Nothing เปิดตัว Nothing Phone (4a) และ Phone (4a) Pro ซีรีส์ที่ขายดีที่สุดของทางบริษัทซึ่งทาง Carl Pei ให้คำนิยามว่า ‘Built Different’ ดีไซน์ภายนอกปรับปรุงใหม่ด้วยการเพิ่มแถบ Glyph Bar กล้องหลัง 3 ตัวครบทุกระยะ ชิปเซ็ตอัปเกรดให้แรงกว่าเดิม
Nothing Phone (4a) ดีไซน์ Glyph Bar ฝาหลังกระจกใสอันเป็นเอกลักษณ์
ปีนี้ Nothing Phone (4a) ได้ของเล่นใหม่อย่าง ‘แถบไฟ Glyph Bar’ ซึ่งมาในรูปแบบช่องสี่เหลี่ยมสำหรับการแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์ ส่วนช่องสีแดง (Recording light) จะทำงานก็ต่อเมื่อเริ่ม Record สิ่งต่าง ๆ เช่น บันทึกวิดีโอ และบันทึกเสียง


ฝาหลังเป็นกระจกใส Panda Glass เผยให้เห็นโครงสร้างภายในตามเอกลักษณ์ของ Nothing แต่มีการเพิ่มส่วนประกอบที่เป็นโลหะเข้ามาด้วย เพื่อยกระดับความทนทานให้ตัวเครื่อง เช่น โมดูลกล้องหรือปุ่มกด จับคู่กับมาตรฐานการทนน้ำทนฝุ่น IP64
Nothing Phone (4a) มีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีชมพู, สีน้ำเงิน, สีขาว และสีดำ

หน้าจอ 6.78 นิ้ว คมชัดกว่าเดิมระดับ 1.5K
หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.78 นิ้ว อัปเกรดความละเอียดขึ้นมาเป็น 1.5K (440ppi) รองรับอัตรารีเฟรช 120Hz ความสว่างหน้าจอ 1,600 นิต (ทั่วทั้งหน้าจอ) และสูงสุด 4,500 นิต (HDR) และยังมาพร้อมเทคโนโลยี PWM Dimming สูงสุด 2,160Hz เพื่อการปกป้องดวงตา
กล้องหลัง 3 ตัว ครบทุกระยะ มีกล้องซูม 3.5 เท่า
กล้องหลัง 3 ตัวของ Nothing Phone (4a) เป็นระบบ Advanced 3-camera สามารถใช้งานได้ครบทุกระยะ 0.6x – 3.5x โดยรองรับการซูมดิจิทัลสูงสุด 70 เท่า (Ultra Zoom)


กล้องหลัก 50MP เซนเซอร์ Smaung GN9 ขนาด 1/1.57 นิ้ว ช่วยให้รับแสงได้มากขึ้น และรายละเอียดภาพมีความคมชัดกว่าเดิม ทำงานร่วมกับอัลกอริทึม Super Resoluition เพื่อเพิ่มความคมชัดในช่วงระยะซูม 2.1x – 3.4x เพื่อให้การสลับไปยังเลนส์ 3.5x มีความสมูท และต่อเนื่องกันมากที่สุด
กล้องเทเลโฟโต้ปริทรรศน์ 50MP เซนเซอร์ Samsung JN5 ขนาด 1/2.75 นิ้ว โดยเลือกใช้โครงสร้างเลนส์เป็นแบบ multi-prism ส่งผลให้สามารถเพิ่มระยะการซูมจากเดิม 3x มาเป็น 3.5x ได้ สามารถซูมได้แบบไม่เสียรายละเอียด (Optical Quality) ที่ระยะไกลสุดคือ 7x




สุดท้ายได้แก่ กล้องอัลตราไวด์ 8MP และกล้องหน้า 32MP มีการทำงานร่วมกับอัลกอริทึมหรือซอฟต์แวร์ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาสำหรับ Phone (4a) Series โดยเฉพาะ เช่น
- TrueLens Engine 4
- Ultra XDR Photo
- Portrait Mode with AI Semantic Segmentation (ตัดขอบได้เป๊ะ และแม่นยำขึ้น)
ชิปอัปเกรดใหม่ Snapdragon 7s Gen 4 ชาร์จเร็ว 50W
ชิปประมวลผล Snapdragon 7s Gen 4 บน Nothing Phone (4a) ให้ประสิทธิภาพการประมวลผลที่เร็วขึ้น และประหยัดพลังงานกว่าเดิม 10% อัปเกรดพื้นที่จัดเก็บข้อมูลเป็น UFS 3.1 รองรับเทคโนโลยี Stable Diffusion 1.5 และการเล่นเกมด้วยการแสดงผลที่ลื่นไหลระดับ 90-120fps


แบตเตอรี่ความจุ 5,080mAh สามารถใช้งานทั่วไปได้นานถึง 17 ชั่วโมง ชาร์จเร็ว 50W สามารถชาร์จแบตเตอรี่ถึง 60% ได้ในเวลา 30 นาที ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Nothing OS 4.1 บนพื้นฐาน Android 16 ตั้งแต่เปิดเครื่อง
Nothing Phone (4a) Pro ดีไซน์ระดับเรือธง สเปคครบจบในตัว
สำหรับ Nothing Phone (4a) Pro เรียกได้ว่าเป็นการพลิกโฉมดีไซน์ของ a Series ตัวท็อปไปเลยก็ว่าได้ เพราะเป็นเหมือนการนำดีไซน์ของเรือธงมาผนวกรวมเข้าไว้ด้วยกัน จนได้เป็นดีไซน์ฝาหลัง + โมดูกล้องสุดเท่แบบที่เห็น


