เว็บไซต์ Android Authority ปล่อยข้อมูลเอกซ์คลูซีฟของ Pixel 8a ออกมาแล้ว พบมีการอัปเกรดที่น่าสนใจหลายอย่าง ทั้งความสว่างและอัตรารีเฟรชของหน้าจอที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับ Pixel 7a รุ่นปัจจุบัน การขยับไปใช้ชิปเซต Tensor G3 แบบเดียวกับเรือธง รวมถึงคุณสมบัติการรองรับ DisplayPort ทำให้สามารถเสียบสาย USB Type-C ส่งภาพจากมือถือขึ้นจอแยกได้โดยตรง โดยไม่ต้องผ่านตัวแปลง

สเปค Pixel 8a

  • จอภาพ OLED ขนาด 6.1 นิ้ว
    • ความละเอียด 2,400 x 1,080 พิกเซล
    • อัตรารีเฟรช 120Hz
    • ความสว่าง (ทั่วไป) 1,400 นิต
  • ชิปเซต Tensor G3
  • หน่วยความจำ 8GB
  • กล้องหลัง
    • กล้องหลัก 64MP, เซนเซอร์ IMX787, ขนาด 1/1.73 นิ้ว
    • กล้องอัลตราไวด์ 13MP, เซนเซอร์ IMX712, ขนาด 1/3 นิ้ว
  • กล้องหน้า 13MP, เซนเซอร์ IMX712, ขนาด 1/3 นิ้ว
  • เครือข่าย 5G
  • พอร์ต USB Type-C
    • รองรับ DisplayPort
  • รองรับชาร์จไว USB PD สูงสุด 27W
  • ระบบปฏิบัติการ Android 14
ภาพจาก OnLeaks

แหล่งข่าวของ Android Authority ให้ข้อมูลว่า หน้าจอของ Pixel 8a จะมาจากผู้ผลิตสองราย ที่เป็นไปได้มากสุดคือ Samsung และ BOE โดยจะมีการอัปเกรดอัตรารีเฟรชเป็น 120Hz และเพิ่มความสว่างเป็น 1,400 นิต บนความละเอียด FHD+ เท่า Pixel 8 รุ่นเรือธงทุกประการ นอกจากนี้ รัศมีความโค้งบริเวณมุมทั้งสี่ด้านยังขยับจาก 102 พิกเซล เป็น 128 พิกเซลด้วย สอดคล้องกับภาพเรนเดอร์และภาพหลุดตัวเครื่องก่อนหน้าที่มีกลักษณะโค้งมนมากขึ้น จนโดนชาวเน็ตแซวว่าดูคล้ายก้อนสบู่

กล้องหน้าและกล้องหลัก Pixel 8a ยังใช้เซนเซอร์ชุดเดิมแบบเดียวกับ Pixel 7a ประกอบด้วยกล้องหลัก 64MP กล้องอัลตราไวด์ 13MP และกล้องเซลฟี 13MP ซึ่งเป็นเซนเซอร์ตระกูล IMX ของ Sony ทั้งหมด ส่วนข้อมูลเกี่ยวกับรูรับแสงและระบบโฟกัสไม่ได้มีการเอ่ยถึง แต่คาดว่าคงไม่เปลี่ยนแปลงเช่นกัน

การเปลี่ยนมาใช้ชิปเซต Tensor G3 บน Pixel 8a ถือเป็นการอัปเกรดครั้งใหญ่ (แตกต่างจากตอนเปลี่ยนผ่านจาก Tensor รุ่นแรกมาเป็น Tensor G2 ที่อัปเกรดค่อนข้างน้อย) ทั้งในแง่ของความเร็ว CPU และ GPU รวมถึง NPU และ DSP ตัวใหม่ ที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลด้านปัญญาประดิษฐ์ และการประมวลผลภาพถ่าย ตามลำดับ ซึ่งในส่วนหลังก็อาจส่งผลให้ภาพถ่ายจากกล้องของ Pixel 8a มีคุณภาพดีขึ้นด้วย

ภาพจาก Samsung Foundry

อย่างไรก็ดี ถึงแม้ซิลิคอนภายในชิปเซต Tensor G3 ของ Pixel 8a เหมือนกับ Pixel 8 และ Pixel 8a ทุกประการ แต่แพ็กเกจภายนอกนั้นมีการเปลี่ยนจาก Fan-Out Panel Level Packaging (FOPLP) มาเป็น Integrated Package on Package (IPoP) แทน เพื่อควบคุมต้นทุนให้ถูกลง โดยแพ็กเกจแบบ IPoP จะใหญ่กว่า หนากว่า และจัดการความร้อนได้มีดีเท่า FOPLP ในทางทฤษฎี แต่ในทางปฏิบัติอาจไม่ได้แตกต่างกันจนส่งผลต่อการใช้งานอย่างมีนัยสำคัญ

ภาพจาก Android Authority

ของใหม่อีกอย่างใน Pixel 8a คือ การรองรับคุณสมบัติ DisplayPort ซึ่งเป็นสิ่งที่อาจสะท้อนให้เห็นว่า Google อาจกลับมาตั้งใจพัฒนา desktop mode บน Android อีกครั้ง หลังจากเคยทำไว้ตอน Android 10 แล้วก็ไม่มีความคืบหน้าอะไรตลอดหลายปี

สุดท้าย Android Authority บอกว่า Pixel 8a จะขยายการทำตลาดไปอีก 10 ประเทศ (ตอน Pixel 7a มีวางขายแค่ 21 ประเทศ) เป็นประเทศโซนยุโรปทั้งหมด และแน่นอน ไม่มีไทยตามเดิม

  • สาธารณรัฐเช็ก
  • เอสโตเนีย
  • ฟินแลนด์
  • ฮังการี
  • ลิทัวเนีย
  • ลัตเวีย
  • โปแลนด์
  • โรมาเนีย
  • สโลวาเกีย
  • สโลวีเนีย

ที่มา : Android Authority