ศึกใหญ่ในวงการเทคโนโลยีปะทุขึ้นอีกครั้ง เมื่อ Apple ได้ยื่นฟ้องร้อง OpenAI (ผู้พัฒนา ChatGPT) บริษัทในเครืออย่าง io Products รวมถึงอดีตพนักงานระดับสูง ต่อศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ (Northern District of California) ในข้อหา ร่วมกันโจรกรรมความลับทางการค้าอย่างเป็นระบบ เพื่อเร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ฮาร์ดแวร์ AI ของตนเอง

การฟ้องร้องความยาว 41 หน้าในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่สั่นคลอนความสัมพันธ์ของสองมหาอำนาจเทคโนโลยี แต่ยังสะท้อนถึงการแข่งขันที่ดุเดือดในตลาด AI Consumer Hardware อีกด้วย

สรุปประเด็นสำคัญ

  • Apple ฟ้องใหญ่ : ยื่นฟ้อง OpenAI, บริษัทดีไซน์ io Products และอดีตพนักงานระดับสูง 2 ราย
  • ข้อหาหลัก : ดึงข้อมูลลับเชิงลึก ทั้งผังแผงวงจรไฟฟ้า เทคนิคการผลิต และแผนพัฒนาฮาร์ดแวร์ลับ
  • พฤติการณ์ : มีการอาศัยช่องโหว่ระบบดาวน์โหลดเอกสารลับ นำชิ้นส่วนอุปกรณ์จริงมาส่องในการสัมภาษณ์งาน และสอนวิธีหลบเลี่ยงการตรวจสอบ
  • ผลกระทบ : OpenAI ถูกกล่าวหาว่าสวมรอยใช้เทคนิคซัพพลายเออร์ของ Apple ในขณะที่บริษัทกำลังจะเปิดตัวฮาร์ดแวร์ชิ้นแรกและเตรียมเข้า IPO

ลำดับเหตุการณ์ จากพันธมิตรสู่ศัตรูในชั้นศาล

[อดีตพนักงานระดับสูงย้ายค่าย] > [แอบดึงข้อมูลลับ & ซัพพลายเออร์] > [เจรจาหลังบ้านแต่ล้มเหลว] > [ยื่นฟ้องร้องต่อศาล]

  1. การดึงตัวพนักงานระดับคีย์แมน : พนักงาน Apple กว่า 400 คน ย้ายไปร่วมงานกับ OpenAI รวมถึงผู้บริหารฝ่ายออกแบบและวิศวกรระดับสูง
  2. กุมภาพันธ์ : Apple พยายามติดต่อนอกรอบเพื่อเจรจาข้อกังวลเรื่องการละเมิดความลับทางการค้ากับทาง OpenAI แต่กลับถูกมองข้าม
  3. การเปลี่ยนทิศทาง AI ของ Apple : Apple เริ่มลดความพึ่งพา OpenAI โดยปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์หันไปใช้โมเดล Google Gemini บนอุปกรณ์มากขึ้น
  4. ปัจจุบัน : Apple รวบรวมหลักฐานพฤติกรรมการยักยอกข้อมูลได้แน่นหนา จึงยื่นฟ้องต่อศาลรัฐบาลกลางเพื่อหยุดการใช้ข้อมูลลับและเรียกค่าเสียหาย

บุคคลและองค์กรที่ถูก Apple ยื่นฟ้อง

Apple ได้ระบุชื่อผู้ถูกฟ้องอย่างเจาะจง ซึ่งล้วนเป็นตัวละครสำคัญในสายงานพัฒนาผลิตภัณฑ์

  • OpenAI : องค์กรหลักที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ได้รับประโยชน์จากการขโมยความลับทางการค้า
  • io Products : สตาร์ทอัปด้านการออกแบบที่ก่อตั้งโดย Jony Ive (อดีตหัวหน้านักออกแบบคู่บุญของ Apple) ซึ่งถูก OpenAI เข้าซื้อกิจการไปก่อนหน้านี้
  • Tang Yew Tan : อดีตรองประธานฝ่ายออกแบบ iPhone และ Apple Watch (ทำงานกับ Apple นาน 24 ปี) ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง Chief Hardware Officer ของ OpenAI
  • Chang Liu : อดีตวิศวกรไฟฟ้าซีเนียร์ (Senior Electrical Engineer) ที่ทำงานกับ Apple นาน 8 ปี

หลักฐานและพฤติการณ์ในคดี

Apple ได้เปิดเผยหลักฐานและพฤติกรรมที่อ้างว่าทำกันอย่างเป็นกระบวนการ เพื่อย่อระยะเวลาการพัฒนาฮาร์ดแวร์ AI ของ OpenAI

1. การดึงเอกสารลับและการหลบเลี่ยงระบบความปลอดภัย โดยอดีตวิศวกร

Chang Liu (อดีตวิศวกรไฟฟ้าซีเนียร์)

  • ใช้ช่องโหว่ระบบดึงไฟล์ : Liu แอบใช้ช่องโหว่ด้านความปลอดภัยของระบบภายใน Apple เพื่อดาวน์โหลดเอกสารทางเทคนิคมากกว่า 1,000 หน้า รวมถึง ผังแผงวงจรไฟฟ้า (Circuit Board Design) ของอุปกรณ์ลับ ก่อนจะลาออก
  • หลีกเลี่ยงการรายงาน Bug : แทนที่จะรายงานช่องโหว่นี้ตามขั้นตอน เขากลับส่งข้อความคุยเล่นกับเพื่อนในเชิงตลกขบขัน (“LOL”, “So funny”)
  • ไม่คืนเครื่องมือทำงาน : Liu ไม่ได้คืนเครื่องคอมพิวเตอร์ MacBook ของบริษัท

