News

[Hands-on] สัมผัส Huawei G7 Plus และ Huawei Watch เครื่องเป็นๆ ในงาน Thailand Mobile Expo 2015

เก็บตกงาน T้hailand Mobile Expo สักนิดกับการเปิดตัว Huawei G7 Plus สมาร์ทโฟนที่เน้นฟีเจอร์กล้อง และ Huawei Watch นาฬิกาอัจฉริยะ Android wear ดีไซน์เก๋จากค่ายผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายใหญ่จากแดนมังกรอย่าง Huawei ในวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งหลายคนก็อาจจะมีโอกาสได้ไปลองจับ ลองเล่นกันมาบ้างแล้ว แต่สำหรับใครที่ยังไม่ได้ไปหรือติดธุระไปไม่ได้ เราก็มีภาพ Hands-on ทั้ง Huawei G7 Plus และ Huawei Watch มาฝากกันค่ะ

เก็บตกงาน T้hailand Mobile Expo สักนิดกับการเปิดตัว Huawei G7 Plus สมาร์ทโฟนที่เน้นฟีเจอร์กล้อง และ Huawei Watch นาฬิกาอัจฉริยะ Android wear ดีไซน์เก๋จากค่ายผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายใหญ่จากแดนมังกรอย่าง Huawei ในวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งหลายคนก็อาจจะมีโอกาสได้ไปลองจับ ลองเล่นกันมาบ้างแล้ว แต่สำหรับใครที่ยังไม่ได้ไปหรือติดธุระไปไม่ได้ เราก็มีภาพ Hands-on ทั้ง Huawei G7 Plus และ Huawei Watch มาฝากกันค่ะ

Huawei G7 Plus หรือบางคนอาจจะรู้จักในชื่อ Huawei G8 ซึ่งทาง Huawei ได้ให้เหตุผลว่าชื่อ G7 Plus นี่จะเป็นชื่อที่ใช้โปรโมทในจีน ไทย และประเทศในแถบ South East Asia นั่นเอง อย่างที่เกริ่นไปในตอนต้นว่าเจ้าสมาร์ทโฟนรุ่นนี้มีจุดเด่นอยู่ที่กล้อง ซึ่งเอาใจสาวๆ ที่ชอบถ่ายเซลฟี่โดยเพิ่มโหมด Vouge Beauty หรือโหมดแต่งหน้าสวยอัตโนมัติขณะถ่ายเซลฟี่ และแถมโหมด Food Beauty ที่สามารถปรับแต่งรูปอาหารให้ดูฟุ้งฟิ้งน่ากินมากขึ้น :3

นอกจากเรื่องกล้องแล้ว Huawei G7 Plus ยังได้ฟีเจอร์ Fringerprint Scanner  2.0 เหมือนกับรุ่นเรือธงล่าสุดอย่าง Huawei Mate S ที่ทำได้มากกว่าการปลดล๊อคเฉยๆ เช่น ใช้แทนปุ่มชัตเตอร์กดถ่ายรูป ใช้รับสาย และใช้ในการเลือกใช้งานคำสั่งต่างๆ จาก Notification Bar

ตัวเครื่องใช้วัสดุ Aluminium Aircraft เป็นโลหะเกรดเดียวกับที่ทำเครื่องบิน หน้าจอใช้กระจก Gorilla Glass เพื่อเพิ่มความแข็งแรงทนทาน 

ด้านข้างตัวเครื่องบาง 7.5 มม. มีปุ่มเพิ่ม – ลดเสียงและปุ่ม Power

อีกด้านเป็นถาดใส่ซิม และ microSD Card

ช่องหูฟังขนาด 3.5 มม. + ช่อง microphone

ด้านหลังเครื่องประกอบด้วย กล้องซึ่งชิ้นส่วนเลนส์ทำจาก Saphire ทำให้เกิดรอยขีดข่วนได้ยาก + Dual LED Flash + เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือ

 

ทดสอบกล้องหน้าโหมดบิวตี้ (ขวา) และโหมดแต่งหน้า (ซ้าย) ซึ่งช่วยให้หน้าขาว เนียน และเรียวขึ้นในแบบที่สาวๆ น่าจะชอบค่ะ

สเปค Huawei G7 Plus

  • Android 5.1 (Lollipop) + EMUI 3.1
  • หน้าจอ IPS ขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียด FHD 1920×1080 พิกเซล
  • RAM 3GB 
  • หน่วยความจำภายใน 32GB + microSD สูงสุด 128 GB
  • กล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล + Autofocus + Dual-Tone Flash
  • กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล
  • 2 ซิม 
  • รองรับ 2G/3G/4G LTE ทุกเครือข่าย
  • การเชื่อมต่อ : Bluetooth 4.0, WiFi 802.11b/g/n, USB 2.0
  • แบตเตอรี่ความจุ 3,000 mAh (ถอดแบตไม่ได้)
  • สัดส่วน : 152 x 76.5 x 7.5 มม., หนัก 167 กรัม
  • สี : สีขาว, สีดำ

นอกจากสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่แล้ว Huawei ก็ได้เปิดตัว Huawei Watch นาฬิกาอัจฉริยะ Android Wear รุ่นล่าสุดด้วย ซึ่งก็เน้นเรื่องการดีไซน์และการใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดย Huawei Watch นั้นเป็น Android Wear ที่รองรับการใช้งานกับสมาร์ทโฟนทั้งระบบปฏิบัติการ Android และ iOS

