นักพัฒนาได้รายได้จาก Amazon App Store สูงกว่า Google Play ถึง 3 เท่า แอปเปิ้ลยังนำเป็นที่หนึ่ง

By Nuuneoi
Posted at 31/03/2012 04:27
5157 reads

เป็นที่กังขากันมานานแสนนานว่านักพัฒนาหาเงินจากแอนดรอยด์ได้มากน้อยแค่ไหน ทางเราเลยขอเชิญชวนมาดูงานวิจัยที่น่าสนใจของ Flurry ที่คอยสังเกตการณ์และวิเคราะห์รายได้ของแอพฯใดๆบน App Store ที่ต่างกันไปอย่าง iTunes App Store, Amazon AppStore และ Google Play Store ผลปรากฎว่ารายงานล่าสุดเผยให้เห็นว่ารายได้จาก Amazon AppStore เกือบถึง iOS ที่นำเป็นที่หนึ่งแล้ว และยังนำ Google Play ไปถึง 3 เท่าเลยทีเดียว

โดยวิธีที่ Flurry ใช้คือนั่งดูรายได้จากแอพฯตัวอย่างจำนวนหนึ่งที่มีรายได้หลักจาก In-App Purchase และมีฐานผู้ใช้จำนวนมากอยู่ที่ราวๆ 11 ล้านรายต่อวัน โดยใช้เวลาวิเคราะห์ 45 วันตั้งแต่กลางเดือนมกราคมจนถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ พบว่า App Store ที่สร้างรายได้ให้นักพัฒนาเป็นอันดับหนึ่งยังคงเป็น iTunes App Store ซึ่งถ้าหากเทียบเป็น % แล้ว ถ้าตั้ง iTunes App Store เป็น 100% อันดับสองอย่าง Amazon AppStore ก็สร้างรายได้ให้นักพัฒนาเยอะเกือบเท่า iOS แล้ว อยู่ที่ 89% ห่างไกลจาก Google Play Store อดีต Android Market แบบลิบลับ เพราะได้แค่ 23% เท่านั้น ทั้งนี้ผลวิจัยไม่ต่างจากที่เคยวัดตอนเดือนธันวาคมที่ผ่านมาเลย เพราะตอนนั้นรายได้จาก Android Market มีแค่ 24% เท่านั้น (มากกว่าตอนนี้อีกนะนี่)

ผลวิจัยนี้สื่อออกมาให้เห็นชัดเจนว่าธรรมชาติของผู้ใช้แอนดรอยด์ทั่วไปไม่แฮปปี้กับการจ่ายเงินเพิ่ม และกูเกิ้ลก็ไม่เก่งในการผลักดันรวมถึงกระตุ้นผู้ใช้ให้ใช้เงินสนับสนุนนักพัฒนาสักเท่าไหร่ แต่ Amazon ผู้เชี่ยวชาญด้านการซื้อขายมีเดียแบบออนไลน์ สามารถใช้โอกาสที่แอนดรอยด์กำลังเติบโต ผนวกกับความเชี่ยวชาญของตัวเอง ทำ Amazon AppStore ขึ้นมาพร้อมสร้างนิสัย "ความง่าย" และ "ความยินดี" ที่จะซื้อเนื้อหาหรือสิ่งของใดๆผ่านโทรศัพท์มือถือ เช่นเดียวกับที่แอปเปิ้ลสามารถทำได้จนกลายเป็น App Store อันดับหนึ่งตลอดกาลจนถึง ณ นาทีนี้ ส่งผลให้ผู้ใช้จึงกดซื้อโน่นซื้อนี่กันกระหน่ำซัมเมอร์เซลล์จนรายได้พุ่งปรี้ดเช่นนี้

เทรนด์ที่เห็นได้ชัดขึ้นเรื่อยๆในเวลาไม่กี่เดือนที่ผ่านมาคือ นักพัฒนาที่ทำแอพฯบนแอนดรอยด์เริ่มส่งแอพฯตัวเองขึ้น Amazon AppStore มากขึ้น เพราะทาง Amazon ทำการตลาดได้ฮือฮาหวือหวาและสร้างรายได้ให้นักพัฒนาได้ไม่น้อย คราวนี้ก็รอดูว่ากูเกิ้ลจะทำอะไรเพื่อผลักดันตลาดตรงนี้ขึ้นมาบ้าง เห็นเปลี่ยนชื่อเป็น Google Play แล้ว แต่ทุกอย่างก็ยังเหมือนเดิม ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปไม่ดีแน่ๆ แน่ๆ และแน่ๆ

