สายอ่าน e-Book น่าจะถูกใจสิ่งนี้ ในที่สุด Hisense ได้ฤกษ์เปิดตัวสมาร์ทโฟนซีรีส์ใหม่ล่าสุด Hisense A10 ประกอบด้วยรุ่น A10 Pro และ A10 Ultra อย่างเป็นทางการ ชูนวัตกรรมสุดล้ำ หน้าจอสีแบบแม่เหล็กถอดแยกได้ ปิดจุดอ่อนดั้งเดิมของสมาร์ทโฟนจอ E-Ink ที่มักมีปัญหาเรื่องการแสดงผลสีหรือเล่นวิดีโอได้

Hisense A10

หน้าจอ E-Ink ถนอมสายตาขั้นสุด

Hisense A10

หน้าจอหลักของ Hisense A10 ทั้งสองรุ่นใช้พาเนล Carta 1300 E-Ink ขนาด 6.13 นิ้ว ความละเอียด 1648 x 824 พิกเซล (300 PPI) รองรับระดับสีเทา 256 ระดับ พร้อมไฟหน้าจอแบบสองสี (Dual-Color Front Light) ปรับความสว่างได้ถึง 36 ระดับ

จอ E-Ink ของ Hisense A10

  • พึ่งพาแสงธรรมชาติ : อาศัยการสะท้อนแสงรอบข้างเพื่อสร้างภาพ เหมือนเราอ่านกระดาษจริง ทำให้สบายตาเมื่ออ่านกลางแจ้ง
  • ไร้แสงสีฟ้าและไม่กะพริบ : ช่วยลดอาการเหนื่อยล้าของดวงตาได้ดีเยี่ยม เหมาะกับการอ่าน e-Book หรือตรวจไฟล์เอกสาร PDF เป็นเวลานาน
  • ชิปประมวลผลจอแยก E Ink T2000 : ช่วยประมวลผลการรีเฟรชหน้าจอโดยเฉพาะ ลดปัญหาภาพค้าง และช่วยลดภาระการทำงานของซีพียูหลัก
  • สัมผัสและกระจกหน้าจอ : ใช้กระจกหน้าจอสัมผัสแบบ Ultra-thin GFF ให้มิติภาพที่ชิดติดผิวกระดาษมากขึ้น และคงอัตราส่วนหน้าจอแบบทองคำ ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับทุกสัดส่วนการอ่านโดยเฉพาะ

ไฮไลต์เด็ด หน้าจอสีแม่เหล็กถอดแยกได้

Hisense A10

สิ่งที่ทำให้ Hisense A10 โดดเด่นกว่ามือถือ E-Ink รุ่นอื่นๆ คืออุปกรณ์เสริม หน้าจอสี LCD ขนาด 4.96 นิ้ว ที่ใช้ระบบแม่เหล็กติดเข้ากับด้านหลังของตัวเครื่อง

  • สลับโหมดการใช้งานได้ทันที : เมื่อต้องการอ่านหนังสือ ก็ใช้หน้าจอ E-Ink หลัก แต่เมื่อต้องการดูรูปภาพ, อ่านการ์ตูนสี, ดูคลิปวิดีโอสั้น หรือไถโซเชียลมีเดีย ก็เพียงแค่ติดจอสีรองด้านหลังแล้วใช้งานได้ทันที
  • ความแตกต่างของรุ่น Pro และ Ultra :
    • Hisense A10 Ultra : แถมหน้าจอสีแม่เหล็กมาให้ในกล่องทันทีพร้อมใช้งาน
    • Hisense A10 Pro : มีจุดเชื่อมต่อแม่เหล็กที่ตัวเครื่อง แต่ไม่ได้แถมหน้าจอสีมาให้ (ต้องซื้อแยกเพิ่มเติม)

ประสิทธิภาพและการประมวลผล

Hisense A10 Series ถูกออกแบบมาให้ลบภาพจำเดิมๆ ของมือถือ E-Ink ที่มักจะทำงานช้าหรือหน่วง โดยเสริมความแรงด้านฮาร์ดแวร์เพื่อการใช้งานที่ไหลลื่นในชีวิตประจำวัน