สำหรับฟีเจอร์เด่นๆ ก็มีการแจ้งเตือนแบบ Realtime notification, การสั่งงานด้วยเสียง (Google Now), เซนเซอร์จับการเคลื่อนไหว (Smart tracking), เซนเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ (Heart rate senor), เลือกออกแบบสไตล์หน้าจอด้วยตนเอง (Change watch face) และ ALWAYS ON ซึ่งสามารถตั้งหน้าจอแอคทีฟเป็นนาฬิกาตลอดเวลาได้โดยกินแบตเตอรี่น้อย นอกจากนี้ก็เป็นฟีเจอร์ที่เหมือนกับ Smart Watch ทั่วๆ ไปค่ะ

ส่วนเรื่องการดีไซน์ Huawei Watch เป็นนาฬิกาที่มีคอนเซปต์ Timeless Design Smart Within ซึ่งเป็นการผสมผสานกันอย่างลงตัวระหว่างแฟชั่นกับเทคโนโลยีจากการออกแบบของ Barnaba Fornasetti ศิลปินชื่อดังชาวอิตาเลียน โดยกระจกหน้าปัดใช้วัสดุ Saphire crystal ทนทานต่อรอยขีดข่วน ล้อมด้วยกรอบสแตนเลสที่ผ่านกระบวนการขึ้นรูปแบบ Cold-Forged ส่วนสายจะมีทั้งแบบสายหนังและสแตนเลส

ตัวที่ลองจับเล่นเป็นสายสแตนเลสซึ่งให้ความรู้สึกกำลังโอเค สวย แต่พออยู่บนข้อมือผู้หญิงก็ดูหนาและใหญ่ไปนิดนึง  ._.^

ด้านหลังมีเซนเซอร์ PPG ใช้วัดอัตราการเต้นของหัวใจ และใช้ต่อเสียบชาร์ตกับที่ชาร์ตแม่เหล็ก (Magnatic charger)

สายสแตนเลสสตีลแบบ Straps ของ Huawei

สเปค Huawei Watch

  • ระบบปฏิบัติการ Android Wear
  • หน้าจอวงกลม AMOLED ขนาด 1.4 นิ้ว ความละเอียด  400×400 พิกเซล (~286 ppi)
  • RAM 512 MB
  • หน่วยความจำ Flash 4GB
  • การเชื่อมต่อ : Bluetooth 4.1 BLE, WiFi
  • เซนเซอร์ : Gyroscope, Accelerometer, Heart rate sensor (PPG), Barometer
  • รองรับระบบปฏิบัติการ Android OS 4.3 และ iOS 8.2 ขึ้นไป
  • รองรับ OTA update
  • แบตเตอรี่ความจุ 300 mAh
  • น้ำหนัก :
    • สายหนัง 61 กรัม
    • สายสแตนเลสสตีล 96 กรัม
    • สายสแตนเลสสตีลแบบ link strap 131 กรัม

สำหรับราคาของ Huawei G7 Plus จะอยู่ที่ 12,900 บาทค่ะ ส่วน Huawei Watch นั้นยังไม่มีการเคาะราคาที่แน่ชัด แต่แอบแย้มมาว่าประมาณหมื่นนิดๆ หากใครไปไม่ทันหรือตัดสินใจช้าไปนิด ทำให้พลาดการสั่งจองในงาน TME 2015 ไป ก็ไม่เป็นไรนะคะ รออีกอึดใจเดียว ซึ่งทั้ง Huawei G7 Plus และ Huawei Watch จะเริ่มวางจำหน่ายในช่วงเดือนพฤศจิกายนค่ะ 😀

 

6 Comments

  1. rennerwin

    rennerwin Post on October 6, 2015 at 6:02 pm

    #930421

    ปากแดงเชียว…

  2. ps000000

    ps000000 Post on October 6, 2015 at 7:09 pm

    #930431

    น่าใช้ครับ

  3. itoey Post on October 7, 2015 at 3:35 am

    #930483

    ยี่ห้อนี้ spec ดี ราคาดี rom นิ่ง เสถียรดี
    ไม่ดีอยากเดียวคือลอยแพ เคยซื้อ 3X มาใช้ก็รู้สึกดีนะครับ
    แต่มันเป็น 4.2 และไม่ได้กิน Kitkat เลย
    ผมเลยขยาดกับยี่ห้อนี่ไปซักพักเลย

  4. ultimize

    ultimize Post on October 7, 2015 at 4:08 am

    #930485

    นาฬิกาน่าซื้อ แต่หมื่นนึงแพงเหมือนกันนะ

  5. โตน Post on October 7, 2015 at 2:37 pm

    #930507

    สวย ดี อัพเดพยาก สรุปเอาไว้ค่อยซื้อ ไม่ชอบการ UP แบบ ที่ต้องต่อ OTG โยนไฟล์ลงเครื่อง แล้วถึงจะอัพเดตได้ทามไมไม่ปล่อย OTA แบบชาวบ้าน ชาวเมืองเค้า ดีไซน์สวย ดูดี หรู แต่โดยรวมสเปคยังไม่โอ CPU ยังไม่รองรับบางแอพ เหมือน Snap/MTK/Exynos ผมว่า Kirin กับ Intel ยังคล้ายๆกันอยู่ อีกอย่างเวอร์ชั่นขายไทย กับ เวอร์ชั่นขายอินเตอร์ ( Huawei G8 ) สเปคไม่เท่ากัน ตัวขายไทยตัด NFC ออกทุกตัว ไม่รู้ว่าจะตัดออกทำไม หรือว่ากลัวคนไทยใช้ไม่เป็นกันแน่ Huawei TH

  6. Taurus_guy

    Taurus_guy Post on October 9, 2015 at 6:11 pm

    #930777

    ตกลง 2 ซิมชัวร์ ป่ะครับ… สนใจ

Leave a Reply

To Top