ตลาดหน่วยความจำโลกเริ่มส่งสัญญาณเปลี่ยนทิศทาง หลังราคาแรม DDR5 ที่เคยพุ่งสูงต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา เริ่มปรับตัวลดลงในหลายภูมิภาค ทั้งสหรัฐฯ ยุโรป และจีน โดยเฉพาะในตลาดจีนที่เห็นภาพการเปลี่ยนแปลงชัดเจนที่สุด

รายงานจากตลาด Huaqiangbei เมืองเซินเจิ้น ระบุว่าพ่อค้าและรีเซลจำนวนมากที่เคยกว้านซื้อแรมในช่วงราคาขาขึ้น กำลังเผชิญปัญหาสต๊อกล้น และต้องเร่งระบายสินค้าออกจากมือ แม้จะต้องยอมขายขาดทุน เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายจากราคาที่มีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง

ตัวอย่างราคาที่สะท้อนสถานการณ์ได้ชัดคือ แรม DDR5 ขนาด 16GB ซึ่งก่อนหน้านี้ขายอยู่ในช่วง 1,300 หยวน (ประมาณ 6,200 บาท) ปัจจุบันลดลงมาเหลือราว 1,000 หยวน (ประมาณ 4,800 บาท) แรม DDR5 ขนาด 32GB ราคา 3000 หยวน (ประมาณ 14,000 บาท) เหลือราว 2,500 หยวน (ประมาณ 12,000 บาท) ส่งผลให้ผู้ค้าหลายรายเริ่มเข้าสู่ภาวะ “panic sell” หรือการเทขายเพื่อตัดขาดทุน กลัวติดดอย

การปรับตัวลงครั้งนี้ยังไม่ใช่การปรับราคาลงของตลาดทั้งหมด โดยข้อมูลจาก TrendForce ระบุว่าการลดลงอย่างรุนแรงส่วนใหญ่เกิดในตลาด เช่น สินค้ามือสองหรือสินค้าที่รีไซเคิล ขณะที่ราคาของแรมมือหนึ่งยังไม่มีการปรับมากนัก

สาเหตุสำคัญมาจากการกักตุนสินค้าในช่วงก่อนหน้า เมื่อราคาปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้เมื่อแนวโน้มเริ่มเปลี่ยนทิศ ผู้ค้าจึงเร่งระบายของ ส่งผลให้ราคาปรับลงเร็ว ขณะเดียวกัน ความต้องการในฝั่งผู้บริโภคระยะสั้นก็เริ่มชะลอตัว

ภาพรวมสะท้อนว่าตลาดแรมกำลังเข้าสู่ช่วง “ปรับฐาน” หลังจากขึ้นอย่างต่อเนื่องมาระยะหนึ่ง ซึ่งแม้จะกระทบผู้ค้าและนักเก็งกำไร แต่กลับเป็นข่าวดีสำหรับผู้บริโภค เพราะมีโอกาสได้ซื้อแรม DDR5 ในราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้น และอาจเป็นจังหวะเหมาะสำหรับการอัปเกรดในช่วงนี้หรือเร็ว ๆ นี้

ที่มา : wccftech trendforce