Tang Yew Tan (อดีต VP ฝ่ายออกแบบผลิตภัณฑ์ ตอนนี้เป็น Chief Hardware Officer ของ OpenAI)

  • แอบถือครองคู่มือความปลอดภัย (“Need to Know”) : Tan ได้ครอบครองและส่งต่อเอกสารลับภายในชื่อ “Need to Know” ซึ่งระบุถึง “มาตรการความปลอดภัยและขั้นตอนการตรวจสอบพนักงานขณะลาออก” ให้กับพนักงานใหม่ของ OpenAI ก่อนที่พวกเขาจะแจ้งลาออกจาก Apple
  • สอนวิธีหลบเลี่ยงการตรวจสอบ : Tan แนะนำพนักงาน Apple ที่กำลังจะย้ายว่า ห้ามบอก Apple เด็ดขาดว่ากำลังจะไปทำงานที่ OpenAI เพื่อให้สามารถทำงานและดึงข้อมูลใน Apple ต่อไปได้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้

นอกจากนี้ อดีตพนักงานที่ลาออกมีการส่งอีเมลข้อมูลและเอกสารสเปคผลิตภัณฑ์เข้าสู่บัญชีส่วนตัวก่อนย้ายบริษัทอีกด้วย

2. พฤติกรรมระหว่างการสัมภาษณ์งาน

Apple อ้างว่าในการสัมภาษณ์พนักงาน Apple ที่สนใจมาร่วมงาน ผู้สัมภาษณ์ของ OpenAI ได้บอกให้ผู้สมัครนำ “ชิ้นส่วนอุปกรณ์จริง” มาใช้เป็นพร็อพประกอบการสัมภาษณ์เพื่อแสดงและอธิบาย

และยังแนะนำให้พนักงานของ Apple นำ “เอกสาร CAD/งานออกแบบ” และ “ต้นแบบ” มาในการสัมภาษณ์ และเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับงานของตน เช่น “การเลือกซับซิสเต็มและส่วนประกอบ” “เครื่องมือหรือวิธีการที่ใช้สำหรับการบูรณาการระบบ เช่น ซอฟต์แวร์ CAD เครื่องมือจำลอง” 

นอกจากนี้ แอปเปิลระบุว่า ผู้สมัครคนหนึ่งเริ่มแคปหน้าจอและดาวน์โหลดไฟล์ที่เกี่ยวข้องกับโครงการลับสุดยอดของ Apple หลายชั่วโมงก่อนการสัมภาษณ์กับ Tan ซึ่งต่อมา Tan ได้ขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการเดียวกันนั้นเมื่อเริ่มการสัมภาษณ์ Apple กล่าวว่านี่กลายเป็นรูปแบบที่เกิดขึ้นซ้ำๆ

3. การหลอกลวงห่วงโซ่อุปทาน

  • แอบอ้างสิทธิบัตร : OpenAI ติดต่อซัพพลายเออร์ผลิตชิ้นส่วนของ Apple ให้ใช้ “เทคนิคการตกแต่งผิวโลหะแบบพิเศษ” ซึ่งเป็นสิทธิบัตรลับของ Apple โดยทำให้พันธมิตรดังกล่าวเข้าใจผิดว่าได้รับอนุญาตจาก Apple แล้ว 
  • ล้วงความลับแบตเตอรี่ : มีการใช้ศัพท์เทคนิคเฉพาะภายใน เพื่อเจาะจงถามซัพพลายเออร์ถึงเทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่ Apple กำลังซุ่มพัฒนาอยู่

ท่าทีและคำแถลงของทั้งสองฝ่าย

  • ฝ่าย Apple : ยืนยันว่าการฟ้องร้องครั้งนี้ทำไปเพราะมี หลักฐานสำคัญอย่างแน่นหนา และต้องการหยุดไม่ให้ OpenAI นำข้อมูลลับไปใช้ตัดหน้าในตลาด
  • Drew Pusateri (โฆษก OpenAI) : ปฏิเสธข้อกล่าวหาโดยระบุว่า “เราไม่มีความสนใจในความลับทางการค้าของบริษัทอื่น” พร้อมระบุว่าขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบคำฟ้อง และบริษัทยังคงมุ่งมั่นกับการสร้างสรรค์เทคโนโลยีเพื่อขับเคลื่อนผู้คนทั่วโลก

ผลกระทบต่ออนาคตของ OpenAI

คดีความนี้เกิดขึ้นในจังหวะเวลาที่เปราะบางอย่างยิ่งสำหรับ OpenAI

  1. กระทบการเปิดตัวฮาร์ดแวร์ : OpenAI มีแผนจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ฮาร์ดแวร์ชิ้นแรก (แป้นพิมพ์ AI) ภายในเดือนนี้ การถูกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวอาจทำให้แผนการเปิดตัวสะดุด
  2. ความเชื่อมั่นในการเข้าสู่ตลาดหุ้น (IPO) : ข้อหาร้ายแรงด้านจริยธรรมและการขโมยสิทธิบัตร อาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและมูลค่าบริษัท
  3. คดีความซ้ำซ้อน : ก่อนหน้านี้ในเดือนมีนาคม OpenAI และ Tang Tan ก็เคยถูกสตาร์ทอัปที่ชื่อ iyO ยื่นฟ้องในข้อหาขโมยความลับทางการค้าลักษณะเดียวกันนี้มาแล้ว

เนื้อหาการฟ้องร้องฉบับเต็ม >> Apple ฟ้อง OpenAI

ที่มา : 9to5mac, bbc