นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554 ที่ LG Optimus 3D ได้เข้ามาจำหน่ายในเมืองไทย จนถึงบัดนี้ปี พ.ศ. 2556 ก็ได้ 2 ปีกว่าๆจะ 3 ปีแล้ว

แต่ผมเชื่อว่าหากสมาร์ทโฟนนั้นมีอายุเกิน 3 ปีมันก็ควรจะพักผ่อนได้แล้วครับ ไม่ว่าเราจะรัก จะชอบมันขนาดไหน เราก็ต้องปล่อยมันไปครับ

แต่ก่อนที่เราจะให้มันเกษียรอย่างสงบ ผมว่าเรามาแชร์ประสบการณ์ดีๆ และความประทับใจต่างๆเกี่ยวกับมันดีกว่าไหมครับ

โดยสิ่งที่เราจะนำมาแชร์ก็ประมาณว่า

1) ทำไมท่านเลือกซื้อ LG Optimus 3D
2) ท่านประทับใจอะไรใน LG Optimus 3D มากที่สุด
3) ท่านคิดว่าคนรอบข้างท่านประทับใจ (หรือหมั่นไส้)อะไรใน LG Optimus 3D มากที่สุด

===========================================================
ประสบการณ์ส่วนตัวของผม
===========================================================

เมื่อประมาณ 2 ปีกว่าๆก่อนโน้น ตอนเรียนจบใหม่ๆ พ่อให้เลือกมือถือ 1 เครื่องราคาไม่เกิน 2 หมื่นต้นๆ ซึ่งผมคิดไว้ในใจแล้วว่าจะไม่เอามือถือแบรนด์ตลาดๆอย่างเช่น Apple Nokia และ Samsung ซึ่งคนใช้กันเกลื่อนบ้านเกลื่อนเมืองเป็นอันขาด (สมัยนั้นผมยังไม่ค่อยเห็นคนไทยใช้ LG กันมากเท่าไรนัก) และมือถือเครื่องนั้นต้องบอกความเป็นตัวตนของเรา ไม่ค่อยซ้ำใคร ในเวลานั้นตัวเลือกของผมมี 2 ตัวคือ Sony Xperia Play(ราคา 13000) กับ LG Optimus 3D (ราคา 18900) (คิดๆดูแล้วมันกลายเป็นตำนานไปด้วยกันทั้งคู่ เลย) ตอนนั้นหนักใจมากๆเลยขอบอก เพราะ LG เองก็ซีพียูแรงกว่า Sony เองก็แรมเยอะกว่า แต่สุดท้ายผมก็เลือก LG เพราะของใช้ที่บ้านผมส่วนใหญ่เป็นยี่ห้อ LG ครับ (ทีวี เครื่องดูดฝุ่น เครื่องซักผ้า) (ขณะนั้น พนักงานขายก็เชียร์ HTC เติมที่เลย แต่ด้วยความเชยมากๆ ของตัวผมเองที่ไม่รู้จัก HTC จึงปฏิเสธไปครับ)

ตอนเปิดลองเครื่องที่ power mall siam paragon เราตื่นเต้นกับการแสดงผล 3 มิติโดยไม่ใช้แว่นมากๆ(ทั้งตัวผมเอง และพนักงานขายอีก 2 คน) พนักงานขายบอกว่าเครื่องเพิ่งถูกส่งมาขายได้ 2 วันเอง ตัวพนักงานขายเองก็ยังไม่เคยลองเล่นเลย

แต่ความลำบากก็เกิดขึ้น เพราะเวลานั้นผมหาซื้อเคส และฟิล์มกันรอยไม่ได้ ต้องให้ทางร้านข้างนอกใช้คัตเตอร์ตัดฟิล์มของ Samsung Galaxy SII ให้ผมใช้ไปก่อน(คนตัดฟิล์มก็ชมว่า “ไอ้ตัวนี้มันออกมาใหม่นี้หน่า”) แล้วหลังจากนั้นก็ซื้อซองหนังมาใส่แทนเคสไปก่อน ตอนนั้นหาซองลำบากมากๆเลย เพราะเวลานั้นหน้าจอ 4 นิ้ว + ตัวเครื่องเจ้า LG Optimus 3D มันใหญ่มากๆเลย (สมัยนี้มันเล็กเสียไปแล้วครับ)
(ปัจจุบันนี้ มีเคส 5 อัน 5 สี ฟิล์มฝืดที่ยังไม่ได้ใช้อีก 1 แผ่น)

