หลังจากที่ MacBook Neo เปิดตัว ก็สร้างกระแสในตลาดโน้ตบุ๊กราคาประหยัดได้ไม่น้อย ด้วยจุดเด่นเรื่องความบาง เบา และการทำงานแบบเงียบไร้พัดลม แต่เมื่อใช้งานจริง โดยเฉพาะงานหนักต่อเนื่อง จุดอ่อนที่หลายคนพบตรงกันคือ “ความร้อน” ที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพโดยตรง
คำถามสำคัญคือ ถ้าแก้ปัญหาความร้อนนี้ได้ เครื่องจะดึงพลังออกมาได้แค่ไหนกันแน่ ซึ่งช่อง ETA PRIME ได้ลองหาคำตอบด้วยการทดสอบเล่นเกม No Man’s Sky พบว่าชิป A18 Pro สามารถพุ่งไปถึงประมาณ 105°C ได้อย่างรวดเร็ว ก่อนที่ระบบจะลดการใช้พลังงานจากราว 5W เหลือเพียง 2.3W ส่งผลให้เฟรมเรตตกลงมาอยู่แถว 30 FPS ทั้งที่ศักยภาพของชิปยังไปได้ไกลกว่านั้น

สาเหตุหลักมาจากดีไซน์แบบไร้พัดลม ที่ใช้เพียงแผ่น graphite ช่วยกระจายความร้อน ซึ่งไม่เพียงพอสำหรับการใช้งานหนัก ทำให้ความร้อนสะสมและเกิดอาการ throttle
ทาง ETA PRIME จึงลองแก้ด้วยวิธีง่าย ๆ โดยถอดแผ่น graphite ออกแล้วทาซิลิโคนลงบนชิป แล้วแปะแผ่นทองแดงพร้อม thermal pad เพื่อส่งความร้อนไปยังบอดี้อลูมิเนียมให้ช่วยระบายอีกแรง

ผลลัพธ์ที่ได้คืออุณหภูมิลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 85-86C และสามารถรักษาการใช้พลังงานที่ 5W ได้ต่อเนื่องโดยไม่ลดความเร็ว ส่งผลให้เฟรมเรตในเกมเพิ่มจากราว 30 FPS ไปเกือบ 60 FPS หรือแทบจะเพิ่มเป็นเท่าตัว
นอกจากนี้คะแนน Geekbench ก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน โดย single-core ดีขึ้นประมาณ 15.2% และ multi-core เพิ่มราว 9.7% สะท้อนว่าคอขวดของเครื่องไม่ใช่ชิป แต่คือระบบระบายความร้อน

แต่การทดลองยังไม่จบเพียงเท่านั้น เพราะเขายังขยับไปอีกขั้นด้วยการนำ “ชุดระบายความร้อนแบบน้ำสำหรับมือถือ” ลักษณะคล้ายพัดลมเกมมิ่งมาติดเพิ่มที่ด้านหลังเครื่อง ช่วยดึงความร้อนออกจากบอดี้ได้ดีขึ้นไปอีกระดับ ผลคืออุณหภูมิลดลงมาเหลือราว 75°C และประสิทธิภาพก็เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยคะแนน Geekbench ฝั่ง single-core ดีขึ้นประมาณ 17.52% และ multi-core เพิ่มขึ้นราว 18.6%

ส่วนเหตุผลที่ทำไม Apple ถึงไม่อัปเกรดใส่ระบบระบายความร้อนแบบนี้มาให้ตั้งแต่แรกเพราะ MacBook Neo ถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานทั่วไป เน้นความเงียบและพกพาสะดวก ไม่ได้เน้นทำงานหนักต่อเนื่อง
กรณีนี้จึงตอกย้ำว่าประสิทธิภาพไม่ได้ขึ้นอยู่กับชิปอย่างเดียว แต่ระบบระบายความร้อนก็มีผลอย่างมาก และหากมีอุปกรณ์เสริมด้านนี้ในอนาคต ก็อาจช่วยปลดล็อกศักยภาพของเครื่องได้มากขึ้นโดยไม่ต้องแกะเครื่องเอง
ที่มา : ช่อง ETA Prime

Comment