  • ขุมพลัง Snapdragon 5G (QCM6690) : ใช้ชิปประมวลผลระดับ 8 คอร์ (Octa-core) บนสถาปัตยกรรมขนาด 4nm จาก Qualcomm รองรับการเชื่อมต่อเครือข่าย 5G และ Wi-Fi 6 ทำให้การดาวน์โหลดหนังสือไฟล์ใหญ่ เอกสาร PDF หรือใช้งานอินเทอร์เน็ตทำได้อย่างรวดเร็ว
  • ระบบจัดการพลังงานอัจฉริยะ : ตัวเครื่องสามารถปรับลดความถี่ของซีพียู และการใชัพลังงานลงอัตโนมัติขณะอ่านหนังสือภาพนิ่งเพื่อประหยัดแบตเตอรี่ และจะเร่งประสิทธิภาพขึ้นทันทีเมื่อมีการประมวลผลหนัก เช่น การเปิดแอปพลิเคชันหรือสลับหน้าจอ
  • หน่วยความจำสูงและ Android 16 : มาพร้อม RAM สูงสุด 12GB และความจุสูงสุด 512GB รันบนระบบปฏิบัติการ Android 16 แบบเปิด ช่วยให้ผู้ใช้สามารถติดตั้งแอปพลิเคชัน Android ทั่วไป (เช่น Kindle, Ookbee, LINE, Facebook) ได้อย่างอิสระ ไม่จำกัดระบบปิดเหมือนมือถือ E-Ink รุ่นก่อนๆ
  • ฟังก์ชั่นอำนวยความสะดวกครบครัน : รองรับ NFC สำหรับการแตะจ่ายเงิน, มีช่องส่งสัญญาณอินฟราเรด สำหรับควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้า, ระบบบันทึกเสียงการโทร และฟีเจอร์ App Cloning

ระบบผู้ช่วยอัจฉริยะ AI Assistant

Hisense A10

เพื่อรองรับยุคดิจิทัลและการทำงานเบาๆ Hisense A10 ได้ใส่ระบบผู้ช่วยอัจฉริยะ AI Assistant เข้ามาในตัวเครื่องโดยเฉพาะ

  • ฟีเจอร์ AI ครบครัน: รองรับการสรุปเนื้อหาบทความ, การแปลภาษาในเอกสาร, การช่วยแต่งหรือเกลาบทความ, สนทนาตอบคำถาม และช่วยค้นหาข้อมูลทางการศึกษา
  • ปุ่มอัจฉริยะ Mo-Smart Key : ตัวเครื่องเพิ่มปุ่มคีย์ลัดฮาร์ดแวร์พิเศษที่ข้างตัวเครื่อง ซึ่งผู้ใช้สามารถตั้งค่าฟังก์ชันได้เอง เช่น กดหนึ่งครั้งเพื่อสลับหน้าจอคู่ หรือกดเพื่อเรียกใช้งาน AI Assistant ได้ทันที โดยไม่ต้องเข้าเมนูให้ยุ่งยาก

การทดสอบแบตเตอรี่และความคงทน

Hisense A10

ด้วยการทำงานร่วมกันระหว่างแบตเตอรี่ความจุ 4,000 mAh และชิปควบคุมหน้าจอ T2000 ที่ประหยัดพลังงานสูง ทำให้ Hisense A10 มีอายุการใช้งานยาวนานเป็นพิเศษ

  • ระยะเวลาอ่านหนังสือต่อเนื่อง : อ่าน e-Book ได้ยาวนานสูงสุดถึง 50 ชั่วโมง ต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง
  • ระยะเวลาเปิดเครื่องสแตนด์บาย : เปิดเครื่องรอรับสายได้นานสูงสุดถึง 22 วัน
  • การชาร์จที่ยืดหยุ่น : รองรับทั้งชาร์จไวมีสาย 18W และชาร์จไร้สาย 15W โดยในรุ่น Ultra รองรับระบบชาร์จไร้สายแบบแม่เหล็ก ที่สามารถแปะชาร์จด้านหลังเครื่องได้ทันที

ระบบกล้องถ่ายภาพ

แม้จะเป็นสมาร์ทโฟนเน้นการอ่านและถนอมสายตา แต่ Hisense ก็ไม่ได้ตัดฟังก์ชันกล้องออกไป เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน

