ราคา RAM และ SSD ยังมีแนวโน้มแพงต่อเนื่อง หลัง TrendForce ออกรายงานล่าสุดคาดว่า ราคาสัญญาซื้อขาย DRAM ในไตรมาส 3 ปี 2026 จะปรับขึ้นอีกประมาณ 13-18% ส่วน NAND Flash ที่ใช้ใน SSD และอุปกรณ์เก็บข้อมูลต่าง ๆ จะปรับขึ้นอีกประมาณ 10-15%

แม้ตัวเลขรอบนี้จะดูเหมือนขึ้นช้าลง เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนที่ราคาหน่วยความจำแพงขึ้นเกือบ 60% แต่ประเด็นสำคัญคือ สถานการณ์ไม่ได้ดีขึ้นเพราะว่ามีของเยอะพอ หรือตลาดกลับมาเป็นปกติ หากแต่เป็นเพราะตลาดผู้บริโภคเริ่มรับราคาไม่ไหวแล้วมากกว่า

TrendForce ระบุว่า หลังจากราคาหน่วยความจำปรับขึ้นแรงในไตรมาส 2 ผู้ผลิตพีซี โน้ตบุ๊ก และสมาร์ทโฟนหลายรายเริ่มชะลอการสั่งซื้อชิ้นส่วนล็อตใหม่ เพราะต้นทุน RAM และ Storage เพิ่มขึ้นต่อเนื่องจนเริ่มกระทบราคาจริง ขณะที่ผู้บริโภคเองก็เริ่มลังเลมากขึ้นในการซื้ออุปกรณ์ใหม่ เพราะราคาเครื่องเริ่มขยับตามต้นทุนที่สูงขึ้น

พูดง่าย ๆ คือ รอบนี้ไม่ใช่แค่ผู้ผลิตบ่นว่าแพง แต่คนซื้อปลายทางก็เริ่มรู้สึกแล้วว่า “แพงเกินไป” จนบางคนอาจเลือกเลื่อนการซื้อคอมใหม่ มือถือใหม่ หรืออัปเกรด RAM / SSD ออกไปก่อน

มุมนี้สอดคล้องกับรายงานจาก HKEPC ที่อ้างความเห็นจากแหล่งข่าวในอุตสาหกรรมหน่วยความจำ โดยพูดตรง ๆ ว่า ราคาขึ้นมาขนาดนี้ ใครจะซื้อไหว สะท้อนว่าตลาดเริ่มชนกำแพงเรื่องกำลังซื้อแล้วจริง ๆ

อย่างไรก็ตาม การที่ราคาขึ้นช้าลงไม่ได้แปลว่าราคาจะลงในเร็ว ๆ นี้ เพราะความต้องการยังสูงอยู่ โดยเฉพาะความต้องการจากตลาด AI และ Data Center ที่ยังดึงกำลังผลิตหน่วยความจำไปจำนวนมาก ผู้ผลิตชิปรายใหญ่จึงยังให้ความสำคัญกับ DRAM, HBM และ SSD สำหรับเซิร์ฟเวอร์มากกว่าสินค้ากลุ่มผู้บริโภค เพราะขายได้ราคาดีกว่าและมีกำไรมากกว่า

ผลกระทบจึงตกมาที่ตลาดพีซีและสมาร์ทโฟนโดยตรง ฝั่งผู้ผลิตโน้ตบุ๊กยังต้องเดินหน้าผลิตและเติมสต๊อกต่อไป แต่เมื่อต้นทุน RAM และ SSD สูงขึ้นเรื่อย ๆ ก็มีโอกาสต้องยอมปรับราคาขายตามต้นทุน ส่วนฝั่งสมาร์ทโฟน โดยเฉพาะรุ่นราคาประหยัด จะลำบากกว่าเดิม เพราะ RAM และ Storage คิดเป็นสัดส่วนต้นทุนที่สูงมากเมื่อเทียบกับราคาขายของตัวเครื่อง หากยังอยากขายในช่วงราคาเดิม กำไรต่อเครื่องก็อาจลดลงอย่างชัดเจน

ทำให้บางแบรนด์อาจต้องเลือกว่าจะขึ้นราคา ลดความจุ RAM / Storage ในรุ่นเริ่มต้น ลดโปรโมชัน หรือชะลอการผลิตบางรุ่นออกไป เพื่อไม่ให้ต้นทุนบานปลายเกินควบคุม

ที่มา : TrendForce, HKEPC, Tom’s Hardware