กระแส AI (Artificial Intelligence) กำลังเปลี่ยนโลกเทคโนโลยี และหนึ่งในกลุ่มธุรกิจที่ได้รับประโยชน์ไปเต็มๆ ในตอนนี้ก็คือ ตลาดหน่วยความจำ หรือ DRAM รายงานจาก Counterpoint Research เผยข้อมูลว่า ในไตรมาสที่ 1 ของปี 2026 รายได้รวมของตลาด DRAM ทั่วโลก พุ่งสูงทุบสถิติเป็นประวัติการณ์ ซึ่งปัจจัยหลักเกิดจากความต้องการชิปหน่วยความจำความเร็วสูงในศูนย์ข้อมูล AI (AI Data Center) ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด
ทำไมเทรนด์ AI ถึงทำให้ยอดขาย DRAM พุ่งกระฉูด?
หากเปรียบเทียบชิปประมวลผล (เช่น GPU หรือ CPU) เป็นสมองที่คิดเลขเร็ว DRAM (Dynamic Random-Access Memory) ก็คือ โต๊ะทำงาน ที่คอยวางข้อมูลให้สมองหยิบไปใช้ได้อย่างรวดเร็ว ยิ่งโมเดล AI มีความฉลาดและซับซ้อนมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งต้องการโต๊ะทำงานที่ใหญ่และส่งข้อมูลได้ไวขึ้นเท่านั้น
ในไตรมาสนี้ เทคโนโลยีสองตัวที่เป็นพระเอกขี่ม้าขาวเข้ามาทำรายได้มหาศาล ได้แก่
- HBM (High Bandwidth Memory) : หน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง เป็นการนำชิป DRAM มาวางซ้อนกันเป็นชั้นๆ เพื่อให้ส่งข้อมูลได้เร็วขึ้น มักใช้ในชิปประมวลผลกราฟิก (GPU) สำหรับการเทรน AI ระดับสูง
- LPDDR5 (Low Power Double Data Rate 5) : หน่วยความจำแรมเวอร์ชันประหยัดพลังงานความเร็วสูง ที่นิยมใช้ทั้งในสมาร์ทโฟนยุคใหม่ที่มีระบบ AI ในตัว (On-Device AI) ไปจนถึงระบบเซิร์ฟเวอร์
ส่วนแบ่งตลาด 3 ยักษ์ใหญ่ และ 1 ดาวรุ่งจากจีน

เมื่อดูสัดส่วนทางการตลาดในไตรมาสที่ 1 ปี 2026 จะเห็นการแข่งขันที่น่าสนใจดังนี้
1. Samsung Memory (อันดับ 1)
ครองส่วนแบ่งตลาดไปถึง 38% ทิ้งห่างคู่แข่งและทวงบัลลังก์ผู้นำกลับมาได้อย่างเหนียวแน่น หลังจากที่เคยโดน SK Hynix ไล่บี้อย่างหนักในช่วงปีที่ผ่านมา
2. SK Hynix & Micron (อันดับ 2 และ 3)
SK Hynix และ Micron ยังคงรักษาตำแหน่งและส่วนแบ่งการตลาดของตัวเองไว้ได้อย่างมั่นคง ได้ส่วนแบ่งที่ 29% และ 22% ตามลำดับ โดยเฉพาะ Micron ที่กำลังเดินหน้าเร่งกำลังการผลิตอย่างดุเดือด เพื่อรองรับดีมานด์ที่ล้นตลาด
3. CXMT (ดาวรุ่งพุ่งแรง อันดับ 4)
CXMT (ChangXin Memory Technologies) ผู้ผลิตชิปสัญชาติจีน กลายเป็นม้ามืดของไตรมาสนี้ โดยรายได้เติบโตทะลุ 700% เมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY) ส่งผลให้ส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าตัวไปแตะที่ 8%
ปัจจัยที่ทำให้ CXMT โตกระโดดขนาดนี้ มาจากการตอบสนองความต้องการใช้ DRAM ภายในประเทศจีน ทั้งในกลุ่มสมาร์ทโฟนและเซิร์ฟเวอร์ นอกจากนี้ ยังมีแผนจะยื่นจดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์ (IPO) เพื่อระดมทุนครั้งใหญ่ในการขยายโรงงาน และเตรียมพร้อมกระโดดเข้าสู่ตลาดชิปฝั่ง AI Data Center HBM อย่างเต็มตัวในอนาคต
อนาคตตลาด DRAM คาดการณ์ไตรมาส 2 และตลอดปี 2026
จากข้อมูลของ Monthly Memory Price Tracker ของ Counterpoint ระบุว่า ราคาเฉลี่ยของชิป DRAM ยังคงอยู่ในช่วงขาขึ้นอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าในไตรมาสที่ 2 ของปี 2026 ราคาอาจจะพุ่งสูงขึ้นอีกราวๆ 50% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (รวมทั้งชิปประเภท HBM และ DRAM ทั่วไป) ซึ่งนี่เป็นสัญญาณว่าไตรมาสหน้าก็จะเป็นอีกหนึ่งไตรมาสที่ทุบสถิติเช่นกัน
เพื่อตอบสนองต่อการแข่งขันและแก้ปัญหาชิปขาดแคลน ยักษ์ใหญ่อย่าง Samsung และ Micron จึงไม่รอช้า เร่งลงทุนขยายกำลังการผลิตและพัฒนาเทคโนโลยีเจเนอเรชันถัดไป ซึ่งการเคลื่อนไหวนี้จะส่งผลบวกต่อเนื่องไปยังห่วงโซ่อุปทานและปัญหาการขาดแคลนหน่วยความจำทั่วโลก ตลาด DRAM โดยรวมคาดว่าจะเติบโตมากกว่า 300% ต่อปี ตลอดปี 2026
สรุปภาพรวมตลาด DRAM ในไตรมาส 1 ปี 2026
- รายได้รวมทั่วโลก : แตะระดับ 97,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.2 ล้านล้านบาท)
- อัตราการเติบโต : พุ่งขึ้นถึง 80% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) และทะยานสูงถึง 260% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY)
- ปัจจัยขับเคลื่อนหลัก : ความต้องการโครงสร้างพื้นฐาน AI Data Center, การปรับราคาสินค้าขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และความต้องการชิปประเภท HBM และ LPDDR5 ที่เพิ่มขึ้น
- ผู้นำตลาด : Samsung ยังคงครองแชมป์อันดับ 1 ตามมาด้วย SK Hynix และ Micron ขณะที่ดาวรุ่งพุ่งแรงที่สุดคือ CXMT จากประเทศจีน
ที่มา : Counterpoint Research

Comment