Hisense A10
  • กล้องหลังความละเอียด 48MP : กล้องหลักคมชัดสูงถึง 48 ล้านพิกเซล ช่วยให้การถ่ายภาพทั่วไป ถ่ายภาพเอกสาร ตาราง หรือสแกน QR Code มีความคมชัดและแม่นยำสูง
  • การถ่ายภาพร่วมกับจอสีถอดแยกได้ : จุดเด่นสำคัญคือเมื่อติดหน้าจอสี LCD ด้านหลังเครื่อง ผู้ใช้สามารถมองเห็นภาพพรีวิวสีสันสมจริงขณะถ่ายภาพได้ทันที แก้ปัญหาของมือถือ E-Ink ทั่วไปที่ไม่สามารถเช็กสีของภาพถ่ายได้
  • กล้องหน้าความละเอียด 8MP : รองรับการใช้งานเซลฟี่ การวิดีโอคอล หรือใช้ยืนยันตัวตน สแกนใบหน้าได้อย่างสะดวกสบาย
Hisense A10

สเปค Hisense A10

  • จอภาพ :
    • จอหลัก : จอ E-Ink (Carta 1300) ขนาด 6.13 นิ้ว แบบถนอมสายตา ไร้แสงสีฟ้าและไม่กะพริบ
    • จอเสริม (อุปกรณ์เสริมแม่เหล็ก) : จอ LCD สี ขนาด 4.96 นิ้ว
    • ความละเอียด : 824 × 1648 พิกเซล (300 ppi)
    • สว่างสูงสุด : ไม่ระบุค่า Nits ในสเปคทางการ
      • ใช้ไฟหน้าจอปรับอุณหภูมิสีได้ 36 ระดับ
    • อัตรารีเฟรช : ไม่ระบุ
      • ควบคุมด้วยชิป TCON E Ink T2000 ช่วยลด ภาพค้าง Ghosting
    • รองรับ : สีเทา 256 ระดับ, กระจกสัมผัส Ultra-thin GFF
  • ชิปเซต : Qualcomm QCM6690
  • RAM : 8GB / 12GB
  • Storage : 128GB / 256GB / 512GB
  • กล้องหลัง :
    • กล้องหลัก : 48MP
  • กล้องหน้า : 8MP
  • ระบบเสียง : ลำโพงเดี่ยว
    • รองรับ : ระบบบันทึกเสียงการโทร
  • แบตเตอรี่ : 4,000 mAh
    • รองรับชาร์จไว : 18W
    • รองรับชาร์จไร้สาย : 15W
      • (รุ่น Ultra รองรับชาร์จไร้สายแม่เหล็ก Magnetic Wireless Charging)
  • การเชื่อมต่อ :
    • 5G
    • Wi-Fi 6
    • Bluetooth 5.4
    • NFC
    • อินฟราเรด
  • พอร์ต :
    • USB : Type-C (USB 3.0)
    • ซิม : Dual SIM / Nano-SIM
  • เซนเซอร์ : สแกนใบหน้า, เซนเซอร์วัดแสงปรับไฟหน้าจออัตโนมัติ, IR Blaster
  • ความทนทาน : ไม่ระบุ
  • ระบบปฏิบัติการ : Android 16
  • ขนาด : 161.1 × 78.7 × 8.5 มม.
  • น้ำหนัก : 190 กรัม

ราคาและการวางจำหน่าย

Hisense A10 เริ่มวางจำหน่ายในประเทศจีน ในสองสี โดยแบ่งราคาตามความจุและรุ่นดังนี้

ราคา Hisense A10 Pro

  • 8GB + 128GB: 2,799 หยวน (ประมาณ 13,800 บาท)
  • 8GB + 256GB: 2,999 หยวน (ประมาณ 14,800 บาท)
  • 12GB + 512GB: 3,499 หยวน (ประมาณ 17,500 บาท)

ราคา Hisense A10 Ultra (รวมหน้าจอสีแม่เหล็กในกล่อง)

  • 8GB + 128GB: 3,198 หยวน (ประมาณ 15,800 บาท)
  • 8GB + 256GB: 3,398 หยวน (ประมาณ 16,800 บาท)
  • 12GB + 512GB: 3,898 หยวน (ประมาณ 19,500 บาท)