ครบ 3 ปีหลังการควบรวมธุรกิจระหว่างทรูและดีแทค วันนี้ภาพของทรูในฐานะบริษัทเทคโนโลยีเริ่มชัดขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ได้หยุดอยู่แค่การเป็นโอเปอเรเตอร์หรือผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือเหมือนเดิม แต่กำลังพยายามขยับตัวครั้งใหญ่ไปสู่การเป็น Telco-Tech Company ที่ใช้ AI และข้อมูลเข้ามาเป็นหัวใจของการทำธุรกิจ

สิ่งที่ทรูพยายามสื่อมาตลอดคือ จากนี้การแข่งขันไม่ได้อยู่แค่เรื่องสัญญาณหรือราคาแพ็กเกจอีกต่อไป เพราะคู่แข่งของผู้ให้บริการมือถือในวันนี้ ไม่ได้มีแค่ค่ายโทรคมนาคมด้วยกันเอง แต่รวมไปถึงแพลตฟอร์มดิจิทัลระดับโลกที่เข้ามาแย่งเวลาผู้ใช้ แย่งความสนใจ และแย่งรายได้จากบริการดิจิทัลด้วยเหมือนกัน

นั่นจึงเป็นที่มาของยุทธศาสตร์ “4 Big Moves” แผน 3 ปีที่ทรูใช้เป็นเข็มทิศในการเปลี่ยนผ่านองค์กรครั้งนี้ โดยเป้าหมายไม่ใช่แค่โตจากจำนวนผู้ใช้เพิ่มขึ้น แต่เป็นการทำให้ลูกค้า 1 คน หรือ 1 ครอบครัว ใช้บริการของทรูได้มากขึ้น ลึกขึ้น และครบขึ้นกว่าเดิม

ซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) อธิบายชัดว่า ทรูต้องการขยับจากธุรกิจโทรคมนาคมแบบเดิม ไปสู่องค์กร AI-First ที่เอาลูกค้าเป็นศูนย์กลางมากขึ้น ใช้ AI เข้าไปอยู่ทั้งในเครือข่าย บริการ และแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อให้การทำงานเร็วขึ้น ฉลาดขึ้น และตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้แม่นยำขึ้น

ถ้ามองให้เห็นภาพง่าย ๆ ทรูกำลังอ่านเกมว่าการใช้ชีวิตของคนไทยเปลี่ยนไปแล้วใน 3 มิติใหญ่ ๆ อย่างแรกคือ Digital Life ที่วันนี้คนไม่ได้เป็นแค่ผู้เสพข้อมูล แต่ยังเป็นคนสร้างคอนเทนต์ ทำงาน เรียนรู้ และใช้ชีวิตผ่านโลกดิจิทัลตลอดเวลา อย่างที่สองคือ Home and Business ที่ทั้งบ้านและองค์กรเริ่มเต็มไปด้วยอุปกรณ์อัจฉริยะ ระบบเชื่อมต่อ และการใช้ AI มากขึ้นเรื่อย ๆ ส่วนอย่างที่สามคือ Nationwide Digital Growth ที่โอกาสทางดิจิทัลไม่ได้กระจุกอยู่แค่ในเมืองใหญ่ แต่กำลังกระจายไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ

4 แผน หลักของทรู

1. Big Move ด้านประสบการณ์ (Experience)

ด้านแรกคือเรื่องประสบการณ์ลูกค้า หรือ Experience ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญมาก เพราะทรูมองว่าจากนี้ใครทำให้ลูกค้าใช้งานได้ลื่นกว่า สะดวกกว่า และรู้สึกดีกว่า คนนั้นจะได้เปรียบ ทรูก็เลยเดินหน้าทั้งเรื่องเครือข่าย 5G บนคลื่น 2300 MHz, 2600 MHz และ 1500 MHz ควบคู่ไปกับการอัปเกรดทรูออนไลน์ให้เสถียรมากขึ้น ขณะเดียวกันก็เริ่มเอา AI เข้ามาช่วยดูแลเครือข่ายแบบคาดการณ์ล่วงหน้า เพื่อแก้ปัญหาก่อนที่ลูกค้าจะรู้สึกถึงปัญหาจริง ๆ

