มาแล้ว สมาร์ทโฟนระดับเรือธงที่หลายคนรอคอย Samsung Galaxy S26 Series ที่รอบนี้ขนมาครบทั้ง 3 รุ่น เช่นเคย ได้แก่ Galaxy S26, S26+ และ S26 Ultra การกลับมาครั้งนี้ไม่ใช่แค่การอัปเกรดสเปคทั่วไป แต่ชูสโลแกนความล้ำด้วย “Intuitive Galaxy AI” ระบบปัญญาประดิษฐ์ที่ไม่ได้แค่เก่ง แต่ยังทำงานแบบเชิงรุก (Proactive) และปรับตัวตามพฤติกรรมผู้ใช้ได้อย่างอัจฉริยะ ฉลาดล้ำจนกลายเป็นผู้ช่วยส่วนตัวที่รู้ใจ เรามาดูกันว่าทั้ง 3 รุ่นมีความแตกต่างกันอย่างไร

ภาพรวมหลักๆ Galaxy S26 Series
AI คือ หัวใจสำคัญ
จุดสำคัญของ S26 Series รอบนี้ อาจจะไม่ได้เน้นที่การปรับดีไซน์เท่าไรนัก แต่จะเน้นหนักไปที่ประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ โดยเฉพาะการยกระดับ AI ให้เป็นผู้ช่วยส่วนตัวอย่างแท้จริง
- ได้ร่วมมือกับ Perplexity : ครั้งแรกที่ซัมซุงจับมือกับ Perplexity AI ให้เรียกใช้งานผ่านคำสั่งเสียง “Hey Plex” เพื่อค้นหาข้อมูลเชิงลึกแบบโต้ตอบได้ทันที
- Multi-Agent AI : ระบบสามารถจัดการงานซ้อนๆ กันในพื้นหลัง เช่น การจองตั๋วเครื่องบินพร้อมลงตารางนัดหมายใน Calendar โดยที่ไม่ต้องสลับแอปไปมา
- Proactive AI : AI จะเรียนรู้กิจวัตรประจำวันและเสนอทางเลือกที่เหมาะสม เช่น การปรับโหมดประหยัดพลังงานเมื่อรู้ว่าเรากำลังจะเดินทางไกล

Galaxy AI ที่ฉลาดกว่าเดิม
Samsung Galaxy S26 Series มาพร้อมระบบปฏิบัติการ One UI 8.5 (Android 16) ที่อัดแน่นด้ว ยฟีเจอร์ AI ใหม่ๆ เช่น

- AI Scam Detection : ระบบตรวจจับสายโทรเข้าจากมิจฉาชีพและแจ้งเตือนทันที
- Creative Studio : แก้ไขภาพและสร้างวิดีโอได้ง่ายๆ เพียงแค่พิมพ์คำสั่งบอก AI
- Now Nudge : AI ที่ช่วยแนะนำทางลัดบนหน้าจอตามบริบทการใช้งานของเรา
- Photo Assist ที่ได้รับการอัปเกรดใหม่ ผู้ใช้สามารถอธิบายสิ่งที่ต้องการเปลี่ยนแปลงด้วยคำพูดของตัวเองได้อย่างง่ายดาย
- เปลี่ยนบรรยากาศ: การเปลี่ยนฉากจากกลางวันเป็นกลางคืนทำได้ง่ายๆ เพียงแค่เอ่ยปากขอ
- เติมเต็มส่วนที่ขาด: สามารถเพิ่มองค์ประกอบลงในภาพ หรือซ่อมแซมส่วนที่หายไปของวัตถุได้ เช่น การเสกให้รอยแหว่งบนก้อนเค้กกลับมาเต็มอีกครั้ง
- จัดการรายละเอียดส่วนบุคคล: รอยเลอะบนเสื้อผ้าไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป ด้วยความสามารถใหม่ในการเปลี่ยนชุดแต่งกายผ่าน Galaxy AI
- ปรับแต่งได้อย่างลื่นไหล: การแก้ไขภาพสามารถทำได้อย่างต่อเนื่อง โดยผู้ใช้สามารถตรวจสอบผลลัพธ์แบบทีละขั้นตอน ปรับเปลี่ยน หรือย้อนกลับ (Undo) ได้ตลอดทาง ช่วยให้กระบวนการแต่งภาพดูเป็นธรรมชาติและยืดหยุ่น ไม่รู้สึกว่าต้องตัดสินใจให้จบในครั้งเดียว
Super Steady ใหม่ ล็อกแนวราบให้นิ่งสนิท
ซัมซุงในฟีเจอร์นี้มาในทุกรุ่น ช่วยเรื่องการถ่ายวิดีโอ โดยระบบกันสั่น Super Steady ถูกยกระดับไปอีกขั้นด้วยฟีเจอร์ Horizontal Lock (ล็อกแนวราบ) ช่วยให้ภาพวิดีโอตั้งตรงและนิ่งเสถียรตลอดเวลา แม้จะถือเครื่องตะแคงหรือใช้งานในกิจกรรมที่สมบุกสมบัน เช่น การวิ่งเทรลหรือกิจกรรมที่มีการเคลื่อนไหวรวดเร็ว ก็ยังได้เฟรมภาพที่เป๊ะ
วิดีโอ Nightography
ถ่ายวิดีโอกลางคืนชัดขึ้น ลดนอยส์ลง Nightography ได้รับการปรับปรุง ช่วยให้ภาพคมชัดและสดใสยิ่งขึ้นแม้ในฉากที่มืด ไม่ว่าจะเป็นการบันทึกคอนเสิร์ตในร่ม หรือบันทึกช่วงเวลารอบกองไฟหลังพระอาทิตย์ตก

