ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา นักวิจัยด้านความปลอดภัยจาก Google Threat Intelligence Group, Lookout และ iVerify ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลสุดช็อกเกี่ยวกับชุดเครื่องมือเจาะระบบตัวใหม่ ที่ชื่อว่า DarkSword ซึ่งกำลังระบาดหนักและตั้งเป้าโจมตีผู้ใช้ iPhone ทั่วโลก โดยเฉพาะเครื่องที่ยังไม่ได้อัปเดต iOS เป็นเวอร์ชันล่าสุด
DarkSword คืออะไร? ทำไมถึงน่ากลัวกว่าปกติ?
DarkSword ไม่ใช่ไวรัสธรรมดาที่ต้องเผลอไปกดโหลดไฟล์ติดตั้ง แต่มันคือ Zero-click หรือ Drive-by Download ในระดับที่ซับซ้อนมาก ซึ่งมีคุณสมบัติเด่นดังนี้
- แค่เข้าเว็บก็ติดแล้ว : การโจมตีจะเริ่มทำงานทันทีที่เรากดเข้าชมเว็บไซต์ที่ถูกแฮ็ก (Compromised Website) โดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องกดยอมรับ หรือดาวน์โหลดอะไรเลย
- เจาะผ่าน 6 ช่องโหว่รวดเดียว : DarkSword ใช้เทคนิคการต่อสายโซ่ช่องโหว่ ถึง 6 จุดพร้อมกันในระบบ iOS และเบราว์เซอร์ Safari เพื่อข้ามระบบความปลอดภัย และเข้าถึงสิทธิ์ระดับสูงสุดของเครื่อง
- สปายแวร์ล่องหน : มันทำงานบนหน่วยความจำโดยไม่ทิ้งไฟล์ไว้ในเครื่อง ทำให้โปรแกรมตรวจจับทั่วไปหาไม่เจอ และจะหายไปเมื่อเรารีบูตเครื่อง (แต่ข้อมูลถูกขโมยไปเรียบร้อยแล้ว)
- เป้าหมายชัดเจน : ข้อมูลที่ถูกพบชี้ว่ามีการใช้งานโดยกลุ่มแฮกเกอร์ระดับรัฐ และบริษัทขายซอฟต์แวร์สอดแนมในหลายประเทศ เช่น ซาอุดีอาระเบีย, ตุรกี, มาเลเซีย และยูเครน
เช็กด่วน iPhone รุ่นไหนเสี่ยงบ้าง?
จากการตรวจสอบพบว่า DarkSword พุ่งเป้าไปที่ iPhone ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ iOS 18.4 ไปจนถึง 18.7 โดยประมาณการว่ามี iPhone ทั่วโลกกว่า 220-270 ล้านเครื่อง ที่ยังค้างอยู่ในเวอร์ชันที่มีความเสี่ยงนี้
ข้อมูลทางเทคนิคที่สำคัญ : ช่องโหว่หลักที่ถูกใช้คือ CVE-2026-20700 และ CVE-2026-20643 ซึ่งเกี่ยวข้องกับ WebKit (เครื่องมือรันหน้าเว็บของ Safari) แฮกเกอร์จะใช้การส่งโค้ด JavaScript ที่ปรับแต่งมาพิเศษผ่าน iframe บนหน้าเว็บเพื่อเริ่มกระบวนการเจาะระบบ
ข้อมูลอะไรที่อาจถูกขโมย?
เมื่อ DarkSword เจาะระบบสำเร็จ มันจะส่งมัลแวร์ตัวลูกที่ชื่อ Ghostblade เข้ามาสแกนเครื่อง เพื่อขโมยข้อมูลดังต่อไปนี้
- ข้อความแชท: SMS, iMessage, WhatsApp, Telegram
- ข้อมูลส่วนตัว: รายชื่อติดต่อ (Contacts), ประวัติการโทร, ตารางปฏิทิน และบันทึก (Notes)
- รหัสผ่าน: ข้อมูลใน Keychain และรหัสผ่าน Wi-Fi
- ไฟล์และภาพถ่าย: รูปภาพในเครื่อง และไฟล์ใน iCloud Drive
- พิกัด: ข้อมูลตำแหน่งที่ตั้ง (Location History)
- กระเป๋าเงินคริปโต: มันมีความสามารถในการสแกนหาแอป Wallet และขโมยคีย์สำคัญเพื่อโอนเงินออกไป
วิธีป้องกัน iPhone จาก DarkSword
เพื่อความปลอดภัยสูงสุด แนะนำให้ดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้ทันที
1. อัปเดต iOS เป็นเวอร์ชันล่าสุด (สำคัญที่สุด)
Apple ได้ปล่อยแพตช์แก้ไขช่องโหว่เหล่านี้แล้วใน iOS 26.1, 26.2 และ 26.3 (หรือรุ่นที่ใหม่กว่าในปี 2026)
- ไปที่ Settings (การตั้งค่า) > General (ทั่วไป) > Software Update (รายการอัปเดตซอฟต์แวร์)
- หากมีเวอร์ชันใหม่ให้อัปเดตทันที
2. เปิดใช้งาน Lockdown Mode (สำหรับบุคคลกลุ่มเสี่ยง)
หากคุณเป็นนักข่าว นักกิจกรรม หรือผู้ที่ทำงานใกล้ชิดข้อมูลความลับ ควรเปิดโหมดนี้เพื่อบล็อกการทำงานของสคริปต์เว็บที่ซับซ้อน
- ไปที่ Settings > Privacy & Security > Lockdown Mode > Turn On
- ดูวิธีเต็ม >> วิธีตั้งค่าเปิดใช้งานโหมดล็อคดาวน์
3. สังเกตอาการผิดปกติ
แม้จะตรวจจับยาก แต่ถ้าเครื่องมีอาการ แบตเตอรี่หมดไวผิดปกติ, เครื่องร้อนขณะไม่ได้ใช้งานหนัก หรือ แอปค้างบ่อย แนะนำให้ทำการ Force Restart เครื่อง และตรวจสอบเวอร์ชัน iOS ทันที

Comment