โดย Glyph Matrix มีขนาดใหญ่ขึ้น 57% และสว่างขึ้นเป็นสองเท่าหากเทียบกับ Phone (3) จับคู่กับไฟ Recording light สีแดงแบบเดียวกับรุ่นน้อง ตัวเครื่องเลือกใช้เป็นวัสดุอะลูมิเนียมชิ้นเดียว มีความบางตัวเครื่องเพียง 7.95 มม.
สเปคอื่น ๆ ที่แตกต่างจาก Phone (4a) ได้แก่ ชิปเซ็ต Snapdragon 7 Gen 4 ซึ่งเหนือกว่าหน่วยความจำ LPDDR5X + UFS 3.1 กล้องหลัง 3 ตัวระดับโปร โดยที่กล้องเทเลโฟโต้ปริทรรศน์ Tetraprism รองรับการซูมออปติคัล 3.5 เท่า และซูมดิจิทัลไกลสุด 140 เท่า



เทียบสเปค Nothing Phone (4a) และ Phone (4a) Pro
| Nothing Phone (4a) | Nothing Phone (4a) Pro | ||
| จอภาพ | พาเนล | LTPS Flexible AMOLED | |
| ขนาด | 6.78 นิ้ว | 6.83 นิ้ว | |
| ความละเอียด | 1224 × 2720 พิกเซล | 1260 x 2800 พิกเซล | |
| ความสว่าง | 4500 นิต | 5000 นิต | |
| อัตรารีเฟรช | 120Hz | 144Hz | |
| กระจกหน้าจอ | Corning Gorilla Glass 7i | ||
| ประสิทธิภาพ | ชิปเซต | Snapdragon 7s Gen 4 | Snapdragon 7 Gen 4 |
| หน่วยความจำ | 8GB / 12GB (LPDDR4X) | 8GB / 12GB (LPDDR5X) | |
| ความจุ | 128GB / 256GB (UFS 3.1) | ||
| ระบบปฏิบัติการ | Nothing OS 4.1 บนพื้นฐาน Android 16 | ||
| กล้อง | กล้องหลัก | 50MP (f/1.88) ออโต้โฟกัส และระบบกันสั่น OIS ขนาดเซนเซอร์ 1/1.57 นิ้ว | 50MP (f/1.88) ออโต้โฟกัส และระบบกันสั่น OIS ขนาดเซนเซอร์ 1/1.56 นิ้ว |
| กล้องอัลตราไวด์ | 8MP (f/2.2) มุมมองกว้าง 120° | ||
| กล้องเทเลโฟโต้ | 50MP (f/2.88) ออโต้โฟกัส และระบบกันสั่น OIS ออปติคัลซูม 3.5 เท่า | ดิจิทัลซูม 70 เท่า | 50MP (f/2.88) ออโต้โฟกัส และระบบกันสั่น OIS ออปติคัลซูม 3.5 เท่า | ดิจิทัลซูม 140 เท่า | |
| กล้องหน้า | 32MP (f/2.2) มุมมองกว้าง 89° | ||
| ระบบเสียง | ลำโพง | ลำโพงคู่ระบบสเตอรีโอ | |
| การเชื่อมต่อ | เครือข่าย | 5G | |
| Wi-Fi | Wi-Fi 6 | ||
| Bluetooth | 5.4 | ||
| NFC | รองรับ | ||
| พอร์ต | USB-C | ||
| ระบบสแกนนิ้ว | เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ | ||
| แบตเตอรี่ | ความจุ | 5080mAh | |
| ชาร์จผ่านสาย | 50W | ||
| ตัวเครื่อง | ความทนทาน | IP64 | |
| ขนาด | 163.95 x 77.57 x 8.55 มม. | 163.6 x 76.6 x 7.9 มม. | |
| น้ำหนัก | 204.5 กรัม | 210 กรัม | |
| ราคา | เริ่มต้นราว 14,700 บาท | เริ่มต้นราว 21,000 บาท | |

ราคาและการวางจำหน่าย
Nothing Phone (4a) กับ Phone (4a) Pro เปิดราคาวางจำหน่ายในต่างประเทศ และรุ่นความจุต่าง ๆ โดยมีรายละเอียดดังนี้
Nothing Phone (4a) – มีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีชมพู (Pink), สีน้ำเงิน (Blue), สีขาว (White) และสีดำ (Black) โดยมีความจุให้เลือกซื้อต่อไปนี้
- 8GB + 128GB ราคาประมาณ 14,700 บาท (349 ปอนด์)
- 8GB + 256GB ราคาประมาณ 16,000 บาท (379 ปอนด์)
- 12GB + 256GB ราคาประมาณ 17,000 บาท (399 ปอนด์)

Nothing Phone (4a) Pro – มีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีชมพู (Pink) สีเงิน (Silver) และสีดำ (Black) โดยมีความจุให้เลือกซื้อต่อไปนี้
- 8GB + 128GB ราคาประมาณ 21,000 บาท (499 ปอนด์)
- 12GB + 256GB ราคาประมาณ 23,100 บาท (549 ปอนด์)

Comment