fbpx
News

เปิดตัว Huawei Mate 30 / Mate 30 Pro ชูกล้องถ่ายที่มืดดีขึ้นทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ พร้อมโหมด Ultra Slo-mo ที่ช้าจนถ่ายลูกปืนได้

เปิดตัวแล้วจ้า.. มือถือเรือธงระดับเทพซีรีส์ Huawei Mate 30 ที่คราวนี้ยังคงมาพร้อมกันหลายรุ่นอีกเช่นเคย ทั้งรุ่นธรรมดา Mate 30, รุ่นท็อป Mate 30 Pro และรุ่นท็อปสุดๆ ที่ไปจับมือกับค่ายรถหรู Mate 30 Porsche Design ซึ่งทั้งสเปคและฟีเจอร์ต่างๆ จัดเต็มมาแบบไม่ให้เสียชื่อ Huawei แน่นอน.. ว่าแล้วก็มาดูกันครับ ว่าจะมีอะไรมาให้เราได้ตื่นตาตื่นใจกันบ้าง

Huawei Mate 30 / Mate 30 Pro

ดีไซน์

Huawei mate 30 มีดีไซน์กล้องหลังที่วางบนแท่นกลม เพื่อให้ได้อารมณ์แบบกล้องถ่ายรูปแบบมืออาชีพ

หน้าจอแบบ Horizon Display ที่มีขอบโค้งถึง 88° ทำให้ Mate 30 Pro กลายเป็นมือถือที่ไร้ขอบจอด้านข้าง ส่วนขอบจอด้านบนก็ขนาดบางแค่ 4 มม. หน่อยๆ เท่านั้น  ทำให้ตัวเครื่องของ Mate 30 Pro มีขนาดที่เล็กกว่ามือถือรุ่นอื่นๆ ในขณะที่หน้าจอมีขนาดใหญ่กว่า

และเนื่องจากจอของ Mate 30 Pro โค้งลงมาจนถึงขอบเครื่อง ทำให้ต้องตัดปุ่มต่างๆ ทิ้งไป ทั้งปุ่ม Power และปุ่มปรับเสียง แต่ย้ายปุ่มเหล่านั้นมาไว้บนขอบจอที่โค้งลงมาแทน โดยใช้ระบบสัมผัสในการสั่งงานนั่นเอง

Notch บนหน้าจอของ Mate 30 Pro มีขนาดเล็กลงกว่าเดิม แต่อัดแน่นมาด้วยเซ็นเซอร์ล้ำๆ ทั้ง 3D Depth Camera, Gesture Sensor, Ambient Light & Proximity Sensor และกล้องเซลฟี่

วัสดุหลังเครื่องที่ผสานพื้นผิวแบบมันวาวกับแบบด้าน ทำให้การถือเครื่องถนัดมือและไม่ลื่นหลุดง่ายๆ

Huawei Mate 30 และ Mate 30 Pro มีสีให้เลือกทั้งหมด 6 สี คือสีเงิน Space Silver, สีเขียว Emerald Green, ศีม่วง Cosmic Purple, สีดำ และ 2 สีพิเศษที่มีวัสดุเป็นหนังเทียม Vegan Leather สีเขียว Forest Green และสีส้ม

หน้าจอ

Huawei Mate 30 Pro ใช้หน้าจอแบบ Flex OLED ขนาด 6.53 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2400 x 1176) อัตราส่วน 18.4 : 9 รองรับการแสดงผลแบบ DCI-P3 HDR และมีการแสดงผลสีแบบ Cinematic Colour

ชิป Kirin 990

Huawei Mate 30 และ Mate 30 Pro ใช้ชิป Kirin 990 รุ่นล่าสุดที่มีประสิทธิภาพในการทำงานของ CPU, GPU และ NPU เพิ่มขึ้นกว่าเดิม แถมยังใช้พลังงานน้อยลงอีกด้วย

นอกจากนี้ชิปดังกล่าวยังรองรับการใช้งานเครือข่าย 5G ในตัว ที่สามารถทำความเร็วในการดาวน์โหลดสูงถึง 1.5Gbps เลยทีเดียว

