Microsoft เตรียมปรับโครงสร้าง Windows อีกครั้ง โดยล่าสุดได้เริ่มทดสอบการถอด .NET Framework 3.5 ออกจากรายการ Optional Windows Features ใน Windows เวอร์ชันใหม่ ๆ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการลดภาระของซอฟต์แวร์รุ่นเก่าที่ใกล้สิ้นสุดอายุการสนับสนุน

ปัจจุบัน Windows 11 จะเปิดใช้งาน .NET Framework 4.8 ให้อยู่แล้วโดยค่าเริ่มต้น แต่ผู้ใช้ที่ยังต้องพึ่งพาโปรแกรมรุ่นเก่าบางตัว จำเป็นต้องเข้าไปเปิดใช้งาน .NET Framework 3.5 เพิ่มเองผ่านเมนู Windows Features ซึ่งเชื่อว่าหลายคน โดยเฉพาะสายไอที น่าจะเคยเจอสถานการณ์นี้มาแล้ว เนื่องจากซอฟต์แวร์บางตัวยังคงต้องอาศัย .Net ดังกล่าวในการทำงาน

ล่าสุด Microsoft ได้ประกาศว่า ใน Windows รุ่นถัดไป จะไม่มี .NET Framework 3.5 ให้เปิดใช้งานผ่าน Optional Features อีกต่อไป โดยการเปลี่ยนแปลงนี้เริ่มต้นตั้งแต่ Windows 11 Insider Preview build 27965 ที่ปล่อยให้ทดสอบเมื่อเดือนตุลาคม 2025 และจะมีผลกับ Windows เวอร์ชันใหม่ในอนาคต ขณะที่ Windows 10 และ Windows 11 รุ่นก่อนหน้า 25H2 จะยังไม่ได้รับผลกระทบ

การถอด .NET Framework 3.5 ออกไปยังส่งผลให้ซอฟต์แวร์และฟีเจอร์ที่เกี่ยวข้อง เช่น ASP . NET 3.5, .NET Extensibility 3.5 รวมถึงระบบ WCF ทั้งแบบ HTTP และ non-HTTP ไม่สามารถติดตั้งผ่าน Optional Features ได้อีกเช่นกัน จากนี้หากจำเป็นต้องใช้งาน ผู้ใช้จะต้องดาวน์โหลดและติดตั้งแยกเอง ซึ่งทาง Microsoft ได้จัดทำเอกสารและแนวทางการติดตั้งเอาไว้ให้แล้ว

Microsoft ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สอดคล้องกับวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ เนื่องจาก .NET Framework 3.5 จะสิ้นสุดการสนับสนุนอย่างเป็นทางการในวันที่ 9 มกราคม 2029 พร้อมกันนี้ยังแนะนำให้ผู้ใช้ทั่วไปและองค์กรต่าง ๆ อัปเกรดไปใช้ .NET เวอร์ชันใหม่ที่ยังได้รับการสนับสนุน เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและความเข้ากันได้ในระยะยาว

ที่มา : Neowin