Source: Flurry via BGR

5157 reads

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

25 Comments
prohero619's picture
Offline
Last seen: 4 weeks 1 day ago
Joined: 12/07/2011

ถ้าถึงวันที่ Android ไม่มีแอพใด ๆ ให้ใช้เลย หรือถ้ามี ก็มีน้อยมาก ๆ จะเป็นอย่างไร เฮ๊อ .. ไม่อยากคิด

supakith's picture
Offline
Last seen: 29 weeks 1 hour ago
Joined: 02/02/2012

คิดมากไปหรือปล่าวครับ ผมว่า google คงไม่ทำให้ตัวเองขายหน้าหรอก

toffee's picture
Offline
Last seen: 12 weeks 15 min ago
Joined: 06/20/2011

เป็นไปไม่ได้ใน 30 อีกปีนี้ครับไม่ต้องห่วง

bankvirus's picture
Offline
Last seen: 40 weeks 1 day ago
Joined: 01/19/2012

ก็ของฟรีมีให้โหลดเยอะแยะอ่ะน่ะก็คงจะเป็นแบบนี้แหละ

BIGDREAMS's picture
Offline
Last seen: 2 years 27 weeks ago
Joined: 06/19/2010

App ฟรีเราเยอะจริงๆ

Offline
Last seen: 3 years 8 weeks ago
Joined: 03/31/2012

ผมว่าปัญหามันอยู่ที่การจ่ายเงินบากเกินไปอะครับ

Vkvs09's picture
Offline
Last seen: 7 weeks 3 days ago
Joined: 04/26/2011

App Store ก็จ่ายยากนะครับ

เพราะแอปมันไม่ค่อยแพงรึเปล่า

toffee's picture
Offline
Last seen: 12 weeks 15 min ago
Joined: 06/20/2011

หลักๆเลยเป็นเพราะ กลุ่มลูกค้าของ apple อยู่ในกลุ่มพร้อมจ่าย

ส่วนกลุ่มลูกค้าของ android อยู่ในกลุ่มบาทเดียวก็ไม่จ่าย

Offline
Last seen: 1 week 1 day ago
Joined: 06/08/2010

อย่างงี้แปลว่าทำแอพแอนดรอยลง amazon กับ google play ก็จะได้รายได้มากกว่าทำลง ios อะหรอ

lomdf's picture
Offline
Last seen: 2 weeks 6 days ago
Joined: 10/03/2010

ตลก ตรง 100% มันใช้อะไรวัด

Shart's picture
Offline
Last seen: 19 hours 58 min ago
Joined: 03/12/2012

หมายความว่า
ถ้า itune ขายได้ 100บาท / amazom ขายได้ 89บาท / googleplay ขายได้ 23บาท
พูดง่ายๆคือ googleplay คนซื้อนกโกรธ 1 ตัว = itune คนซื้อนกโกรธ 5 ตัวครับ

ช่วงนี้สำหรับ app developer นั้น googleplay ข่าวไม่ค่อยดีครับ

nuuneoi's picture
Offline
Last seen: 10 weeks 2 days ago
Joined: 11/12/2008

เค้าตีเป็นอัตราส่วนให้ครับ 100:89:23

kajee's picture
Offline
Last seen: 27 min 11 sec ago
Joined: 02/18/2012

toffee +1 "ลูกค้าของ android อยู่ในกลุ่มบาทเดียวก็ไม่จ่าย" โดนใจมากครับ

tellkorn's picture
Offline
Last seen: 3 weeks 1 day ago
Joined: 04/25/2011

ผมว่า ถ้าจ่ายผ่าน บิลค่าโทรศัพท์ได้เหมือน Nokia store คงจะมีรายได้เยอะกว่านี้นะครับ เพราะมันน่าจะทำให้บุคคแลธรรมดา ที่ไม่มีบัตรเครดิต (ซึ่งน่าจะเป็นส่วนใหญ่ในตลาดคนใช้ Android) จ่ายเงินซื้อ app ได้ง่ายขึ้น