Bixby ที่ฉลาดขึ้น
ต้องการความช่วยเหลือด่วน ถาม Bixby ได้ ไม่ต้องป้อนคำสั่งให้ตรงตามที่เซ็ตไว้อีกต่อไปแล้ว เราสามารถใช้คำสั่งภาษาคนได้เลย เหมือนการสนทนาปกติ
Galaxy S26 Ultra

ดีไซน์
เลิกใช้ขอบเหลี่ยมที่ทิ่มแล้ว Galaxy S26 Ultra มาในดีไซน์โค้งมนขึ้น โค้งรับกับฝ่ามือมากขึ้น แต่หน้าจอยังเป็นแบบแบนราบ (Flat) ขนาด 6.9 นิ้ว เพื่อให้ใช้งาน S Pen ได้ดีเหมือนเดิม และยังถือว่าเป็น รุ่น Ultra ที่บางและเบาที่สุดเท่าที่เคยทำมา ตัวเครื่องบางเพียง 7.9 มม. และเบาลงเหลือ 214 กรัม โดยใช้วัสดุเฟรมอะลูมิเนียมเกรดพรีเมียม ส่วนด้านหลังเลนส์กล้องหลังสามตัววางเรียงกันบนโมดูลกล้องทรงแคปซูลแบบใหม่ ฐานยกนูนสูง ส่วน บริเวณด้านข้างเป็นเซนเซอร์เสริม และกล้องเทเลโฟโตตัวที่ 2 และไฟแฟลช
หน้าจอกันเผือก (Privacy Display) ครั้งแรกของโลก

เป็นไฮไลท์ที่ว้าวที่สุด คือหน้าจอเทคโนโลยี Flex Magic Pixel ที่ป้องกันคนข้างๆ แอบมองจอ (กันได้ 360 องศา) โดยไม่ต้องติดฟิล์มกันรอยเพิ่ม
- เลือกเปิด-ปิดได้ : สามารถตั้งค่าให้เปิดอัตโนมัติเมื่อเข้าแอปธนาคารหรือแอปแชท
- มองตรงชัดแจ๋ว : คนใช้งานที่มองตรงๆ จะเห็นภาพชัดเจนปกติ แต่คนนั่งข้างๆ จะเห็นเป็นจอดำเหมือนปิดเครื่องอยู่
ส่วนการทำงานจริงๆ ทำงานยังไง ไว้เราจะเอาข้อมูลมาบอกเล่ากันอย่างละเอียดอีกที
กล้อง ProVisual Engine สว่างขึ้น 47% ถ่ายที่มืดเทพกว่าเดิม
แม้จะใช้ความละเอียด 200MP เท่าเดิม แต่มีการอัปเกรดฮาร์ดแวร์ขนานใหญ่
- รูรับแสงกว้าง f/1.4 : ช่วยให้รับแสงได้มากขึ้นถึง 47% ทำให้ถ่ายภาพและวิดีโอในที่แสงน้อยได้สว่างและคมชัดขึ้นมาก
- เลนส์ซูมใหม่ : เลนส์ Periscope 5x (50MP) ปรับปรุงให้เก็บรายละเอียดได้ดีขึ้น พร้อมระบบ ProScaler ช่วยดึงความละเอียดภาพให้ชัดระดับ QHD+ โดยการเพิ่มความคมชัดของข้อความและรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ในขณะที่ลดความหยาบของพื้นผิว
- ระบบประมวลผลภาพดิจิทัลแบบธรรมชาติ (mDNIe) ยังให้สีสันที่ละเอียดอ่อนและสมจริงยิ่งขึ้น ด้วยการประมวลผลภาพที่มีความแม่นยำมากกว่ารุ่นก่อนถึงสี่เท่า
สเปคแรงสุดและชาร์จไวขึ้น
ในรุ่นท็อป Samsung ได้เลือกใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 8 Elite Gen 5 for Galaxy แรงขึ้นและจัดการพลังงานดีขึ้น CPU เร็วขึ้นสูงสุดถึง 19% และประสิทธิภาพ NPU ที่ดีขึ้น 39% ช่วยให้การประมวลผล AI บนเครื่องทำได้ราบลื่นยิ่งขึ้น ประสิทธิภาพ GPU ที่เพิ่มขึ้น 24% มอบภาพที่คมชัดยิ่งขึ้นและการเล่นเกมที่ลื่นไหลยิ่งขึ้น พร้อมได้ RAM เริ่มต้น 12GB และมีตัวเลือกสูงสุดถึง 16GB
อีกส่วนที่สำคัญ คือการอัปเกรดระบบระบายความร้อน Vapor Chamber ให้ใหญ่ขึ้น 30% ช่วยให้เครื่องไม่ร้อนแม้ใช้งาน AI หรือเล่นเกมหนักๆ นานๆ