Kirin 990 ยังใช้เทคโนโลยีฟิล์มกราฟีนช่วยในการระบายความร้อนได้ดีอีกด้วย

ระบบ SuperCharge ชาร์จไวทั้งมีสายและไร้สาย 

Mate 30 และ Mate 30 Pro มีระบบชาร์จไวแบบเสียบสายที่ระดับ 40W และยังมีระบบชาร์จไวไร้สายที่สูงถึง 27W อีกต่างหาก

ส่วนระบบ Wireless Reverse Charge ชาร์จไฟให้อุปกรณ์อื่นแบบไร้สายก็เร็วกว่าเดิมถึง 3 เท่า

กล้องหลัง 4 ตัว 40MP พร้อมโหมดถ่ายในที่แสงน้อยสุดเทพ

Mate 30 / 30 Pro มีโหมดถ่ายภาพในที่มืดที่สามารถเก็บภาพได้สว่างและชัดเจนเหมือนถ่ายตอนกลางวันยังไงยังงั้นเลย ซึ่งเทคโนโลยีถ่ายภาพในที่มืดดังกล่าว จะมีให้ใช้ได้หลากหลายโหมด ทั้งการถ่ายภาพนิ่ง, วิดีโอ, Time Lapse ฯลฯ

ระบบซูม 10 เท่า ของ Mate 30 Pro ยังสามารถเก็บภาพระยะไกลได้อย่างคมชัด และให้รายละเอียดที่ครบถ้วนอยู่

โหมดถ่ายภาพและวิดีโอ Pro-Bokeh Effect หรือภาพแบหน้าชัดหลังเบลอ ก็ทำได้เหมือนใช้กล้องระดับโปร

โหมดถ่ายวิดีโอระดับมืออาชีพ

Mate 30 Pro เป็นมือถือรุ่นแรกที่มาพร้อมกับเซ็นเซอร์ความละเอียด 40MP สำหรับการถ่ายวิดีโอโดยเฉพาะ ที่สามารถถ่ายได้ที่ความละเอียดสูงสุด 4K 60fps

โหดสุดๆ ด้วยโหมด Ultra Slow Motion ที่บันทึกภาพได้ถึง 7680 fps โดยมันสามารถจับภาพได้พอๆ กับกล้อง High Speed ระดับมืออาชีพที่มีราคาเป็นแสนดอลลาร์ได้เลยทีเดียว

Smart Gesture Control

ฟีเจอร์ล้ำๆ ที่ใช้เซ็นเซอร์จับการเคลื่อนไหวที่อยู่บน Notch เพื่อจับการเคลื่อนไหวของฝ่ามือในการบังคับหน้าจอ แค่ปัดมือไปมาโดยไม่ต้องแตะหน้าจอเลย

รองรับ M-Pen

Huawei Mate 30 Pro รองรับการใช้งานกับปากกา M-Pen ที่รองรับแรงกดได้ถึง 4,096 ระดับ เพื่อการจด หรือวาดเขียนที่เหมือนกับการใช้ปากกาและดินสอจริงๆ

Huawei Mate 30 Porsche Design

ดีไซน์

Huawei ยังคงจับมือกับแบรนด์รถหรูอย่าง Porsche ออกมาเป็น Mate 30 Porsche Design มือถือไฮเอนด์ระดับพรีเมี่ยมที่ได้แรงบันดาลใจในการออกแบบจากรถแบรนด์ Porsche ด้วยวัสดุหุ้มเครื่องหนังแท้แบบ Hand-crafted และลายเส้น Racing Stripe เพิ่มความโฉบเฉี่ยวให้กับตัวเครื่อง โดยมีให้เลือกด้วยกัน 2 สี คือ สีแดง และสีดำ

หน่วยความจำสูงกว่า

Huawei Mate 30 Porsche Design มีสเปคต่างๆ ที่เหมือนกับรุ่น Mate 30 Pro ทั้งหมด ยกเว้นหน่วยความจำที่สูงกว่า โดยอัด RAM มาให้ถึง 12GB และมีความจุสูงถึง 512GB เลยทีเดียว

