แม้เกมยุคใหม่จะขยับความต้องการฮาร์ดแวร์สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่การ์ดจอรุ่นยอดนิยมของเกมเมอร์ส่วนใหญ่กลับยังคงมาพร้อม VRAM เพียง 8GB เหมือนเมื่อหลายปีก่อน ทั้งที่ในความเป็นจริง เกม AAA หลายเกมในปัจจุบันใช้หน่วยความจำเกิน 8GB ไปแล้ว โดยเฉพาะเมื่อเปิดกราฟิกระดับสูง ความละเอียด 1440p หรือ 4K รวมถึงเอฟเฟกต์ Ray Tracing และ Path Tracing เต็มรูปแบบทำให้เกิดเสียงบ่นต่อเนื่องว่าปริมาณนี้ไม่พอแล้วสำหรับมาตรฐานเกมสมัยใหม่
แต่จากช่วงที่ผ่านมาที่ความต้องการชิปหน่วยความจำสำหรับเซิร์ฟเวอร์ AI และจีพียูประมวลผล AI เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทำให้ผู้ผลิตหน่วยความจำรายใหญ่จึงปรับสัดส่วนกำลังการผลิตไปยังตลาดที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า ส่งผลให้หน่วยความจำสำหรับสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ฝั่งผู้บริโภค รวมถึงหน่วยความจำกราฟิกสำหรับการ์ดจอ เกิดภาวะขาดแคลนอย่างเห็นได้ชัด

ตัวเลขที่สะท้อนสถานการณ์ได้ชัดคือราคาสัญญาของหน่วยความจำ GDDR7 ขนาด 16GB ซึ่งในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นจากประมาณ 80-90 ดอลลาร์สหรัฐ ไปอยู่ที่ 280-320 ดอลลาร์สหรัฐ หรือพุ่งขึ้นราว 250% ภายในเวลาไม่นาน ต้นทุนที่สูงขึ้นเช่นนี้ทำให้ผู้ผลิตการ์ดจอไม่สามารถเพิ่มความจุ VRAM ในรุ่นเริ่มต้นและรุ่นกลางได้โดยไม่กระทบต่อราคาได้
ผลลัพธ์คือ การ์ดจอรุ่นยอดนิยมในช่วงอย่างน้อย 5 ปีข้างหน้า มีแนวโน้มจะยังคงอยู่ที่ 8GB ต่อไป และสถานการณ์อาจเริ่มคลี่คลายได้เร็วที่สุดราวปี 2030 เท่านั้น นั่นหมายความว่า แม้เทคโนโลยีกราฟิกจะเดินหน้าไปไกล แต่ฐานผู้ใช้งานส่วนใหญ่ยังคงถูกจำกัดด้วยข้อจำกัดด้านหน่วยความจำ

แรงกดดันจึงตกไปอยู่ที่ฝั่งนักพัฒนาเกมโดยตรง เมื่อผู้เล่นจำนวนมากยังใช้การ์ดจอ 8GB ทำให้ทีมพัฒนาจำเป็นต้องออกแบบเกมให้รันได้บนข้อจำกัดดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นการลดการใช้กราฟิกความละเอียดสูงมาก ลดการใช้ Ray Tracing และ Path Tracing หรือบริหารจัดการหน่วยความจำอย่างละเอียดขึ้น Optimize เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาเฟรมเรตตกหรืออาการกระตุกจาก VRAM เต็ม
ในอีกด้านหนึ่ง เทคโนโลยีอย่าง AI Upscaling, Frame Generation และระบบบีบอัดข้อมูลอาจมีบทบาทมากขึ้น เพื่อช่วยรีดประสิทธิภาพจากฮาร์ดแวร์ที่มีอยู่ให้คุ้มค่าที่สุด แต่สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงการประคับประคอง ไม่ใช่การเพิ่มทรัพยากรพื้นฐานโดยตรง
ภาพรวมของสถานการณ์สะท้อนให้เห็นว่า กระแส AI ไม่ได้ส่งผลเฉพาะในศูนย์ข้อมูลหรือวงการคลาวด์เท่านั้น แต่ยังส่งแรงสะเทือนมาถึงตลาดเกมมิ่งพีซีด้วยเช่นกัน และอย่างน้อยในช่วงครึ่งทศวรรษข้างหน้า มาตรฐาน VRAM 8GB ที่หลายคนคิดว่าควรจะกลายเป็นอดีตไปแล้ว อาจยังต้องอยู่กับเราไปอีกระยะยาวกว่าที่คาดไว้
ที่มา : hkepc

Comment