Apple เปิดตัว Apple Upgrade บริการเช่าเครื่องรูปแบบใหม่ในสหรัฐอเมริกา โดยจับมือร่วมกับ Klarna ผู้ให้บริการการเงินชื่อดัง เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นให้ผู้ใช้งานสามารถเป็นเจ้าของอุปกรณ์ Apple รุ่นใหม่ล่าสุด ไม่ว่าจะเป็น iPhone, Apple Watch, Mac หรือ iPad ด้วยค่างวดรายเดือนที่เข้าถึงง่ายขึ้น เริ่มต้น $17.99 / เดือน (ราว 600 บาท)

อย่างที่เกริ่นไปข้างต้น ว่าบริการนี้ ไม่ได้มีในไทยนะ เป็นบริการที่เปิดในเฉพาะที่อเมริกาเท่านั้น แต่พออ่านรายละเอียดเป็นโปรแกรมที่น่าสนใจ น่าจะมีในไทย เลยอยากเอามาเขียนให้อ่าน
ในตอนแรกคิดว่ามันน่าจะคล้ายๆ บริการ Subscribe เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านเรา เช่นพวกเครื่องกรองน้ำดังๆ อย่าง Coway ที่เป็นจ่ายรายเดือน แล้วจะได้รับบริการต่างๆ ฟรีตลอดสัญญา อย่างเปลี่ยนกรอง ซ่อมบำรุง ล้างเครื่อง พอครบสัญญา เราจะได้เครื่องมาเป็นของเราเลย แต่กลับไม่ใช่ พอคิดว่าหรือจะคล้ายๆ ผ่อน 0% 10 เดือน ก็ไม่ใช่อีก แล้วมันดียังไง เดี๋ยวจะสรุปง่ายๆ ให้เข้าใจ
Apple Upgrade คืออะไร? ทำไมอยากให้มีในไทย
Apple Upgrade ไม่ใช่การผ่อนชำระแบบเดิม แต่เป็นการ เช่าใช้ อุปกรณ์ระยะยาว จ่ายรายเดือน โดยมีให้เลือก 12 เดือน, 24 เดือน, หรือ 36 เดือน ส่วนราคา ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละอุปกรณ์ อย่าง iPhone เริ่มต้น $17.99 / เดือน (ราว 600 บาท) และเมื่อครบสัญญาก็จะมี 3 ทางเลือกให้เลือก ได้แก่
- อัปเกรด (Upgrade) : ส่งคืนเครื่องเก่า แล้วเริ่มเช่ารุ่นใหม่ล่าสุดต่อทันที เช่นครบ 12 เดือน รุ่นใหม่เปิดตัว ก็เช่ารุ่นใหม่วนไป
- ซื้อขาด (Purchase) : จ่ายเงินก้อนสุดท้าย เพิ่มเติมจากค่าเช่ารายเดือน เพื่อเป็นเจ้าของเครื่องโดยสมบูรณ์
- คืนเครื่อง (Return) : ส่งคืนอุปกรณ์เพื่อจบสัญญาและออกจากโปรแกรม
หลายคนเมื่อดูตัวเลือกข้อ 1 อาจจะอ้าว ผ่อนแบบ 0% หรืออาจจะอยากเลือกข้อ 2 ได้เครื่องมาเป็นของเราด้วย ไม่ดีกว่าเหรอ แต่การเช่าใช้จ่ายรายเดือนโปรแกรม Upgrade เมื่อคำนวณเงินที่เราจ่ายเมื่อครบสัญญาแล้ว มันถูกกว่าที่เราจ่ายซื้อเครื่องราคาเต็มแบบเกือบครึ่งเลย
หลายคนอาจจะแย้งว่า ซื้อเป็นของเราสิ พอไม่ใช้ก็ขาย หรือเอาไปเทรด แต่คิดว่าจะได้ราคาคืนมาถึง 40-50% ไหม? เรียกว่าเหมาะมากๆ กับคนที่ชอบเปลี่ยนเครื่องใหม่ทุก 1-2 ปี ได้ใช้เครื่องใหม่ ในราคาเบาลงเกือบครึ่ง
ตัวอย่างการเปรียบเทียบค่าเช่ารายเดือน กับซื้อราคาเต็ม
(ราคานี้ที่นำมานี้ เป็นราคาหน้าเว็บ ยังไม่รวมภาษี)

