ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าการนำ ‘ชิปตกสเปค’ มาใส่ในอุปกรณ์อื่น ๆ เพื่อวางจำหน่ายใหม่นั้น Apple ได้ทำมาตั้งแต่ยุคของ iPhone 4 และ iPad รุ่นแรกแล้ว โดยรายงานล่าสุดเผยอีกว่าทางบริษัทยักษ์ใหญ่ได้สร้างรายได้มหาศาลจากการนำชิปตกเกรดเหล่านี้มาใช้อีกครั้ง 

รายงานจาก The Wall Street Journal ระบุว่านอกจากการนำชิปตกเกรดของ iPhone 16 Pro อย่าง A18 Pro มาใช้ MacBook Neo แล้ว ทาง Apple ได้เริ่มทำกลยุทธ์เหล่านี้มานานกว่า 16 ปีแล้ว ย้อนหลังกลับไปในช่วงที่ iPhone 4 และ iPad รุ่นแรก เปิดตัวมาพร้อมชิป A4 หลายคนในบริษัทเห็นตรงกันว่าชิปตกเกรดของเรือธงรุ่นนี้ค่อนข้างกินไฟเยอะเกินไป ไม่เหมาะกับการไปใช้ต่อในสมาร์ตโฟนรุ่นอื่น ๆ ทางบริษัทจึงนำชิป A4 เหล่านั้นไปใช้กับอุปกรณ์อย่าง Apple TV ที่เน้นการเสียบปลั๊กใช้งานแทน 

Apple MacBook Neo
ภาพของ MacBook Neo

เช่นเดียวกันกับชิป S7 ใน Apple Watch Series 7 ที่ทางบริษัทได้นำชิปเวอร์ชันตกสเปครุ่นดังกล่าวไปใช้ในอุปกรณ์ HomePod รุ่นที่สองแทน ซึ่งนอกจากนี้ทาง WSJ ยังได้เปิดเผยรายชื่ออุปกรณ์อีกหลายชิ้นที่ทาง Apple เลือกชิปตกสเปคหลาย ๆ รุ่นมาใช้ เช่น iPhone SE (A15 Bionic), iPad mini (A17 Pro), iPhone 16e (A18), iPhone 17e (A19), iPhone Air (A19 Pro) และ MacBook Air 2020 (M1 GPU 7 Core) 

Apple iPhone 17e
ภาพของ iPhone 17e

งานนี้ต้องรอติดตามกันต่อไปว่าวัฒนธรรมการนำชิปตกสเปคมาใช้แบบนี้ ในยุคของ CEO Apple คนใหม่อย่าง John Ternus เราจะได้เห็นชิปตกเกรดเหล่านี้ในอุปกรณ์ใดอีกบ้าง

ที่มา : 9to5Mac