญหาในอนาคต รวมถึงกรณีที่เครื่องไม่สามารถบูตเครืองได้ตามปกติ ขณะที่ผู้ใช้ Windows 10 ที่ไม่ได้เปิดใช้งาน Secure Boot จะไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง

แต่สำหรับผู้ใช้ Windows 10 ที่เปิด Secure Boot เอาไว้ โดยเฉพาะเครื่องที่อยู่นอกช่วงซัพพอร์ตหลัก ควรพิจารณาเข้าร่วมโปรแกรม Extended Security Updates (ESU) เพื่อให้ยังได้รับอัปเดตด้านความปลอดภัย และติดตั้งใบรับรองชุดใหม่ให้เรียบร้อยก่อนถึงกำหนดหมดอายุ เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงปัญหาที่ตามมา

ที่มา : Neowin