พอกลับไปถึงบ้านพ่อถามว่า ทำไมซื้อโทรศัพท์รุ่นนี้มา ผมก็บอกว่าถ้าชาร์จไฟเสร็จแล้วเดี๋ยวจะเล่นให้ดู พอชาร์จแบ็ตเต็มแล้ว ก็ลองเอามาถ่ายภาพ 3 มิติ ถ่ายวิดีโอ 3 มิติ เล่นเกม 3 มิติ โดยต่อ HDMI เข้าทีวี LG 3 มิติที่บ้าน บอกได้เลยว่าความรู้สึกตอนนั้นเราประทับใจ LG Optimus 3D มากๆ แม้จะเล่นเกมไป ปอดตาไป เวียนหัวไป แต่เราก็ชอบมันนะ เพื่อนที่ทำงานก็ชอบเจ้า LG Optimus 3D ด้วยเช่นกัน (แต่ก็ไม่มีใครคิดจะซื้อใช้เลย) T T

แต่เมื่อเวลาผ่านไป พวก App ทั้งหลายต่างๆก็ใช้แรมมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ LG Optimus 3D ที่มีแรมเพียง 512 MB (ถึงจะเป็น dual channel ก็ตามทีเถอะ) ทำงานช้าลงเรื่อยๆ(แฮงค์บ่อยขึ้นเรื่อยๆ) เกมที่สนับสนุนการแสดงผล 3 มิติของ LG Optimus 3D (และ HTC EVO 3D) ก็ไม่มีออกมาอีกแล้ว (ต้องใช้ App ของ LG แปลงเกมต่างๆให้เป็น 3 มิติแทน) ตลอดจนโทรศัพท์ยี่ห้ออื่นๆที่ออกมารุ่นเดี่ยวกันเค้าได้อัพเป็นแอนดรอยด์ 4.X กันหมดแล้ว ส่วนเครื่องของเรายังคงเป็น Android 2.3.5 อยู่เลย

ปัจจุบัน ผมได้ทำการปลดประจำการ LG Optimus 3D มาเป็นเครื่องสำรองแล้วครับ ส่วนเครื่องหลักนั้นผมหนีไปใช้ยี่ห้ออื่นแล้วครับ บางครั้งนานๆทีตอนไปประชุมต่างจังหวัดผมก็จะเอา LG Optimus 3D ออกมาถ่ายภาพเพื่อเรียกความสนใจจากคนรอบข้างนานๆครั้งเท่านั้นเองครับ

บอกตรงๆทุกวันนี้ยังไม่เคยเห็นใครเดินถือ LG Optimus 3D ให้ผมเห็นเลยครับ (เห็นแต่ของที่ขายไม่ออกนอนอยู่ในตู้ตามห้างต่างๆ) ผมรู้สึกว่ามันเป็นมือถือที่มีเอกลักษณ์ส่วนตัวสูงมาก คนที่ใช้มันจะรู้สึกแตกต่างจากคนอื่นๆ ไม่ซ้ำใครครับ

ส่วนเจ้าเครื่องหลักที่ผมใช้อยู่ปัจจุบันนี้ไปที่ไหน คนรอบข้างใช้กันเกลื่อนบ้านเกลื่อนเมืองเลยครับ ไม่มีความโด่ดเด่นใดทั้งสิ้นเลยครับ เพราะใครๆก็ใช้กัน จะต่างกันแค่เคสเท่านั้นเอง

สำหรับเพื่อนชาว LG Optimus 3D ท่านใดที่มีประสบการณ์ดีๆก็เอามาแชร์กันนะครับ อย่างน้อยผมคนหนึ่งละที่จะรออ่านโพสต์ของท่าน