ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2026 (Q1 2026) ตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลกต้องเผชิญกับบททดสอบครั้งใหญ่ เมื่อยอดจัดส่งภาพรวมลดลงถึง 6% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา (YoY) อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางตัวเลขที่ติดลบ กลับมีปรากฏการณ์สำคัญเกิดขึ้น เมื่อ Apple สามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำตลาดในไตรมาสที่ 1 ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

ทำไมยอดขายสมาร์ทโฟนทั่วโลกถึงตกลง 6%?

ปัจจัยหลักที่ทำให้ยอดจัดส่งสมาร์ทโฟนทั่วโลกหดตัวลง มาจาก 2 ปัจจัย ดังนี้

  1. วิกฤตชิปหน่วยความจำ (Memory Crunch) : เกิดภาวะขาดแคลนชิ้นส่วน DRAM และ NAND Flash อย่างหนัก ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตพุ่งสูงขึ้น ผู้ผลิตหลายรายต้องปรับกลยุทธ์ด้วยการลดรุ่นสินค้าที่ไม่ทำกำไร หรือเลื่อนการเปิดตัวสินค้าใหม่ออกไป
  2. ความต้องการของผู้บริโภคชะลอตัว : ปัญหาทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และสภาวะเศรษฐกิจที่ทำให้ผู้คนระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น ทำให้ยอดซื้อในกลุ่มสมาร์ทโฟนระดับเริ่มต้น (Entry-tier) ลดลงอย่างเห็นได้ชัด

Apple ครองแชมป์ Q1 ครั้งแรก กลยุทธ์พรีเมียม คือทางรอด

แม้ตลาดรวมจะถอยหลัง แต่ Apple กลับเติบโตขึ้น 5% YoY ครองส่วนแบ่งการตลาดที่ 21% อะไรทำให้สำเร็จ?

  • iPhone 17 Series กระแสตอบรับดีเยี่ยม : การอัปเกรดสเปคที่โดนใจผู้ใช้ และการจัดการห่วงโซ่อุปทานที่แข็งแกร่ง ทำให้ Apple ได้รับผลกระทบจากวิกฤตหน่วยความจำน้อยกว่าคู่แข่ง
  • การเจาะตลาดจีนและอินเดีย : Apple ทำผลงานได้ดีเป็นพิเศษในตลาดใหญ่อย่างจีน อินเดีย และญี่ปุ่น ผ่านโปรแกรม Trade-in ที่ดึงดูดใจ
  • ตลาด Premium ผลกระทบน้อย : เนื่องจากฐานลูกค้าของ Apple อยู่ในกลุ่มระดับบน ซึ่งมีความอ่อนไหวต่อราคาที่เพิ่มขึ้นน้อยกว่ากลุ่มตลาดล่าง

5 อันดับแบรนด์ที่ขายดีที่สุด เปรียบเทียบส่วนแบ่ง ใครรุ่งใครร่วง?

แบรนด์สมาร์ทโฟนส่วนแบ่งตลาด Q1 2025ส่วนแบ่งตลาด Q1 2026การเปลี่ยนแปลง (YoY)
Apple19%21%+5% (เพิ่มขึ้น)
Samsung20%20%-6% (ลดลง)
Xiaomi14%12%-19% (ลดลง)
OPPO11%11%-4% (ลดลง)
vivo7%8%-2% (ลดลง)
แบรนด์อื่นๆ (Others)29%28%-10% (ลดลง)
ภาพรวมตลาด (Total)100%100%-6% (ลดลง)

Samsung : อันดับ 2 กับความท้าทายรอบด้าน

ยอดจัดส่งมือถือของ Samsung ลดลง 6% สาเหตุหลักมาจากการเลื่อนเปิดตัวมือถือเรือธงอย่าง Galaxy S26 Series ที่เปิดช้ากว่ารุ่นเดิมเกือบเดือน และยอดขายในกลุ่มตลาดล่างที่โดนผลกระทบจากค่าครองชีพ

Xiaomi : เจอศึกหนักที่สุดใน Top 5

Xiaomi มียอดจัดส่งลดลงถึง 19% ซึ่งสูงที่สุดในบรรดาผู้นำตลาด เนื่องจากการพึ่งพาตลาดระดับกลางและล่างที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากต้นทุนชิปหน่วยความจำที่พุ่งสูงขึ้น

ดาวรุ่งพุ่งแรง : Google และ Nothing

ท่ามกลางยักษ์ใหญ่ที่ซวนเซ แบรนด์อย่าง Google เติบโตขึ้น 14% และ Nothing เติบโตแบบก้าวกระโดดถึง 25% แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคเริ่มมองหาทางเลือกใหม่ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากขึ้น

วิเคราะห์อนาคต ตลาดปี 2026 จะเป็นอย่างไรต่อ?

Counterpoint Research คาดการณ์ว่าสภาวะชิปขาดแคลน อาจลากยาวไปจนถึงปลายปี 2027 สิ่งที่เราจะได้เห็นต่อจากนี้คือ

  • ราคามือถืออาจแพงขึ้น : ต้นทุนชิ้นส่วนที่เพิ่มขึ้นอาจถูกผลักภาระมายังผู้บริโภค
  • เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ : ผู้ผลิตจะเลิกผลิตรุ่นราคาถูกที่กำไรน้อย และหันไปอัดสเปคในรุ่นเรือธง เพื่อดึงดูดลูกค้าที่ยินดีจ่ายเพื่อความคุ้มค่าในระยะยาว
Global Smartphone Shipments Q1 2026

ที่มา : Counterpoint Research