ถือว่าเป็นดีลใหญ่ในวงการเทคโนโลยีในปี 2026 อีกชิ้น เมื่อ Apple ยืนยันการเข้าซื้อกิจการ Q.ai สตาร์ทอัปด้าน Audio AI (ปัญญาประดิษฐ์ด้านเสียง) จากอิสราเอล ด้วยมูลค่าที่คาดการณ์ว่าสูงถึง 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 6.5 หมื่นล้านบาท) ซึ่งนับเป็นการซื้อกิจการที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์ของ Apple รองจากดีล Beats Electronics เมื่อปี 2014 เท่านั้น

การขยับตัวครั้งนี้ นักวิเคราะห์มองว่าไม่ได้เป็นเพียงแค่การซื้อบริษัททั่วไป แต่คือการส่งสัญญาณว่า Apple กำลังจะก้าวข้ามขีดจำกัดของ “การสั่งงานด้วยเสียง” ไปสู่ยุคใหม่ ที่เรียกว่า “Silent Communication” หรือการสื่อสารแบบไร้เสียงนั่นเอง

Q.ai คือใคร? ทำไม Apple ถึงยอมจ่ายหนักขนาดนี้

Q.ai

Q.ai เป็นสตาร์ทอัป ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2022 โดย Aviad Maizels (อดีตผู้ก่อตั้ง PrimeSense ที่เคยขายให้ Apple เพื่อพัฒนา Face ID) ร่วมกับทีมผู้เชี่ยวชาญด้าน Machine Learning และ Imaging

จุดเด่นเทคโนโลยีของ Q.ai ที่น่าสนใจ

  1. Facial Micro-movements : เทคโนโลยีตรวจจับการขยับของกล้ามเนื้อใบหน้าขนาดเล็ก เพื่อวิเคราะห์ว่าผู้ใช้ “กำลังจะพูดอะไร” แม้จะไม่ได้เปล่งเสียงออกมาก็ตาม
  2. Whisper Detection : ระบบ AI ที่ช่วยให้เครื่องตรวจจับคำพูดได้แม้ผู้ใช้จะ “กระซิบ” หรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดังรบกวนมาก
  3. Local AI Processing : เน้นการประมวลผลบนตัวอุปกรณ์ (On-device) ซึ่งตรงกับนโยบายความเป็นส่วนตัว (Privacy) ของ Apple ที่ไม่ต้องการส่งข้อมูลส่วนตัวขึ้น Cloud

อนาคตของ Siri และ AirPods ที่เราจะได้เห็น

การได้ตัวทีมงานและสิทธิบัตรจาก Q.ai มาอยู่ในมือ จะช่วยยกระดับผลิตภัณฑ์ของ Apple ให้ฉลาดขึ้นอย่างก้าวกระโดด ซึ่งคาดการณ์ว่า น่าจะนำเทคโนโลยีไปใช้งาน ดังนี้

  • Siri ที่ไม่ต้องตะโกนสั่ง : ต่อไปเราอาจจะแค่ “ขยับปาก” หรือ “กระซิบเบาๆ” ในที่สาธารณะ Siri ก็สามารถรับคำสั่งได้อย่างแม่นยำ ไม่ต้องอายคนรอบข้าง
  • AirPods และ Apple Glass : เทคโนโลยีนี้จะถูกนำไปใช้ในอุปกรณ์สวมใส่ เพื่อให้การสั่งงานราบรื่นขึ้นแม้จะอยู่บนถนนที่มีเสียงรถยนต์หรือในคอนเสิร์ต
  • การเข้าถึง (Accessibility ): เป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีความบกพร่องทางการพูด ให้สามารถสื่อสารกับอุปกรณ์ดิจิทัลได้ผ่านการขยับใบหน้า

Apple กำลังเร่งสปีดในสนามรบ AI

AI เรียกว่าเป็นข้อสอบที่ Apple ยังสอบไม่ผ่าน ก็คงไม่ผิดนัก จนถูกมองว่าเดินเกม AI ช้ากว่าคู่แข่งอย่าง Google หรือ OpenAI แต่ดีล 2 พันล้านเหรียญ นี้ คือคำตอบที่ชัดเจนว่า Apple เลือกที่จะเน้น “Hardware-integrated AI” หรือการนำ AI เข้าไปรวมกับอุปกรณ์ให้เป็นเนื้อเดียวกัน เพื่อสร้างประสบการณ์ผู้ใช้ที่คู่แข่งรายอื่นทำตามได้ยาก

Johny Srouji รองประธานอาวุโสฝ่ายเทคโนโลยีฮาร์ดแวร์ของ Apple กล่าวชื่นชม Q.ai ว่าเป็นบริษัทที่บุกเบิกวิธีการใช้ Imaging และ Machine Learning ในรูปแบบใหม่ๆ ซึ่งจะสร้างความเป็นไปได้ที่ไม่สิ้นสุดในอนาคต

ก็มาดูต่อไปว่า การที่ Apple ยอมทุ่มทุนมหาศาลเช่นนี้ เราจะได้เห็นการพลิกโฉมอะไรใหม่ๆ บน iPhone รุ่นต่อไปในอนาคตสักแค่ไหน

(Apple เคยเข้าซื้อกิจการ Beats Electronics และ Beats Music ในปี 2014 ด้วยมูลค่า 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือว่าเป็นดีลที่มีมูลค่ามหาศาลมากๆ ในยุคนั้น)

ที่มา : reuters