ในที่สุดก็เปิดตัวไปเป็นที่เรียบร้อยกับ Huawei Mate 9 สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นส่งท้ายปี ซึ่งงานนี้ทาง Huawei เปิดตัว Mate 9 มาพร้อมกัน 2 รุ่นคือ Mate 9 และ Mate 9 Porsche Design โดย Mate 9 นั้นมาพร้อมกับหน้าจอขนาด 5.9 นิ้ว แต่ตัวเครื่องขนาดเล็กลงจับถือง่ายขึ้นเพราะ borderless design โดยมาพร้อมกล้องคู่ที่ร่วมพัฒนากับ LEICA ต่อยอดจาก Huawei P9 ที่สร้างชื่อเอาไว้มากมาย ส่วนอีกรุ่นมาแบบพรีเมี่ยมคือ Mate 9 Porsche Design ที่มีหน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว ขอบโค้งลงสองข้าง พร้อมความละเอียด 2K

Play video

สเปคคร่าวๆ ของ Huawei Mate 9 และ Mate 9 Porsche Design

  • OS: Android 7.0 Nougat with EMUI 5.0
  • หน้าจอ:
    • Mate 9: IPS 5.9 นิ้ว ความละเอียด 1080p
    • Mate 9 Porsche Design: 5.5 นิ้ว ความละเอียด 2K ขอบโค้ง 2 ข้าง
  • CPU: HiSilicon Kirin 960 octa-core 2.4GHz
  • GPU: Mali-G71 octa-core
  • RAM:
    • Mate 9: 4GB
    • Mate 9 Porsche Design: 6GB
  • หน่วยความจำภายใน:
    • Mate 9: 64GB รองรับ MicroSD การ์ด
    • Mate 9 Porsche Design: 256GB
  • กล้องหลัง: LEICA Engineered 12MP RGB + 20MP Monochrome f/2.2, ระบบกันสั่น OIS, 4 in 1 Hybird Autofocus, Depth ISP
  • กล้องหน้า: 8MP f/1.9
  • dual-SIM 4G LTE
  • USB Type-C
  • แบตเตอรี่: 4,000 mAh รองรับ Huawei SuperCharge (3.5-5V/5A)

ความแตกต่างระหว่าง Mate 9 และ Mate 9 Porsche Design นั้นอยู่ที่หน้าจอ โดย Mate 9 นั้นมีหน้าจอขนาด 5.9 นิ้ว 1080p แต่ Mate 9 Porsche Design นั้นมีหน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว 2K และขอบโค้งทั้งสองข้าง และ RAM/ROM ก็มีการอัพเกรดเป็น 6GB/256GB พร้อมกับตัวเครื่องสีดำสนิท และย้ายปุ่มสแกนลายนิ้วมือมาอยู่ทางด้านหน้าแทน

Play video

Huawei Mate 9 porsche design

Huawei ยังได้ทำการอวดชิปตัวใหม่ Kirin 960 ที่ใช้ใน Mate 9 ทั้ง 2 รุ่นอีกด้วย

ชิป Kirin 960 ที่ใช้ใน Huawei Mate 9 นั้นเป็นชิปตัวแรกของโลกที่ใช้สถาปัตยกรรม ARM Cortex A73 และใช้ชิปกราฟิค Mali-G71 เป็นรุ่นแรกของโลกด้วย โดยเป็นชิป Octa-core ที่เป็นการทำงานร่วมกันของชิป quad-core A73 2.4GHz + quad-core A53 1.8GHz

ส่วน GPU ที่เคยเป็นจุดด้อยของชิป Kirin มาตลอดรอบนี้พร้อมสู้กับทุกค่าย ด้วยชิป Mali-G71 Octa-core ที่มาทำให้ Huawei Mate 9 ทำผลงานกราฟิคได้ดีขึ้นเพียบ

โดยคะแนนของชิป Kirin 960 นั้นได้จาก Geekbench ไปถึง 6390 คะแนน และมีการเปรียบเทียบกับชิปเรือธงตัวอืนๆ ในตลาด อย่าง Snapdragon 821, Exynos 8890 และ Kirin 950 ซึ่่งความแรงนั้นกินขาด

ส่วนกราฟิคนั้นนอกจากได้ Mali-G71 แล้ว Vulkan ที่มาแทน OpenGL ก็ช่วยเสริมความแรงให้มากขึ้นไปอีก เปรียบเทียบเฟรมเรทแล้วดีกว่าเดิมเป็นเท่าตัว

 

LTE 4G Cat12 และ Dual SIM ที่ซิม 2 รองรับ 3G มากถึง 7 คลื่นความถี่ 

Huawei Mate 9 รองรับ LTE Cat 12 และสามารถดาวน์โหลดได้ที่ความเร็วสูงสุดถึง 600Mbps

ส่วนซิมที่ 2 นั้นจะรองรับการสแตนบายด์แบบ 3G ด้วย ซิมแรก 4G/3G/2G รองรับการใช้งานใน 217 ประเทศ 1334 เครือข่าย ส่วนซิมที่สองจะรองรับ 3G ได้ถึง 7 คลื่นความถี่