iPhone 17 Pro
- iPhone 17 Pro (คววามจุ 256GB) ราคาเต็มอยู่ที่ $1,099
- แต่ถ้าเช่าผ่านโปรแกรม Upgrade
- สัญญา 12 เดือน : $45.99 / เดือน จะเท่ากับจ่าย $551.88 ในการใช้เครื่อง 12 เดือน ถูกกว่าจ่ายเครื่องเต็ม $547.12
- สัญญา 24 เดือน : $31.99 / เดือน จะเท่ากับจ่าย $767.76 ในการใช้เครื่อง 24 เดือน ถูกกว่าจ่ายเครื่องเต็ม $331.24
แล้วการจ่ายเพียง $45.99 / เดือน หรือราว 1,600 บาทต่อเดือน มันช่วยลดการแบกค่าใช้จ่ายรายเดือนลงมาก บางคนเอาเงินสดไปทำอย่างอื่นไดต่อ ไม่ต้องจ่ายที่ละเยอะๆ
ส่วนอุปกรณ์อื่นๆ ก็เช่น
- Apple Watch Series 11 (GPS) 42mm (ราคาขาย $399)
- สัญญา 12 เดือน: $21.99 / เดือน
- สัญญา 24 เดือน: $11.99 / เดือน
- iPad Pro 11 นิ้ว (256GB) (ราคาขาย $1,199)
- สัญญา 24 เดือน: $31.99 / เดือน
- สัญญา 36 เดือน: $24.99 / เดือน
- MacBook Pro 14 นิ้ว (RAM 16GB) (ราคาขาย $1,999)
- สัญญา 24 เดือน: $53.99 / เดือน
- สัญญา 36 เดือน: $38.99 / เดือน
โดยราคา iPhone ที่เช่าต่ำสุดจะเป็นรุ่น iPhone 17e ความจุ 256GB สัญญา 24 เดือน จะอยู่ที่ $17.99 / เดือน (ราว 600 บาทต่อเดือน)

สินค้ารุ่นที่เข้าร่วมในโปรแกรม
1. iPhone
- iPhone 17e
- iPhone Air
- iPhone 17
- iPhone 17 Pro
- iPhone 17 Pro Max
2. Apple Watch Lineup
- Apple Watch Series 11
- Apple Watch Ultra 3
3. Mac Lineup
- MacBook Air (M5)
- MacBook Pro (M5, M5 Pro, M5 Max)
- iMac (M4)
- Mac Studio (M4 Max / M3 Ultra)
4. iPad Lineup
- iPad Air ชิป M4
- iPad Pro (M5)
- iPad mini
(หมายเหตุ: รุ่นที่ไม่เข้าร่วม Apple Upgrade ได้แก่ iPhone 16, iPhone 16 Plus, Apple Watch SE, MacBook Neo, Mac mini, iPad ชิป A16 และ Studio Display)
สรุปคือรุ่นที่ร่วมจะเป็นรุ่นใหม่ล่าสุด ของไลน์อัปนั้นๆ
เงื่อนไข
- ผู้มีสิทธิ์สมัคร : บุคคลธรรมดาอายุ 18 ปีขึ้นไป พักอาศัยในสหรัฐฯ มีหมายเลข SSN หรือ ITIN และมีบัญชี Apple Account / Klarna ในสถานะปกติ
- สถานะตัวเครื่อง : เครื่อง iPhone ที่เช่าผ่านโปรแกรมจะเป็นเครื่อง Unlocked สามารถเปลี่ยนค่ายมือถือได้ตลอดเวลา (ไม่รองรับซิมแบบ Prepaid)
- กรณีสิ้นสุดสัญญา : หากไม่ทำการอัปเกรด คืนเครื่อง หรือซื้อขาด สัญญาจะถูกต่ออัตโนมัติเป็นแบบเดือนต่อเดือน (Month-to-Month) สูงสุด 6 เดือน และอาจมีค่าปรับหากยกเลิกสัญญาก่อนกำหนด
- ความคุ้มครอง : ค่าเช่ายังไม่รวมประกันภัย แต่คนเช่าสามารถสมัครบริการ AppleCare+ หรือ AppleCare One เพิ่มเติมได้เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอุบัติเหตุหรือการสูญหาย
เรียกว่าการออกโปรแกรมนี้ จะช่วยทำให้คนเข้าถึงอุปกรณ์ Apple ง่ายขึ้น ไม่รู้ว่านี่คือกลยุทธ์การตลาดแบบใหม่เพื่อเรียกเงินเข้าบริษัทให้มากขึ้น ในยุคที่ชิปแพงเครื่องแพงหรือเปล่า เห็นแบบนี้แล้ว ก็อยากให้ Apple ขยายบริการมายังประเทศเราบ้าง

Comment