ในยุคที่สมาร์ทโฟนไม่ได้มีไว้แค่เล่นโซเชียล แต่แข่งกันรัน AI ได้บนเครื่อง (On-device AI) ทำให้ความเร็วของ RAM กลายเป็นหัวใจสำคัญ ล่าสุดยักษ์ใหญ่แห่งวงการหน่วยความจำอย่าง SK hynix ได้ประกาศความสำเร็จในการพัฒนา 1c LPDDR6 ซึ่งถือเป็น RAM มาตรฐานใหม่ ที่เร็วที่สุดและประหยัดพลังงานที่สุดในโลก ณ ขณะนี้

เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2026 ที่ผ่านมา SK hynix ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตหน่วยความจำระดับโลก ได้ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญในการพัฒนา DRAM LPDDR6 ขนาด 16Gb ที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตระดับ 10 นาโนเมตร (1c) รุ่นที่หก ได้สำเร็จ ซึ่งถือเป็นการก้าวข้ามขีดจำกัดด้านความเร็วและการใช้พลังงานไปอีกขั้น เพื่อรองรับความต้องการที่พุ่งสูงขึ้นของ AI ในสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต

1c LPDDR6 คืออะไร? ทำไมต้องมี 1c

คำว่า LPDDR (Low Power Double Data Rate) คือมาตรฐานแรมสำหรับอุปกรณ์พกพา เช่น สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต ที่เน้นการกินไฟต่ำ ส่วนรหัส 1c คือเทคโนโลยีการผลิตระดับ 10 นาโนเมตรรุ่นที่ 6 ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่สุดในปัจจุบัน ช่วยให้สามารถอัดความจุและประสิทธิภาพลงในชิปขนาดจิ๋วได้ดียิ่งขึ้น

*มาตรฐาน LPDDR ได้รับการพัฒนามาตามลำดับคือ LPDDR1, 2, 3, 4, 4X, 5, 5X และปัจจุบันคือ LPDDR6

สรุปจุดเด่น 1c LPDDR6

หากจะสรุปความเจ๋งของ LPDDR6 จาก SK hynix สามารถแบ่งออกเป็น 3 ด้านหลักๆ ดังนี้

  • ความเร็วพุ่งปรี๊ดเพิ่มขึ้น 33% : เมื่อเทียบกับ LPDDR5X รุ่นเดิม เจ้า LPDDR6 นี้มีความเร็วในการรับส่งข้อมูลเพิ่มขึ้นถึง 33% โดยมีความเร็วพื้นฐานเริ่มต้นที่ 10.7 Gbps และสามารถดันไปได้สูงสุดถึง 14.4 Gbps เลยทีเดียว
  • ประหยัดแบตเตอรี่ขึ้น 20% : แม้จะเร็วขึ้น แต่กลับกินไฟน้อยลงกว่าเดิมถึง 20% ซึ่งเป็นผลมาจากการใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ละเอียดขึ้นและการบริหารจัดการพลังงานแบบใหม่
  • เกิดมาเพื่อ On-device AI : ถูกออกแบบมาให้รองรับการประมวลผล AI ขนาดใหญ่ในมือถือได้โดยไม่ต้องง้อ Cloud ทำให้การตัดต่อวิดีโอ AI, การแปลภาษาแบบ Real-time หรือการสร้างภาพด้วย AI ทำได้รวดเร็วและไม่ทำให้เครื่องร้อนจนเกินไป

เทคโนโลยีเบื้องหลัง

ทำไม LPDDR6 ถึงทำได้ทั้งแรง และประหยัด ทาง SK hynix ได้ใส่เทคโนโลยีสำคัญไว้ 2 อย่าง ดังนี้

  1. Sub-channel Structure: ปกติแรมจะทำงานพร้อมกันทุกช่องทาง แต่โครงสร้างใหม่นี้จะเลือกเปิดใช้งานเฉพาะช่องทางที่จำเป็นต้องส่งข้อมูลเท่านั้น เหมือนกับการเปิดไฟเฉพาะห้องที่ใช้งาน ช่วยลดการสูญเสียพลังงานโดยไม่จำเป็น
  2. DVFS (Dynamic Voltage and Frequency Scaling) : ระบบปรับแรงดันไฟฟ้าและความถี่แบบไดนามิก ตัวอย่างเช่น
    • โหมดเล่นเกม : จะดันค่า DVFS ขึ้นสูงสุด เพื่อให้ได้ Bandwidth เต็มพิกัด
    • โหมดใช้งานทั่วไป : จะลดระดับลงเพื่อประหยัดพลังงานโดยที่ผู้ใช้ไม่รู้สึกถึงความหน่วง

ไทม์ไลน์การผลิตและวางจำหน่าย

  • มกราคม 2026 : เผยโฉมครั้งแรกในงาน CES 2026
  • ปัจจุบัน (มีนาคม 2026) : ประสบความสำเร็จในการตรวจสอบความถูกต้องของการพัฒนา (Validation) เป็นรายแรกของโลก
  • ครึ่งแรกของปี 2026 : เตรียมความพร้อมเข้าสู่สายการผลิตจำนวนมาก (Mass Production)
  • ครึ่งหลังของปี 2026 : เริ่มส่งมอบผลิตภัณฑ์เข้าสู่ตลาดและบรรจุลงในสมาร์ทโฟนรุ่นเรือธง

ก็มารอรุ่นว่าสมาร์ทโฟนระดับเรือธงรุ่นไหน จะหยิบมาใช้เป็นรุ่นแรก