 

LEICA Dual Camera พร้อมกันสั่น OIS และ 4-in-1 Hybrid Autofocus

สำหรับเรื่องของกล้องคู่ที่ร่วมมือกับ LEICA ครั้งนี้ ได้มีการปรับปรุงให้ Mate 9 นั้นสามารถถ่ายภาพในที่แสงน้อยได้ดีขึ้น

ด้วย Image Fusion Technology ที่เคยได้มีการเปิดตัวเป็นครั้งแรกกับ Huawei P9 รอบนี้ Huawei Mate 9 จึงได้มีการเพิ่มความละเอียดของกล้อง Monochrome เพื่อจะได้เก็บแสงมาเติมเต็ม contrast ของภาพถ่ายได้มากกว่าเดิม เพราะฉะนั้นภาพจะมีไดนามิคและรายละเอียดมากขึ้น

โดยมาพร้อมกับกล้องหลังคู่ 12MP RGB + 20MP Monochrome มี OIS กันสั่น และมี 4-in-1 Auto-focus (laser, PDAF, depth และ contrast) ทำให้การโฟกัสนั้นรวดเร็วและต่อเนื่องมากขึ้น

นอกจากนั้น Huawei Mate 9 ยังมาพรัอม Leica Dual Camera Hybrid Zoom ที่ซูมเข้าไป 2x ภาพก็ยังมีความละเอียดและสวยงามอยู่

ส่วนของ Despth sensor วัดระยะนั้นจะทำงานร่วมกับ Depth ISP ในการถ่ายภาพ Aperture Effect ทำให้ภาพหน้าชัดหลังเบลอนั้นทำงานได้เนียนกว่า แถมยังเลือกจุดและปรับระดับรูรับแสง เพิ่มระดับความชัดและเบลอได้ด้วย

Play video

 

ส่วนใครที่บ่นมาตลอดว่าเมื่อไหร่มือถือเรือธงจาก Huawei จะถ่าย 4K ได้ รอบนี้มาแล้วนะครับ

 

EMUI 5.0 with Machine Learning

Play video

นอกจากนี้ Mate 9 ก็ยังมาพร้อมกับ EMUI 5.0 ที่ครอบ Android 7.0 Nougat มาอีกที ซึ่งจุดเด่นของ EMUI 5.0 ครั้งนี้อยู่ที่เทคโนโลยี machine learning ที่เรียนรู้การใช้งานของผู้ใช้งาน ทำให้เจ้าตัว Mate 9 นั้นรู้ว่าแอพไหนที่เราใช้งานบ่อยๆ และทำการจัดสรรสเปคไปให้แอพนั้นๆ 

โดยภายในงานได้มีการอวดการ “จำลอง” การใช้งานระหว่าง Mate 9 และ Galaxy S7 edge หลังจากผ่านไปแล้ว 18 เดือน ก็จะเห็นได้ว่า ความเร็วของ Mate 9 นั้นแทบจะไม่ตกเลย 

Play video

 

แบตเตอรี่สุดอึด 4000 mAh พร้อมระบบชาร์จเร็ว Huawei SuperCharge

แบตเตอรี่ของ Mate 9 นั้นมีขนาดใหญ่ถึง 4,000 mAh ใช้งานได้อย่างยาวนานถึง 2 วัน

ในการทดสอบสามารถเล่นวิดีโอได้ต่อเนื่องถึง 20 ชั่วโมงติดต่อกัน โดยเทียบการใช้งานแล้ว Huawei Mate 9 อึดกว่าทั้ง Galaxy S7 edge และ iPhone 7 Plus ไม่ว่าจะใช้งานธรรมดาหรือเล่นหนักๆ โหดๆ

แถมยังมีเทคโนโลยี SuperCharge ที่รองรับกระแสไฟได้สูงสุดถึง 3.5-5V / 5A ทำให้สามารถชาร์จไฟได้อย่างรวดเร็วและตัวเครื่องไม่ร้อน

 ส่วนภายในแบตเตอรี่ก็มีฉนวนป้องกันอยู่ 8 ชั้น ทาง Huawei เคลมว่าไม่ต้องกลัวจะระเบิดแน่นอน

 

Huawei Mate 9 นั้นเปิดราคาในรุ่น RAM 4GB / ROM 64GB มาที่ 699 ยูโร (~27,000 บาท) ส่วนรุ่นพิเศษอย่าง Mate 9 Porsche Design นั้นจัดเต็ม 1395 ยูโร (~54,000 บาท) ซึ่งต้องบอกว่าราคานี้จะแพงกว่าตอนที่เข้ามาขายในบ้านเราแน่นอนครับ (เพราะภาษีเค้าแพงกว่า) แต่ว่าจะมีมาวางจำหน่ายในประเทศไทยเมื่อไหร่นั้นก็คงต้องรอลุ้นกันอีกที