DE-fence แอปป้องกันเบอร์โทรและ SMS มิจฉาชีพ ใช้งานฟรี ไม่มีโฆษณา
ป้องกันสายโทรเข้าจากมิจฉาชีพ และ SMS ที่มาพร้อมกับลิงก์หลอกลวง ด้วยแอปพลิเคชัน DE-fence แอปพลิเคชันน้องใหม่ โหลดใช้งานได้ฟรีทั้งสมาร์ตโฟน Android และระบบ iOS ไม่มีโฆษณาแฝงภายในแอปฯ
ป้องกันสายโทรเข้าจากมิจฉาชีพ และ SMS ที่มาพร้อมกับลิงก์หลอกลวง ด้วยแอปพลิเคชัน DE-fence แอปพลิเคชันน้องใหม่ โหลดใช้งานได้ฟรีทั้งสมาร์ตโฟน Android และระบบ iOS ไม่มีโฆษณาแฝงภายในแอปฯ
วันนี้ (28 ม.ค.2568) นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี เสนอแก้ไขพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ที่จะให้ธนาคาร เครือข่ายมือถือ มีส่วนรับผิดชอบ หากประชาชนโดนหลอก
อัปเดตสถิติแจ้งความออนไลน์ ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม - 31 กรกฎาคม ปี 2567 พบยอดแจ้งความสะสมมากถึง 612,603 เรื่อง โดยใน 14 ประเภทภัยออนไลน์พบว่าการหลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ, การหลอกให้โอนเงินเพื่อสมัครงาน และ การหลอกให้ลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์เป็นอันดับต้น ๆ นอกจากนี้ยังได้มีการเปิดตัว Digital Health Check เครื่องมือเช็กภูมิคุ้มกันภัยไซเบอร์จากทาง AIS ด้วย
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกาศยกระดับมาตรการจัดการภัยทุจริตทางการเงิน มีด้วยกัน 2 มาตรการ คือ อัปเกรดระบบการป้องกันบัญชีม้าที่จะรวมไปถึงการกวาดล้างทุกบัญชีที่ต้องสงสัย, เพิ่มความเข้มงวดในการเปิดบัญชีใหม่ และได้กำหนดให้ธนาคารต่าง ๆ เพิ่มบริการเพื่อให้ลูกค้าทำธุรกรรมอย่างปลอดภัยมากกว่าเดิม
เพจ Drama-addict เผยมิจฉาชีพนำภาพจากผู้ใช้ Facebook ท่านหนึ่งไปใช้หลอกลงทุนขายของออนไลน์ ซึ่งทำให้เหยื่อหลายคนหลงเชื่อและร่วมลงทุนในบริษัทที่ชื่อว่า TESCO ที่น่ากลัวคือ คนที่ถูกนำรูปไปแอบอ้างไม่รู้ตัวเลยจนทำให้เพจ Drama-addict ต้องประกาศหาและพึ่งพลังโซเชียลช่วยเป็นกระบอกเสียงอีกที จากนั้นได้มีอัปเดตล่าสุดว่าในขณะที่เจ้าของภาพตัวจริงคุยกับผู้เสียหาย มิจฉาชีพก็ได้วิดีโอคอลเข้ามาพร้อมใช้หน้าของเจ้าของและใช้ AI Deepfake ทำให้ภาพขยับปากได้
แก๊งมิจฉาชีพไม่มีวันพักจริงๆ ช่วงนี้ ระบาดหนัก แอบอ้างเป็นพนักงาน AIS โทรหลอกขอข้อมูลส่วนตัว อีกทั้งยังส่ง SMS แนบลิงก์ปลอม หลอกให้แลกคะแนนสะสม (AIS Points) ซึ่งทาง AIS เองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ออกประชาสัมพันธ์แจ้งเตือน ทั้งยังแนะนำวิธีสังเกตและปฏิบัติตัวเมื่อมิจฉาชีพโทรมา หรือได้รับ SMS น่าสงสัย
ตำรวจเข้าจับกุมแก๊งมิจฉาชีพชาวฮ่องกงที่แฝงตัวอยู่กลางสยามคอยส่ง SMS หลอกลวงเหยื่อ พร้อมยึดของกลางเป็นอุปกรณ์กระจายสัญญาณเคลื่อนที่ ซึ่งวิธีที่ใช้หลอกเหยื่อคือนำอุปกรณ์ดังกล่าวใส่ไว้ในกระเป๋าเป้แล้วเดินวนในห้าง เมื่อประชาชนที่เดินผ่านหรือทำธุระอยู่ในรัศมีที่เครื่องนั้นส่งสัญญาณถึงก็จะได้รับ SMS ปลอม ใครเดินห้างบ่อย ๆ ถ้าสังเกตดี ๆ หลายคนจะเจอ SMS ลด แลก แจก แถมส่งเข้ามามากกว่าปกติ (ส่วนตัวเจอประจำ) เบื้องต้นรอตำรวจแถลงอย่างเป็นทางการบ่ายนี้
รายงานประจำปี 2566 ของ Whoscall ได้เผยถึงข้อมูลถึงสถิติการโดนมิจฉาชีพหลอกเพื่อให้ได้รู้เท่าทันสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและจะได้ระวังตัวกันมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งข้อมูลได้ระบุว่า ปี 2566 พบมิจฉาชีพยังทำงานหนักก่อกวนคนไทยเพิ่มขึ้น 12.2 ล้านครั้งและคนไทยได้รับข้อความหลอกลวงมากที่สุดในเอเชียถึง 58 ล้านข้อความเลยทีเดียว
จากสถิติของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ คดีออนไลน์ที่คนไทยโดนหลอกเยอะที่สุด คือ การหลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ และหลอกให้โอนเงินเพื่อทำงานฯ ดังนั้น เราจึงมาแนะนำเว็บเช็กคนโกง ที่เราจะได้รู้ก่อนโอนว่าบัญชีปลายทางที่จะโอนไปนั้น เคยโดนร้องเรียนการฉ้อโกงหรือไม่ ซึ่งเช็กได้ทั้งชื่อ เลขบัญชีธนาคาร เช็กเบอร์โทรศัพท์ เอาลิงก์เพจ หรือเว็บไซต์ไปเช็กก็ยังได้
ก่อนหน้านี้ได้มีข่าวอดีตมิจฉาชีพออกมาแฉกลโกงว่าหลังจากที่คุยกับเหยื่อเพียง 2 นาที ก็สามารถดูดเงินออกจากบัญชีได้หมดแล้ว ทำเอาประชาชนรู้สึกกังวลกันถ้วนหน้า ล่าสุดทางสมาคมธนาคารไทยและกระทรวง DE ได้ออกมายืนยันว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก