เตรียมตัวกระเป๋าฉีก ใครที่มีแผนจะเปลี่ยนมือถือใหม่ในปี 2026 อาจต้องคิดหนัก เมื่อรายงานล่าสุดจาก Counterpoint Research ระบุว่า ตลาดสมาร์ทโฟนกำลังเผชิญกับวิกฤตต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง โดยมีสาเหตุหลักมาจากราคาของ หน่วยความจำ (Memory) ทั้ง DRAM และ NAND Flash ที่ดีดตัวสูงขึ้นแบบก้าวกระโดด
ราคาหน่วยความจำพุ่งสูงในปี 2026
จากข้อมูล Memory Price Tracker ของ Counterpoint Research พบว่าในช่วงไตรมาสที่ 1 ของปี 2026 ราคาหน่วยความจำมีการปรับตัวขึ้นอย่างน่าตกใจ

- DRAM (หน่วยความจำชั่วคราว/RAM) : ราคาพุ่งขึ้นกว่า 50% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ)
- NAND Flash (หน่วยความจำเก็บข้อมูล/ROM) : ราคาพุ่งสูงถึง 90% (QoQ)
นักวิเคราะห์อาวุโส Shenghao Bai ตั้งข้อสังเกตว่า “ราคาหน่วยความจำที่พุ่งสูงขึ้น ส่งผลกระทบเชิงโครงสร้างต่อต้นทุนการผลิตของสมาร์ทโฟน ในปี 2026 ผู้ผลิตจะต้องเผชิญกับความท้าทายในการรักษาสมดุลระหว่างต้นทุนชิ้นส่วน อัตรากำไรขั้นต้น และเป้าหมายการจัดส่งสินค้า แบรนด์ที่พึ่งพาโมเดลระดับเริ่มต้นเป็นหลักในการครองส่วนแบ่งการตลาด จะเผชิญกับความเสี่ยงอย่างมาก ต่อการขาดทุนในระยะสั้น”
มือถือรุ่นไหนโดนหนักสุด?
Counterpoint ได้แบ่งกลุ่มสมาร์ทโฟนที่ได้รับผลกระทบออกเป็น 3 ระดับ ดังนี้
1. มือถือระดับเริ่มต้น (Low-end) : ต่ำกว่า 200 ดอลลาร์ (ราว 7,000 บาท)
กลุ่มนี้ถือว่า เจ็บหนักที่สุด เพราะมีส่วนต่างกำไรน้อยอยู่แล้ว
- สเปคทั่วไป: 6GB RAM + 128GB ROM
- ผลกระทบ: ต้นทุนรวมจะพุ่งขึ้นถึง 25% ภายในไตรมาสเดียว
- เฉพาะค่าหน่วยความจำอย่างเดียวจะกินสัดส่วนสูงถึง 43% ของต้นทุนการผลิตทั้งหมด ซึ่งถือว่าสูงมากอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
2. มือถือระดับกลาง (Mid-range) : ราคา 400-600 ดอลลาร์ (ราว 12,000 – 20,000 บาท)
- สเปคทั่วไป: 8GB (LPDDR5X) + 256GB (UFS 4.0)
- ผลกระทบ: สัดส่วนต้นทุนหน่วยความจำจะเพิ่มขึ้นจากเดิม และคาดว่าจะพุ่งไปแตะที่ 20% (DRAM) และ 16% (NAND) ของต้นทุนรวมภายในกลางปี 2026
3. มือถือเรือธง (Flagship) : ราคาสูงกว่า 800 ดอลลาร์ (25,000 บาทขึ้นไป)
รุ่นท็อปต้องเผชิญกับแรงกดดันสองเด้ง ทั้งจากค่าหน่วยความจำมหาศาล และราคาชิปเซ็ตประมวลผลระดับ 2 นาโนเมตร ที่แพงหูฉี่
- สเปคทั่วไป: 16GB (LPDDR5X HKMG) + 512GB (UFS 4.1)
- ผลกระทบ: ต้นทุนการผลิตต่อเครื่องอาจเพิ่มขึ้นสูงถึง 100 – 150 ดอลลาร์ (ประมาณ 3,000 – 5,000 บาท) ภายในช่วงกลางปี 2026
ผู้ผลิตรับมืออย่างไร และจะกระทบเราอย่างไร?
เมื่อต้นทุนค้ำคอ ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนจึงเริ่มปรับกลยุทธ์เพื่อความอยู่รอด
- ลดสเปคส่วนอื่น : เราอาจเห็นมือถือรุ่นใหม่ๆ ลดคุณภาพหน้าจอ กล้อง หรือวัสดุตัวเครื่องลง เพื่อเอาเงินไปจ่ายค่า RAM/ROM ที่แพงขึ้น
- ปรับราคาขายปลีก : นี่คือสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยมีการคาดการณ์ว่า
- มือถือรุ่นประหยัด: ราคาอาจปรับขึ้นประมาณ 30 ดอลลาร์ (~1,000 บาท)
- มือถือเรือธง: ราคาอาจพุ่งสูงขึ้นถึง 150 – 200 ดอลลาร์ (~5,000 – 7,000 บาท)
วิกฤตนี้ส่งผลโดยตรงต่อ Bill of Materials (BOM) หรือต้นทุนวัตถุดิบรวมในการผลิตสมาร์ทโฟนหนึ่งเครื่อง ทำให้ผู้ผลิตตกอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกระหว่างการรักษา กำไร กับการทำ ยอดขาย
ปี 2026 คือปีแห่งของแพงในโลกสมาร์ทโฟน
การพุ่งขึ้นของราคาหน่วยความจำไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลขในงบการเงิน แต่มันคือการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอุตสาหกรรม สำหรับผู้บริโภคที่กำลังมองหามือถือคุ้มค่าคุ้มราคา อาจต้องรีบตัดสินใจซื้อ หรือเตรียมใจกับราคาที่จะขยับขึ้นอย่างรุนแรง
ที่มา : counterpointresearch

Comment