|
นักพัฒนาได้รายได้จาก Amazon App Store สูงกว่า Google Play ถึง 3 เท่า แอปเปิ้ลยังนำเป็นที่หนึ่ง ![]() เป็นที่กังขากันมานานแสนนานว่านักพัฒนาหาเงินจากแอนดรอยด์ได้มากน้อยแค่ไหน ทางเราเลยขอเชิญชวนมาดูงานวิจัยที่น่าสนใจของ Flurry ที่คอยสังเกตการณ์และวิเคราะห์รายได้ของแอพฯใดๆบน App Store ที่ต่างกันไปอย่าง iTunes App Store, Amazon AppStore และ Google Play Store ผลปรากฎว่ารายงานล่าสุดเผยให้เห็นว่ารายได้จาก Amazon AppStore เกือบถึง iOS ที่นำเป็นที่หนึ่งแล้ว และยังนำ Google Play ไปถึง 3 เท่าเลยทีเดียว
โดยวิธีที่ Flurry ใช้คือนั่งดูรายได้จากแอพฯตัวอย่างจำนวนหนึ่งที่มีรายได้หลักจาก In-App Purchase และมีฐานผู้ใช้จำนวนมากอยู่ที่ราวๆ 11 ล้านรายต่อวัน โดยใช้เวลาวิเคราะห์ 45 วันตั้งแต่กลางเดือนมกราคมจนถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ พบว่า App Store ที่สร้างรายได้ให้นักพัฒนาเป็นอันดับหนึ่งยังคงเป็น iTunes App Store ซึ่งถ้าหากเทียบเป็น % แล้ว ถ้าตั้ง iTunes App Store เป็น 100% อันดับสองอย่าง Amazon AppStore ก็สร้างรายได้ให้นักพัฒนาเยอะเกือบเท่า iOS แล้ว อยู่ที่ 89% ห่างไกลจาก Google Play Store อดีต Android Market แบบลิบลับ เพราะได้แค่ 23% เท่านั้น ทั้งนี้ผลวิจัยไม่ต่างจากที่เคยวัดตอนเดือนธันวาคมที่ผ่านมาเลย เพราะตอนนั้นรายได้จาก Android Market มีแค่ 24% เท่านั้น (มากกว่าตอนนี้อีกนะนี่) ผลวิจัยนี้สื่อออกมาให้เห็นชัดเจนว่าธรรมชาติของผู้ใช้แอนดรอยด์ทั่วไปไม่แฮปปี้กับการจ่ายเงินเพิ่ม และกูเกิ้ลก็ไม่เก่งในการผลักดันรวมถึงกระตุ้นผู้ใช้ให้ใช้เงินสนับสนุนนักพัฒนาสักเท่าไหร่ แต่ Amazon ผู้เชี่ยวชาญด้านการซื้อขายมีเดียแบบออนไลน์ สามารถใช้โอกาสที่แอนดรอยด์กำลังเติบโต ผนวกกับความเชี่ยวชาญของตัวเอง ทำ Amazon AppStore ขึ้นมาพร้อมสร้างนิสัย "ความง่าย" และ "ความยินดี" ที่จะซื้อเนื้อหาหรือสิ่งของใดๆผ่านโทรศัพท์มือถือ เช่นเดียวกับที่แอปเปิ้ลสามารถทำได้จนกลายเป็น App Store อันดับหนึ่งตลอดกาลจนถึง ณ นาทีนี้ ส่งผลให้ผู้ใช้จึงกดซื้อโน่นซื้อนี่กันกระหน่ำซัมเมอร์เซลล์จนรายได้พุ่งปรี้ดเช่นนี้ เทรนด์ที่เห็นได้ชัดขึ้นเรื่อยๆในเวลาไม่กี่เดือนที่ผ่านมาคือ นักพัฒนาที่ทำแอพฯบนแอนดรอยด์เริ่มส่งแอพฯตัวเองขึ้น Amazon AppStore มากขึ้น เพราะทาง Amazon ทำการตลาดได้ฮือฮาหวือหวาและสร้างรายได้ให้นักพัฒนาได้ไม่น้อย คราวนี้ก็รอดูว่ากูเกิ้ลจะทำอะไรเพื่อผลักดันตลาดตรงนี้ขึ้นมาบ้าง เห็นเปลี่ยนชื่อเป็น Google Play แล้ว แต่ทุกอย่างก็ยังเหมือนเดิม ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปไม่ดีแน่ๆ แน่ๆ และแน่ๆ
Tweet
Sat, 03/31/2012 - 07:42
#2
คิดมากไปหรือปล่าวครับ ผมว่า google คงไม่ทำให้ตัวเองขายหน้าหรอก
Sat, 03/31/2012 - 11:10
#3
เป็นไปไม่ได้ใน 30 อีกปีนี้ครับไม่ต้องห่วง
Sat, 03/31/2012 - 06:37
#4
ก็ของฟรีมีให้โหลดเยอะแยะอ่ะน่ะก็คงจะเป็นแบบนี้แหละ
Sat, 03/31/2012 - 11:51
#5
App ฟรีเราเยอะจริงๆ
Sat, 03/31/2012 - 08:26
#6
ผมว่าปัญหามันอยู่ที่การจ่ายเงินบากเกินไปอะครับ
Sat, 03/31/2012 - 10:51
#7
App Store ก็จ่ายยากนะครับ เพราะแอปมันไม่ค่อยแพงรึเปล่า
Sat, 03/31/2012 - 10:59
#8
หลักๆเลยเป็นเพราะ กลุ่มลูกค้าของ apple อยู่ในกลุ่มพร้อมจ่าย ส่วนกลุ่มลูกค้าของ android อยู่ในกลุ่มบาทเดียวก็ไม่จ่าย
