ราคาแรม DDR2 พุ่งแรงไม่หยุด หลังตลาดหน่วยความจำขาดแคลนหนัก
วิกฤตแรมแพงกำลังทำโลกปั่นป่วน TrendForce ระบุว่าตอนนี้หลายบริษัทกำลังออกแบบอุปกรณ์ และถอยกลับไปใช้แรมเก่าอย่าง DDR2 กับ DDR3 จนทำให้ราคาพุ่งสูงขึ้นมากถึง 60%
วิกฤตแรมแพงกำลังทำโลกปั่นป่วน TrendForce ระบุว่าตอนนี้หลายบริษัทกำลังออกแบบอุปกรณ์ และถอยกลับไปใช้แรมเก่าอย่าง DDR2 กับ DDR3 จนทำให้ราคาพุ่งสูงขึ้นมากถึง 60%
ล่าสุดอาจเริ่มมีข่าวดีให้เราได้ลุ้นกันบ้าง หลังมีรายงานว่าผู้ผลิตชิปจากจีนกำลังเร่งเพิ่มกำลังการผลิต DRAM และ NAND Flash พร้อมส่งชิปเข้าสู่ตลาดมากขึ้น ซึ่งอาจกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยกดราคาหน่วยความจำให้ลดลงในอนาคต
รายงานจากตลาด Huaqiangbei เมืองเซินเจิ้น ระบุว่าพ่อค้าและรีเซลจำนวนมากที่เคยกว้านซื้อแรมในช่วงราคาขาขึ้น กำลังเผชิญปัญหาสต๊อกล้น และต้องเร่งระบายสินค้าออกจากมือ แม้จะต้องยอมขายขาดทุน เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายจากราคาที่มีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง
เราต่างรู้กันดีว่าสาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้ราคาของหน่วยความจำ (RAM) ในตลาดมีแต่จะพุ่งสูงขึ้น นั้นมาจากการที่ผู้ผลิต RAM สามเจ้าใหญ่ในตลาดอย่าง SK Hynix, Samsung และ Micron ต่างมุ่งหน้าสายพานการผลิตไปที่การผลิตหน่วยความจำคุณภาพสูงสำหรับ AI เป็นส่วนใหญ่ และในปัจจุบันดูเหมือนสถานการณ์จะยังไม่มีอะไรดีขึ้นมากนัก
ผู้ใช้ Reddit รายหนึ่งเล่าประสบการณ์การเคลมแรม Silicon Power DDR4-3200 ที่ซื้อในปี 2024 หลังแรมเสีย แต่แทนที่จะได้ของใหม่ บริษัทกลับเสนอคืนเงินตามราคาที่ซื้อ พร้อมหักค่าเสื่อม 15% โดยให้เหตุผลว่าหน่วยความจำ DRAM ขาดตลาด ทำให้ไม่สามารถจัดหาสินค้าทดแทนได้
ราคาแรม DDR5 สำหรับผู้ใช้ทั่วไปในยุโรปเริ่มส่งสัญญาณปรับตัวลดลงเล็กน้อย แม้ว่าสถานการณ์ขาดแคลนชิป DRAM ทั่วโลกจะยังไม่คลี่คลาย แต่หลังจากช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2026 เป็นต้นมาพบว่ามีแนวโน้มราคาลดลง ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของการปรับฐานหลังราคาขึ้นแรงเกินไป
วิกฤตหน่วยความจำจากกระแส AI กำลังส่งผลกระทบต่อตลาดการ์ดจออย่างชัดเจน หลังต้นทุน GDDR7 พุ่งขึ้นกว่า 250% ในเวลาเพียงครึ่งปี ทำให้การ์ดจอระดับกระแสหลักอาจยังคงใช้ VRAM 8GB ต่อไปอีกอย่างน้อย 5 ปี สถานการณ์นี้ไม่เพียงกระทบฝั่งฮาร์ดแวร์ แต่ยังกดดันให้นักพัฒนาเกมต้องลดคุณภาพกราฟิกและปรับการออกแบบให้เหมาะกับข้อจำกัดด้านหน่วยความจำ
Chien Cheng Pan ซีอีโอของ Phison Electronics ผู้ผลิตคอนโทรลเลอร์ SSD เปิดเผยว่า ตลาดหน่วยความจำอาจเผชิญภาวะขาดแคลนยาวนาน จากความต้องการด้าน AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และอาจส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่ออุตสาหกรรมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภค
Micron Technology หนึ่งในผู้ผลิตหน่วยความจำรายใหญ่ของโลก ประกาศลงนามข้อตกลงเบื้องต้นเพื่อเข้าซื้อโรงงานผลิตชิป P5 ของ Powerchip Semiconductor Manufacturing Corporation (PSMC) ในไต้หวัน ด้วยมูลค่า 1,800 ล้านเหรียญ หรือกว่า 56,000 ล้านบาท เพื่อเร่งขยายกำลังการผลิต DRAM รองรับความต้องการที่พุ่งสูงจากอุตสาหกรรม AI, Data Center และระบบประมวลผลสมรรถนะสูง ที่ยังคงเติบโตเร็วกว่ากำลังการผลิตทั่วโลก
ลือ SK hynix อาจตัดสินใจยุติการผลิต DRAM และ NAND สำหรับตลาดผู้ใช้ทั่วไป และหันไปทุ่มกำลังการผลิตให้กับตลาดที่มีมูลค่าสูงกว่าอย่าง AI, data center และ enterprise storage ตามรอย Micron อีกหนึ่งราย หากเป็นจริงอาจกระทบโครงสร้างตลาดหน่วยความจำทั่วโลกอย่างมีนัยสำคัญ