ตลาดพีซีในช่วงต้นปี 2026 กลับมาคึกคักสวนทางภาวะเศรษฐกิจ โดยข้อมูลจาก Counterpoint Research ระบุว่ายอดจัดส่งพีซีทั่วโลกในไตรมาส 1 อยู่ที่ 63.3 ล้านเครื่อง เพิ่มขึ้น 3.2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ปัจจัยหลักมาจากการรีบซื้อก่อนราคา RAM, SSD จะปรับขึ้น รวมถึงแรงหนุนจาก Windows 10 หมดซัพพอร์ตด้วย
พฤติกรรมดังกล่าวสะท้อนลักษณะ “panic buying” หรือการรีบซื้อก่อนของแพง ที่ช่วยกระตุ้นตลาดในระยะสั้น แม้ภาพรวมเศรษฐกิจจะยังไม่เอื้อก็ตาม ผู้ผลิตรายใหญ่หลายรายได้อานิสงส์จากดีความต้องการที่พุ่งขึ้น โดย Lenovo, Dell, Apple และ Asus ต่างมียอดเติบโต โดยเฉพาะ Asus ที่ขยายตัวสูงถึง 20%

ปัจจัยสำคัญยังคงเป็นราคาหน่วยความจำ โดยเฉพาะ DRAM ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง นักวิเคราะห์คาดว่าราคาอาจพุ่งขึ้นได้อีกถึง 60% จากเดิมที่ปรับขึ้นไปแล้ว สาเหตุหลักมาจากความต้องการในกลุ่ม AI และ Data Center ที่เพิ่มสูงขึ้น ขณะที่ผู้ผลิตหันไปโฟกัส HBM ที่ให้กำไรดีกว่า ส่งผลให้ DRAM สำหรับตลาดพีซีลดลง
ผลกระทบเริ่มเห็นชัดในฝั่งผู้บริโภค โดยผู้ใช้จำนวนมากหันไปเลือกสเปก RAM 16GB แทน 32GB เพื่อลดต้นทุนที่สูงขึ้น ขณะเดียวกัน ราคาสินค้าไอทีอื่น เช่น โน้ตบุ๊กและเกมมิ่งพีซี ก็มีแนวโน้มปรับขึ้นตาม

แม้ยอดขายช่วงต้นปีจะเติบโต แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่าเป็นเพียงการรีบซื้อมาไว้ก่อนราคาขึ้น หากราคาหน่วยความจำยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง อาจทำให้ตลาดชะลอตัวในช่วงครึ่งปีหลัง โดยผู้บริโภคอาจเลื่อนการซื้อออกไป อาจทำให้ยอดขายรวมทั้งปี 2026 โตยาก หรือมีแนวโน้มลดลงในระยะยาว
ที่มา : counterpointresearch

Comment