ส่วนเรื่องของแบตยังได้ 5,000 mAh เท่าเดิม แต่ได้มีการปรับความชาร์จไวเป็น 60W อัปเกรดจากรุ่นก่อนที่ 45W ช่วยให้ชาร์จแบตเตอรี่ได้ 75% ภายในเวลาเพียง 30 นาที โดยใช้ระบบชาร์จเร็ว Super Fast Charging 3.0
Galaxy S26 และ Galaxy S26+
คู่หูพี่น้อง น้องคนกลางกับน้องคนเล็ก ที่เหมือนจะถอดแบบกันมาทุกอย่าง มีเพียงส่วนต่างเล็กๆ น้อยๆ อย่างเช่นขนาดจอ จะเป็น 6.3 นิ้ว และ 6.7 นิ้ว และแบตเตอรี่ที่ตัวเล็กได้ความจุ 4,300mAh ชาร์จไว 25W ไร้สาย 15W ส่วน S26+ ได้ 4,900mAh พร้อมชาร์จไว 45W ไร้สาย 25W นอกนั้นจะมีฟีเจอร์เหมือนกันแทบจะหมดเลย
ดีไซน์
มาพร้อมโมดูลกล้องหลังนูนขึ้นแบบโปร่งแสง ดูสวยพรีเมียมขึ้น จากเดิมใน S25 จะวางแค่ตามเลนส์เฉยๆ


ขุมพลังชิปเซ็ต 2 นาโนเมตร รุ่นแรกของโลก
ซัมซุงเลือกใช้ชิป Exynos 2600 สถาปัตยกรรม 2 นาโนเมตร กับรุ่นรองทั้งสอง NPU มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น 38% ทำให้ภาพลื่นไหลขึ้น 23% และการประมวลผล CPU เร็วขึ้น 7% ได้ RAM 12GB พร้อมตัวเลือกความจุ 256GB และ 512GB

ในส่วนของ Vapor Chamber ที่ออกแบบมาใหม่ ช่วยเพิ่มการระบายความร้อนได้ถึง 29% เพื่อการทำงานที่เย็นกว่าเดิม
ระบบกล้องดีขึ้น
ขุมพลังจาก ProVisual Engine ช่วยเสริมกล้องหลัก 50 MP ถ่ายภาพออกมาได้คมชัดมากขึ้น ส่วนกล้องหน้าของ Galaxy S26 และ S26+ นั้นมีความละเอียดที่ 12MP มาพร้อมกับหน่วยประมวลผลสัญญาณภาพ AI (ISP) เพื่อการเซลฟีที่ดูเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้นซึ่งจะมีไฮไลต์และเงาในตำแหน่งที่เหมาะสม ตรงตามโทนสีผิวธรรมชาติและรายละเอียดอื่น ๆ เช่น เส้นผมและคิ้ว