ราคา

สำหรับราคาของมือถือซีรีส์ Huawei Mate 30 ทุกรุ่นที่เปิดตัวในงาน มีราคาตามนี้

  • Huawei Mate 30 (8GB / 128GB) : ราคา 799 ยูโร หรือประมาณ 27,000 บาท
  • Huawei Mate 30 Pro (8GB / 256GB) : ราคา 1,099 ยูโร หรือประมาณ 37,000 บาท
  • Huawei Mate 30 Pro 5G (8GB / 256GB) : ราคา 1,199 ยูโร หรือประมาณ 40,500 บาท
  • Huawei Mate 30 Porsche Design (12GB / 512GB) : ราคา 2,095 ยูโร หรือประมาณ 70,750 บาท

ส่วนวันวางจำหน่ายในตอนนี้ทาง Huawei ยังไม่ได้เปิดเผยออกมาว่าจะเป็นเมื่อไหร่ รวมถึงตลาดโซนไหนจะได้ก่อน เอาไว้เราจะคอยมาอัพเดทให้อีกครั้งครับ

10 Comments

  1. Avatar

    Chertchai Post on September 19, 2019 at 9:28 pm

    #1012255

    ราคาตกไวแน่ไม่ต้องรีบซื้อกันละ ขนาดมี google service ยังตกไวเลยนี้ไม่มี จะเหลือเหรอ รอสักสี่เดือนค่อยซื้อยังไม่สาย

  2. Avatar

    coolcool Post on September 19, 2019 at 9:39 pm

    #1012256

    เจตนาเขียนข้าม ประเด็นกูเกิ้ล เซอร์วิส

  3. s4205531

    s4205531 Post on September 19, 2019 at 9:40 pm

    #1012257

    ไม่มี Google service ลาก่อน

  4. Avatar

    devilshop Post on September 19, 2019 at 10:07 pm

    #1012259

    แล้ว google service ละ 🙂 🙂

    • Avatar

      wisthawat Post on September 19, 2019 at 10:29 pm

      #1012260

      ถ้าอยากจะเล่นรุ่นนี้
      สงสัยต้องหางิธีลงเอง
      ใน xda-developer น่าจะมีวิธีลง

  5. iristoh

    iristoh Post on September 20, 2019 at 12:05 am

    #1012268

    จอโค้งยิ่งกว่าซัมซุง  จุดนี้ไม่น่าจะเอามาชูเลย
    เพราะจอโค้งของซัมซุงทุกวันนี้ยังอธิบายถึงประโยชน์ไม่ได้  อ่านเน็ต ดูคลิป ดูภาพ
    ก็ได้ภาพขอบจอที่โค้งบิดเบือนมากพออยู่แล้ว

    เอาเข้าจริง ผมว่าซัมซุงถ้าเขาอยากจะทำจอโค้งลงไปถึงข้างๆ ก็คงทำได้มานานตั้งแต่ S6 แล้ว
    แต่ไม่ทำก็เพราะลึกๆตัวเองก็รู้แก่ใจว่ามันไม่มีประโยชน์ และใช้งานยากเปล่าๆ

    • iristoh

      iristoh Post on September 20, 2019 at 12:07 am

      #1012269

      บอกไว้นิดนึง  ตอนนี้ผมใช้ S10

    • Chen Chunkla

      Chen Chunkla Post on September 20, 2019 at 7:00 am

      #1012283

      ด้านข้างใช้เป็นสัมผ้สเพิ่ม ลดเสียงและเปป็นชัตเตอรถ่ายเซลฟี่ได้นะ

  6. Avatar

    mozzard Post on September 20, 2019 at 7:53 am

    #1012287

    คงขายได้แต่ในเมืองจีน เพราะจีนไม่ใช้กูเกิลเซอร์วิสอยู่แล้ว ส่วนนอกจีนจะไปขายใคร เอาเงินสามสี่หมื่นไปซื้อกล้องจริง ๆ เลยดีกว่า เพราะไม่มีกูเกิลเซอร์วิสมันก็ไม่ต่างอะไรกับฟังค์ชั่นโฟนสมัยก่อนเลย

  7. Avatar

    sidewaymaster Post on September 20, 2019 at 8:18 pm

    #1012352

    ส่วนตัวมองว่ามันเป็นมือถือแห่งปีได้เลยนะ แต่เสียดายตรงที่ไม่มี GMS นี่แหละ หวังว่าปัญหาระหว่าง Huawei กับอเมริกาจะจบลงด้วยดีและเลิกแบนสินค้า Huawei สักที

Leave a Reply

To Top