Sat, 03/31/2012 - 11:31
#9
อย่างงี้แปลว่าทำแอพแอนดรอยลง amazon กับ google play ก็จะได้รายได้มากกว่าทำลง ios อะหรอ
Sat, 03/31/2012 - 13:15
#10
ตลก ตรง 100% มันใช้อะไรวัด
Sat, 03/31/2012 - 14:52
#11
หมายความว่า ช่วงนี้สำหรับ app developer นั้น googleplay ข่าวไม่ค่อยดีครับ
Sat, 03/31/2012 - 14:10
#12
เค้าตีเป็นอัตราส่วนให้ครับ 100:89:23
Sat, 03/31/2012 - 14:32
#13
toffee +1 "ลูกค้าของ android อยู่ในกลุ่มบาทเดียวก็ไม่จ่าย" โดนใจมากครับ
Sat, 03/31/2012 - 15:01
#14
ผมว่า ถ้าจ่ายผ่าน บิลค่าโทรศัพท์ได้เหมือน Nokia store คงจะมีรายได้เยอะกว่านี้นะครับ เพราะมันน่าจะทำให้บุคคแลธรรมดา ที่ไม่มีบัตรเครดิต (ซึ่งน่าจะเป็นส่วนใหญ่ในตลาดคนใช้ Android) จ่ายเงินซื้อ app ได้ง่ายขึ้น
Sat, 03/31/2012 - 16:00
#15
ถ้าแบบนั่นขอแบบเงินเติมเงินด้วยดิ อิิอิ หัก จากยอดเงินในเบอร์เลยได้ม่ะ อิอิ
Sat, 03/31/2012 - 17:25
#16
ถ้าได้แบบนี้นะ รายได้เพิ่มขึ้นแน่ ๆ แอบหวังเล็ก ๆ
Sat, 03/31/2012 - 19:00
#17
ใน Nokia Store ถ้าเป็นประเภทเติมเงิน เวลาซื้อ app ถ้ามีเงินเติมไว้พอ มันก็จะตัดยอดเงินที่เติมใว้ให้เลยครับ ง่ายและสะดวกมากมาย (ยอดที่มันเช็คจะเป็นราคาที่แสดงไว้ แล้วต้องคำนวณ vat บวก เพิ่มเข้าไปเองอีก 7% ครับ)(ของผมเคยใช้ 1-2-call ค่ายอื่นคิด vat ด้วยหรือปล่าวอันนี้ไม่แน่ใจครับ)
Sat, 03/31/2012 - 19:51
#18
งั้นก็หมายความว่า Android ทำเงินได้มากกว่า iOS แล้วอะดี 89+23=112
Sat, 03/31/2012 - 20:27
#19
ช่วยๆ กันสนับสนุนแอพแท้ครับ อยู่ที่กลุ่มคนใช้และครับ สนับสนุนแอพแท้ สนับสนุนนักพัฒนา สนับสนุน Android เย้ !!!
Sat, 03/31/2012 - 23:11
#20
ผมซื้อแท้ตลอดนะ
Sun, 04/01/2012 - 02:55
#21
พวกแฟนๆ amazon เป็นพวกขาช็อปอยู่แล้วไม่แปลกที่จะถล่มซื้อกันมากมายขนาดนั้น แต่ถ้าแฟนกูเกิ้ลเพียวๆจะติดนิสัยชอบของฟรีกันซะมากกว่า ผลก็เลยออกมาอย่างที่เห็น แต่ถ้ารวมๆกันแล้ว น่าจะเป็นข่าวดีของฝั่ง Android เสียมากกว่า เพราะผลกำไรเริ่มจะมากกว่าฝั่ง ios ซะแล้ว
Sun, 04/01/2012 - 12:10
#22
ผมว่า google play มันติดล๊อกโซน ล๊อกเครื่อง ล๊อกนู่นนี่ เยอะไปหมด ขนาดผมจะโหลด chrome beta ฟรีมาใช้ ยังโหลดไม่ได้เลยทั้งโทรศัพท์และ tablet ส่วน amazon มันไม่ล๊อกเลย ซื้อง่ายกว่ากันเยอะ แต่ถ้าซื้อแอปมาใช้กับเครื่องตัวเองไม่ได้ก็ซวยไป
Sun, 04/01/2012 - 17:36
#23
ความยากง่ายในการซื้อไม่ต่่างกันเท่าไหร่ครับสำหรับทั้ง itune store และ google play อยู่ที่จิตสำนึกของ user มากกว่า
Sun, 04/01/2012 - 18:19
#24
+1 ตามนี้ครับ
Thu, 04/26/2012 - 14:57
#25
ค่ายที่ผมเสียตังให้มากที่สุดคือ Nokia store อะ รองลงมาเป็นเป็น App Store ส่วน Google Play ไม่เคยซื้อเลย ส่วนหนึ่งเป็นเพราะความเชื่อมั่นด้วย ผมไม่กล้าเอาเลขบัตร หรืออะไรไปใส่ใน Android อะ ผมใช้ App แท้ตลอดนะ Seesmic นี้มีโฆษณาก็ใช้อยู่ แต่ก็ไม่ซื้อ Pro อยู่ดี สรุปว่า อาจจะมีประเด็นเรื่องความน่าเชื่อถือมาเกี่ยวด้วย |
User login
Moderator Team
Contributor
Active forum topics
Recent blog posts
Recent comments
Facebook Fan Page
Who's new
Hits Counter
|
ถ้าถึงวันที่ Android ไม่มีแอพใด ๆ ให้ใช้เลย หรือถ้ามี ก็มีน้อยมาก ๆ จะเป็นอย่างไร เฮ๊อ .. ไม่อยากคิด