สรุปสเปค Galaxy S26 Series
| Samsung Galaxy S26 | Samsung Galaxy S26+ | Samsung Galaxy S26 Ultra | ||
| จอภาพ | ประเภท | Dynamic AMOLED 2X | Dynamic AMOLED 2X | Privacy Display | |
| ขนาด | 6.3 นิ้ว | 6.7 นิ้ว | 6.9 นิ้ว | |
| ความละเอียด | 2,340 x 1,080 พิกเซล | 3,120 x 1,440 พิกเซล | 3,120 x 1,440 พิกเซล | |
| ความสว่างหน้าจอ | 2,600 นิต | |||
| อัตรารีเฟรช | 1-120Hz | |||
| แพลตฟอร์ม | ชิปเซต | Exynos 2600 | Snapdragon 8 Elite Gen 5 for Galaxy | |
| หน่วยความจำ | 12GB (LPDDR5X) | 12GB / 16GB (LPDDR5X) | ||
| ความจุ | 256GB / 512GB | 256GB / 512GB / 1TB | ||
| ระบบปฏิบัติการ | One UI 8.5 บนพื้นฐาน Android 16 | |||
| กล้อง | กล้องหลัก | 50MP (f/1.8) กันสั่น OIS และออโต้โฟกัส | 200MP (f/1.4) เซนเซอร์ S5KHP2 ขนาด 1/1.3 นิ้ว กันสั่น OIS และออโต้โฟกัส | |
| กล้องอัลตราไวด์ | 12MP (f/2.2) มุมมองกว้าง 120˚ | 50MP (f/1.9) เซนเซอร์ S5KJN3 ขนาด 1/2.5 นิ้ว มุมมองกว้าง 120˚ และออโต้โฟกัส | ||
| กล้องเทเลโฟโต (1) | 10MP (f/2.4) ออปติคัลซูม 3 เท่า กันสั่น OIS และออโต้โฟกัส | 10MP (f/2.4) เซนเซอร์ S5K3LD ขนาด 1/3.94 นิ้ว ออปติคัลซูม 3 เท่า กันสั่น OIS และออโต้โฟกัส | ||
| กล้องเทเลโฟโต (2) | – | 50MP (f/2.9) เซนเซอร์ IMX854 ขนาด 1/2.52 นิ้ว ออปติคัลซูม 5 เท่า กันสั่น OIS และออโต้โฟกัส | ||
| กล้องหน้า | 12MP (f/2.2) มุมกว้าง 80˚ | 12MP (f/2.2) มุมกว้าง 85˚ | ||
| การเชื่อมต่อ | เครือข่าย | 5G | ||
| Wi-Fi | Wi-Fi 7 | |||
| Bluetooth | 5.4 | 6 | ||
| พอร์ต | USB-C 3.2 Gen 1 | |||
| แบตเตอรี่ | ความจุ | 4,300mAh | 4,900mAh | 5,000mAh |
| การชาร์จผ่านสาย | 25W (PD3.0) | 45W (PD3.0) | 60W (PD3.0) | |
| การชาร์จไร้สาย | 15W | 25W | ||
| ตัวเครื่อง | ขนาด | 149.6 x 71.7 x 7.2 มม. | 158.4 x 75.8 x 7.3 มม. | 163.6 x 78.1 x 7.9 มม. |
| น้ำหนัก | 167 กรัม | 190 กรัม | 214 กรัม | |
ราคาและการวางจำหน่าย
Samsung Galaxy S26 Series มาด้วยกันทั้งหมดสำหรับ 4 สีหลัก (เหมือนกันทั้งเฉดและโทน) พร้อมกับสีพิเศษที่เพิ่มเติมมาอีก 2 สี Online Exclusive ซึ่งวางจำหน่ายเฉพาะเว็บไซต์ samsung.com
- สีม่วง (Cobalt Violet)
- สีฟ้า (Sky Blue)
- สีดำ (Black)
- สีขาว (White)
- สีชมพู (Pink Gold) วางขายแบบ Online Exclusive
- สีเงิน (Silver Shadow) วางขายแบบ Online Exclusive
ราคา Samsung Galaxy S26
- ความจุ 12GB + 256GB ราคา 33,900 บาท
- ความจุ 12GB + 512GB ราคา 41,900 บาท
ราคา Samsung Galaxy S26+
- ความจุ 12GB + 256GB ราคา 40,900 บาท
- ความจุ 12GB + 512GB ราคา 48,900 บาท
ราคา Samsung Galaxy S26 Ultra
- ความจุ 12GB + 256GB ราคา 46,900 บาท
- ความจุ 12GB + 512GB ราคา 54,900 บาท
- ความจุ 16GB + 1TB ราคา 66,900 บาท

Comment