BIGDREAMS's picture
Offline
Last seen: 2 years 27 weeks ago
Joined: 06/19/2010

ถ้าแบบนั่นขอแบบเงินเติมเงินด้วยดิ อิิอิ หัก จากยอดเงินในเบอร์เลยได้ม่ะ อิอิ

prohero619's picture
Offline
Last seen: 4 weeks 1 day ago
Joined: 12/07/2011

ถ้าได้แบบนี้นะ รายได้เพิ่มขึ้นแน่ ๆ แอบหวังเล็ก ๆ

tellkorn's picture
Offline
Last seen: 3 weeks 1 day ago
Joined: 04/25/2011

ใน Nokia Store ถ้าเป็นประเภทเติมเงิน เวลาซื้อ app ถ้ามีเงินเติมไว้พอ มันก็จะตัดยอดเงินที่เติมใว้ให้เลยครับ ง่ายและสะดวกมากมาย (ยอดที่มันเช็คจะเป็นราคาที่แสดงไว้ แล้วต้องคำนวณ vat บวก เพิ่มเข้าไปเองอีก 7% ครับ)(ของผมเคยใช้ 1-2-call ค่ายอื่นคิด vat ด้วยหรือปล่าวอันนี้ไม่แน่ใจครับ)

misztaquer's picture
Offline
Last seen: 1 year 28 weeks ago
Joined: 08/11/2010

งั้นก็หมายความว่า Android ทำเงินได้มากกว่า iOS แล้วอะดี 89+23=112

pgcnetza's picture
Offline
Last seen: 18 weeks 6 days ago
Joined: 11/21/2011

ช่วยๆ กันสนับสนุนแอพแท้ครับ
โดยส่วนตัวก็ใช้ทั้ง Apple Store และ Google Play อ่ะครับ
ความยากง่ายในการซื้อ ผมก็ซื้อจาก เครดิตเหมือนกันให้เสมอ
ราคาผมก็ว่า มันก็สูสีกันครับ แอพก็เริ่มทำมาดี เท่าๆ กันแล้ว

อยู่ที่กลุ่มคนใช้และครับ สนับสนุนแอพแท้ สนับสนุนนักพัฒนา สนับสนุน Android เย้ !!!

nottosang's picture
Offline
Last seen: 5 weeks 1 day ago
Joined: 11/23/2011

ผมซื้อแท้ตลอดนะ

gts
Offline
Last seen: 1 year 20 weeks ago
Joined: 12/13/2010

พวกแฟนๆ amazon เป็นพวกขาช็อปอยู่แล้วไม่แปลกที่จะถล่มซื้อกันมากมายขนาดนั้น แต่ถ้าแฟนกูเกิ้ลเพียวๆจะติดนิสัยชอบของฟรีกันซะมากกว่า ผลก็เลยออกมาอย่างที่เห็น

แต่ถ้ารวมๆกันแล้ว น่าจะเป็นข่าวดีของฝั่ง Android เสียมากกว่า เพราะผลกำไรเริ่มจะมากกว่าฝั่ง ios ซะแล้ว

chirameto's picture
Offline
Last seen: 1 year 20 weeks ago
Joined: 11/27/2010

ผมว่า google play มันติดล๊อกโซน ล๊อกเครื่อง ล๊อกนู่นนี่ เยอะไปหมด

ขนาดผมจะโหลด chrome beta ฟรีมาใช้ ยังโหลดไม่ได้เลยทั้งโทรศัพท์และ tablet

ส่วน amazon มันไม่ล๊อกเลย ซื้อง่ายกว่ากันเยอะ แต่ถ้าซื้อแอปมาใช้กับเครื่องตัวเองไม่ได้ก็ซวยไป

Offline
Last seen: 2 years 40 weeks ago
Joined: 08/17/2011

ความยากง่ายในการซื้อไม่ต่่างกันเท่าไหร่ครับสำหรับทั้ง itune store และ google play อยู่ที่จิตสำนึกของ user มากกว่า

Offline
Last seen: 1 hour 38 min ago
Joined: 04/02/2011

+1 ตามนี้ครับ

veer66's picture
Offline
Last seen: 34 weeks 3 days ago
Joined: 12/03/2009

ค่ายที่ผมเสียตังให้มากที่สุดคือ Nokia store อะ รองลงมาเป็นเป็น App Store ส่วน Google Play ไม่เคยซื้อเลย ส่วนหนึ่งเป็นเพราะความเชื่อมั่นด้วย ผมไม่กล้าเอาเลขบัตร หรืออะไรไปใส่ใน Android อะ

ผมใช้ App แท้ตลอดนะ Seesmic นี้มีโฆษณาก็ใช้อยู่ แต่ก็ไม่ซื้อ Pro อยู่ดี

สรุปว่า อาจจะมีประเด็นเรื่องความน่าเชื่อถือมาเกี่ยวด้วย

+