CEO ของ Bevel สตาร์ทอัพขนาดเล็กที่ทำแอปรวมข้อมูลสุขภาพเปิดเผยว่า Whoop ยื่นฟ้องด้วยข้อหาในการ ‘ละเมิดสิทธิบัตรและหน้าตาดีไซน์แอป’ ซึ่งอาจทำให้ผู้บริโภคสับสนได้ แต่ที่สับสนกว่าก็คือบางอย่าง Bevel ทำมาก่อน Whoop ด้วยซ้ำ !
Whoop บริษัทใหญ่ยื่นฟ้อง Bevel ในข้อหาละเมิดเครื่องหมายการค้า และหน้าตาแอปที่เหมือนกันมากจนเกินไป
Grey Nguyen ซีอีโอคนปัจจุบันของ Bevel เปิดเผยว่าในเอกสารความยาว 111 หน้า ที่ทาง Whoop ได้ยื่นฟ้องนั้น มีการกล่าวหาว่าทางบริษัทละเมิดสิทธิบัตร และการออกแบบดีไซน์หรือ UI โดยรวมของแอปพลิเคชัน ซึ่งอาจทำให้ผู้บริโภคเกิดความสับสนหรือเข้าใจผิดได้ง่าย ๆ
ทางตัวของ Grey Nguyen ซึ่งมีหลักฐานที่จะใช้โต้กลับทาง Whoop ทุกข้อกล่าวหา ก็ไม่พอใจกับการยื่นฟ้องครั้งนี้จนออกมาทำคลิปแถลงการณ์บน YouTube หรือบัญชี X ของตนเอง เจ้าตัวกล่าวถึงทางโจทก์แบบเจ็บแสบว่า “บริษัทมูลค่า 10,000 ล้านดอลลาร์ ที่มีพนักงาน 800 คน มานั่งกลัวบริษัทเล็ก ๆ ที่มีพนักงานแค่ 20 คน”

ยิ่งไปกว่านั้นหากย้อนกลับไปในปี 2024 ทาง Whoop เคยติดต่อหาผู้ก่อตั้ง Bevel เพื่อพยายามจะร่วมงานกันในทางธุรกิจด้วยซ้ำ แถมยังกล่าวชมประสิทธิภาพการทำงานของแอปว่าน่าประทับใจมากขนาดไหน แต่ด้วย ณ ตอนนั้น Bevel เพิ่งเปิดตัวมาได้แค่ 6 เดือน เลยปฏิเสธดีลนั้นไปเพราะมองว่ายังไม่มีทรัพยากรที่มากพอ
จุดเริ่มต้นของการเตือนที่นำไปสู่การยื่นฟ้องในเดือนมีนาคมทีผ่านมา
หลังจากเงียบหายไป 5 เดือน Whoop ก็ได้ส่งจดหมายขมขู่มาหาทาง Bevel โดยเรียกร้องให้ยุติการกระทำบางอย่าง เช่น การห้ามใช้คำว่า ‘Strain’ และ ‘Recovery’ ไปจนถึงบังคับให้ถอด Dark Mode ออกจากแอปของ Bevel เพราะถือว่าเป็นการละเมิดเครื่องหมายการค้าของทาง Whoop

หนักไปกว่านั้นก็คือ Whoop กล่าวหาว่าหน้าต่างเมนูหรือการแสดงผลในส่วนต่าง ๆ บนแอปของ Bevel คล้ายคลึงกับแอปของ Whoop มากจนเกินไป โดยเฉพาะกราฟแสดงสถานะทรงกลมซึ่งแสดงค่าสถานะต่าง ๆ เช่น Strain, Recovery และ Sleep


ซึ่งทางคุณ Grey Nguyen กล่าวว่าไม่ว่าจะเป็น Dark Mode หรือคำศัพท์อย่าง Strain กับ Recovery เป็นฟีเจอร์พื้นฐานที่พบเห็นได้ทั่วไป และศัพท์พื้นฐานในวงการสุขภาพที่ใช้กันเกลื่อน ไม่ควรถูกผูกขาดตามข้อกล่าวหาของ Whoop
โดยเฉพาะหน้าตาแอปที่เป็นกราฟทรงกลมซึ่ง Whoop กล่าวหาว่า Bevel ลอกเลียนแบบตนเอง Grey Nguyen ก็ระบุว่าเป็นทาง Whoop ไม่ใช่เหรอที่อัปเดตหน้าตากราฟทรงกลม 3 วงแบบนี้ออกมาทีหลัง Bevel ซึ่งทำมาก่อนหน้านี้ด้วยซ้ำ และพร้อมจะงัดหลักฐานหรือข้อมูลทุก ๆ อย่างออกมาโต้แย้ง
ปัจจุบันกระแสของชาวเน็ตส่วนใหญ่เป็นไปในทางเดียวกันก็คือ ‘อยู่ฝั่งเดียวกับ Bevel’ โดยมองว่าการกระทำของ Whoop ไร้สาระสิ้นดี บ้างก็แสดงออกอย่างชัดเจนว่าจะเลิกใช้ Whoop และหันไปสนับสนุนหรือใช้งานแอปของ Bevel แทน ส่วนคนที่แพลนจะซื้อ Whoop มาใช้งาน หลังจากได้เห็นข่าวนี้ก็ล้มเลิกแผนไปเป็นที่เรียบร้อย
Bevel ยืนยันว่าไม่ต้องการให้เรื่องของสุขภาพถูกผูกขาดอยู่เพียงแค่บริษัทใดบริษัทหนึ่ง
Bevel ยืนยันในวิสัยทัศน์ของบริษัทว่า ‘ต้องการทำให้การติดตามสุขภาพเข้าถึงได้สำหรับผู้ใช้งานทุกคน’ โดยมองผู้ผลิตอุปกรณ์สวมใส่แต่ละแบรนด์เป็นพันธมิตรที่ดี เพราะผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องยึดโยงว่าจะซื้อ Smartwact หรืออุปกรณ์สวมใส่ของแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่งมาใช้งานร่วมกับแอป Bevel เท่านั้น



การยื่นฟ้องครั้งนี้จึงไม่สมเหตุสมผลอยู่พอสมควร เพราะการดำเนินงานของ Bevel ไม่ได้ซ้อนทับกับการดำเนินธุรกิจอย่างการขายโปรดักส์ของทาง Whoop เลยด้วยซ้ำ ภาพที่แสดงออกมา ณ ตอนนี้เลยดูเหมือนการที่ ‘บริษัทยักษ์ใหญ่’ กำลังเอาเปรียบหรือกล่าวหา ‘บริษัทขนาดเล็ก’ ด้วยเหตุผลที่ดูไร้เหตุผลอีกทีหนึ่ง

Comment