2. Big Move ด้านการเติบโต (Growth)

ด้านที่สองคือการเติบโต หรือ Growth ซึ่งทรูไม่ได้มองแค่การขายแพ็กเกจมือถืออีกแล้ว แต่กำลังขยับจากการ “ชนะใจผู้ใช้รายบุคคล” ไปสู่การ “ชนะใจทั้งครอบครัว” มากขึ้น ผ่านการรวมบริการมือถือ อินเทอร์เน็ตบ้าน คอนเทนต์ และบริการดิจิทัลเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น TrueID, TrueVisions NOW, โซลูชัน Home AI ผ่าน TrueX, บริการความปลอดภัยไซเบอร์อย่าง True CyberSafe ไปจนถึงบริการเกมและไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ

ฝั่งลูกค้าองค์กรก็เป็นอีกสนามที่ทรูอยากโตมากขึ้น เพราะมองว่านี่คือพื้นที่สำคัญของอนาคต บริษัทจึงพยายามขยับบทบาทจากแค่ผู้ขายบริการ มาเป็นพาร์ตเนอร์ด้านโซลูชันดิจิทัลให้กับองค์กร ภายใต้กรอบ BASIC5 ที่รวมทั้ง Big Data, AI, Security, Integrated Platforms, Cloud และ 5G Connectivity เพื่อช่วยให้องค์กรนำเทคโนโลยีไปใช้ได้จริงและแข่งขันได้ดีขึ้น

3. Big Move ด้าน AI

ด้านที่สามคือ AI ซึ่งไม่ใช่แค่คำสวย ๆ ในแผนอีกต่อไป แต่ทรูวางให้เป็นแกนของการทำงานทั้งองค์กร ตั้งแต่การบริหารเครือข่าย การดูแลลูกค้า ไปจนถึงการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อออกแบบข้อเสนอที่ตรงกับแต่ละคนมากขึ้น ตัวอย่างที่พูดถึงก็มีทั้ง Intelligent Network Operations ที่ช่วยดูแลโครงข่ายและลดต้นทุนพลังงาน, Mari ผู้ช่วยเสมือน AI สำหรับบริการลูกค้า และระบบ Hyper-Personalization ที่เอาข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อเสนอแพ็กเกจหรือบริการที่เหมาะกับลูกค้าแต่ละกลุ่มจริง ๆ

อีกมุมที่ทรูพยายามย้ำคือเรื่อง Responsible AI หรือการใช้ AI อย่างมีจริยธรรม โปร่งใส และคำนึงถึงความปลอดภัยของข้อมูล เพราะในยุคที่ AI ถูกเอาไปใช้แทบทุกอย่าง ความเชื่อมั่นของผู้ใช้ก็กลายเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้ตัวเทคโนโลยีเอง

4. Big Move ด้านบุคลากร (People)

ด้านสุดท้ายคือเรื่องคน หรือ People เพราะต่อให้มีเทคโนโลยีดีแค่ไหน ถ้าคนในองค์กรยังปรับตัวไม่ทัน การเปลี่ยนผ่านก็คงเกิดขึ้นได้ไม่เต็มที่ ทรูเลยตั้งเป้าอัปสกิลพนักงาน 100% ให้มีพื้นฐาน AI ภายในปี 2569 พร้อมเปิดทุนการศึกษา AI 10 ทุน สำหรับเรียนต่อในสหรัฐฯ และจีน รวมถึงมีความร่วมมือกับ MIT และจุฬาฯ เพื่อปั้นบุคลากรให้พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงในระยะยาว

สรุปยุทธศาสตร์ 4 Big Moves ของทรู คือความพยายามเปลี่ยนตัวเองจากบริษัทโทรคมนาคมที่เคยโตจากจำนวนซิมและแพ็กเกจ มาเป็นบริษัทเทคโนโลยีที่หารายได้จากประสบการณ์ บริการดิจิทัล โซลูชันอัจฉริยะ และการเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของลูกค้าได้มากกว่าเดิม