ดิสนีย์พลัสประเทศไทย เปิดตัวแอป Disney+ โฉมใหม่พร้อมฟีเจอร์ที่ผู้ใช้หลาย ๆ คนรอคอย พร้อมให้ดาวน์โหลดแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป (ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม) สามารถใช้บัญชีเดิมเพื่อ Login ได้เลยทันที ส่วนแอปเดิมจะใช้งานได้จนถึงวันที่ 16 ตุลาคม 2026 เท่านั้น

วิธีดาวน์โหลด และล็อกอินแอป Disney+ โฉมใหม่

เบื้องต้นทีมงาน DroidSans แนะนำให้เพื่อน ๆ อย่าเพิ่งลบแอป Disney+ เวอร์ชันเก่าออกจากอุปกรณ์นะคะ ให้ทำการลงทะเบียนหรือล็อกอินเข้าแอป Disney+ โฉมใหม่ให้เสร็จสิ้นก่อน แล้วค่อยถอนการติดตั้งแอปเวอร์ชันเก่าจะชัวร์ที่สุด

  • ดาวน์โหลดแอป Disney+ ผ่าน App Store และ Google Play Store ผ่านลิงก์ https://www.disneyplus.com/en-th/get-app
  • เปิดเข้าหน้าแอปจากนั้นกด Login
  • กรอก อีเมล หรือ เบอร์โทรศัพท์ ที่ผูกไว้กับบัญชีเดิมที่ต้องการล็อกอิน
  • รอรับรหัส OTP ผ่านทางอีเมลหรือเบอร์โทรศัพท์
  • กรอกรหัส OTP
    • ผู้ใช้ที่ไม่เคยลงทะเบียนด้วยอีเมล จะมีช่องให้ กรอกอีเมล ปรากฏขึ้นมา
  • กดยอมรับเงื่อนไข
  • สร้างโปรไฟล์ใหม่ (จำเป็นต้องสร้างใหม่ เนื่องจากเป็นการย้ายแอปฯ)
  • เสร็จสิ้น พร้อมใช้งานทันที !

สำหรับผู้ใช้งานที่จะทำการย้ายจาก Disney+ เวอร์ชันเดิมมายังแอป Disney+ โฉมใหม่ สิ่งที่ต้องรู้ก็คือ “ประวัติการเข้าชม” และ “ลิสต์คอนเทนต์ที่กดบันทึกไว้” จะไม่ได้ซิงก์ตามมาด้วย ต้องเริ่มใหม่ตั้งแต่ต้น

ฟีเจอร์ใหม่ Disney+ โฉมใหม่มีอะไรน่าสนใจบ้าง ?

  • ระบบแนะนำ “คอนเทนต์สำหรับคุณ” ฉบับอัปเกรดใหม่สุดว้าว ค้นหาคอนเทนต์ได้ง่ายกว่าเดิม ตรงใจมากยิ่งขึ้น สะดวกสบายยิ่งกว่าเดิม
  • รองรับเทคโนโลยี IMAX Enhanced (ในคอนเทนต์ที่รองรับ) และสามารถปรับแต่งคำบรรยายหรือซับไตเติลได้ตามต้องการ เช่น รูปแบบตัวอักษร ขนาด สี และพื้นหลัง
  • ภาพโปรไฟล์แบบใหม่ให้เลือกใช้งานเพียบ !
  • ฟีเจอร์ การจัดการโปรไฟล์ ที่ผู้ปกครองสามารถตั้งค่า PIN ปรับระดับการเข้าถึงคอนเทนต์ได้ตามต้องการและเรทติ้งการรับชม
  • สามารถรับชมคอนเทนต์ได้แบบไร้ขีดจำกัด ไม่ว่าจะเดินทางไปประเทศไหน ๆ ก็ตาม โดยคอนเทนต์ที่รับชมได้จะแตกต่างกันออกไปในแต่ละประเทศ 

แล้วแอป Disney+ เวอร์ชันเดิมจะเป็นยังไงต่อ ?

เพื่อน ๆ ยังสามารถใช้แอปฯ เวอร์ชันเก่าเพื่อสตรีมเนื้อหาได้จนถึงวันที่ 16 ตุลาคม 2026 ทีมงาน DroidSans แนะนำว่าให้ทำการดาวน์โหลดเพื่อ Login ย้ายไปใช้งานแอปฯ เวอร์ชันใหม่ภายในระยะเวลาที่กำหนด จะได้รับชมคอนเทนต์ได้อย่างต่อเนื่องไม่มีสะดุด

ที่มา: ข่าวประชาสัมพันธ์ Disney+