HUAWEI Watch Fit 3 เปิดตัวเป็นที่เรียบร้อยแล้วกับดีไซน์ที่เปลี่ยนใหม่หมดจด จากหน้าปัดจอสี่เหลี่ยมผืนผ้า กลายเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสดูคุ้น ๆ ตา ผสมผสานความเป็นแฟชั่นมากขึ้น นอกจากดีไซน์ที่เปลี่ยนไปแล้ว ยังได้ฟีเจอร์ตรวจวัดสุขภาพใหม่ ๆ ทั้ง Stay Fit ช่วยนับแคลอรี่อาหารที่เรารับประทานไปในแต่ละวัน แถมยังมีแอนิเมชันต่าง ๆ คอยแนะนำการออกกำลังกายด้วย

เปิดตัว HUAWEI WATCH FIT 3

HUAWEI WATCH FIT 3 เปิดตัวมากับดีไซน์ที่ คุ้นตากันเป็นอย่างดี เพราะมีการปรับให้ดูเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสมากขึ้นในชื่อดีไซน์ว่า Fashion Squared ไซซ์กำลังดี ใส่ได้ทั้งข้อมือผู้หญิง และผู้ชาย พร้อมอัปเกรดวัสดุตัวเรือนไปใช้โลหะอะลูมิเนียมอัลลอยที่น้ำหนักเบามาก ๆ เพียง 26 กรัมเท่านั้น แถมยังบางสุด ๆ เพียง 9.9 มม. และรองรับการกันน้ำถึงระดับ 5 ATM เลยด้วย

จอแสดงผลในรุ่นนี้มาในขนาด 1.82 นิ้ว ใช้พาเนล AMOLED รีเฟรชเรต 60Hz กินพื้นที่ 77.4% ของตัวเรือน ทำให้ขอบไม่ดูหนาจนเกินไป แถมยังคมชัดด้วยค่าเม็ดพิกเซลกว่า 347 PPI อีกทั้งยังไม่กลัวแสงเพราะสว่างได้สูงสุด 1,500 nits และรองรับโหมด Always-On Display

HUAWEI WATCH FIT 3 ได้เพิ่มความดูดีในดีไซน์ด้วยการเพิ่มปุ่มเม็ดมะยม Rotating Crown ที่สามารถใช้เลื่อนหาแอป ปรับระดับเสียง หรือจะกดเพื่อย้อนกลับหรือสลับแอปก็ทำได้ ข้าง ๆ กันมีปุ่ม Handy Function ที่สามารถตั้งค่าเรียกใช้แอปต่าง ๆ ได้สะดวก

เรื่องเซนเซอร์ตรวจวัดค่าสุขภาพเรียกได้ว่ามีมาให้แบบครบครันกับระบบ TruSeen 5.5 ที่สามารถตรวจจับอัตราการเต้นของหัวใจ, ตรวจจับออกซิเจนในเลือด (SpO2) ได้อย่างแม่นยำ นอกจากนี้ยังมีเซนเซอร์ PPG ที่ช่วยวิเคราะห์ และแจ้งเตือนในกรณีที่หัวใจเต้นผิดจังหวะ และสามารถบันทึก และติดตามรอบการมีประจำเดือนในผู้หญิงได้ด้วย

HUAWEI WATCH FIT 3 ยังมากับระบบตรวจจับ และวิเคราะห์การนอนหลับ TruSleep ที่จะคอยรวบรวมข้อมูลอัตราการเต้นของหัวใจ ออกซิเจนในเลือด รวมถึงการหายใจที่ผิดปกติระหว่างการนอนเพื่อวิเคราะห์คุณภาพการนอนออกมาเป็นคะแนน และเป็นกราฟแบบละเอียด รวมถึงยังมี Sleep Mode ช่วยเปิดเสียงเอฟเฟกต์ธรรมชาติ หรือเปิดเพลงคลอเพื่อช่วยให้เราหลับได้ง่ายขึ้น

ส่วนโหมดการออกกำลังกายในรุ่นนี้มีมาให้มากกว่า 100 โหมดกีฬา รองรับการตรวจจับการออกกำลังกายอัตโนมัติ 6 ชนิด มีแอนิเมชัน 3D พร้อมเสียงพากย์คอยแนะนำท่าทางในการวอร์มอัป และคูลดาวน์ก่อน และหลังออกกำลังกาย แถมยังมีโหมดใหม่อย่าง Track Run Mode สามารถใช้ GPS เพื่อติดตามรอบการวิ่ง และระยะทางต่าง ๆ ได้อย่างแม่นยำ

นอกจากนี้เมื่อใช้งานร่วมกับ HUAWEI Health ก็จะมีฟีเจอร์อย่าง StayFit ที่สามารถติดตามได้ว่าเรากินอะไร นับเป็นแคลอรี่เท่าไหร่ และควรจ้องออกกำลังกายแบบไหนโดยอิงตามประวัติการออกกำลังกายของผู้ใช้งาน ถึงพอเหมาะกับอาหารที่รับประทานไป รวมถึงยังมี Food Library ที่ช่วยบอกด้วยว่าอาหารแต่ละอย่างที่เรากินไปมีสารอาหารอะไรบ้าง

HUAWEI WATCH FIT 3 ติดตั้งมากับระบบ Harmony OS 4.1 ที่ใช้งานได้ง่ายขึ้น ตัวหนังสือ และหน้าตา UI ต่าง ๆ มีขนาดใหญ่ขึ้น และมีหน้าตา Watch Faces ให้เลือกปรับคัสตอมกว่า 100 แบบ แถม HUAWEI ยังมีซอฟต์แวร์พัฒนา Watch Faces ให้สำหรับคนที่สนใจออกแบบด้วยตนเองไปใช้งานด้วย

ส่วนฟีเจอร์อื่น ๆ ที่น่าสนใจคือ รุ่นนี้มีฟีเจอร์อย่าง Bluetooth-Call รับสาย และโทรออกได้ผ่านบลูทูธ มีลำโพงในตัวสามารถบันทึกเพลงในตัวนาฬิกาเพื่อฟังในขณะออกกำลังกายได้ รวมถึงสามารถใช้ตัวนาฬิกาเพื่อเป็นปุ่มชัตเตอร์แทนแอปกล้องบนมือถือได้ด้วย

ด้านแบตเตอรี่ HUAWEI WATCH FIT 3 มากับความจุ 400 mAh ที่เคลมว่าชาร์จครั้งเดียวสามารถใช้งานได้นานสูงสุดถึง 10 วัน หรือถ้าใช้งานทั่วไปจะอยู่ได้ที่ราว ๆ 7 วัน หรือหากเปิดโหมด Always-On Display ไปด้วยจะอยู่ได้นานสูงสุด 4 วัน นอกจากนี้ยังรองรับโหมดชาร์จด่วน ชาร์จเพียง 10 นาทีก็สามารถใช้งานได้ตลอดทั้งวัน

ราคา และการวางจำหน่าย

ณ ตอนนี้ HUAWEI Watch Fit 3 เปิดวางจำหน่ายเฉพาะในตลาดยุโรปเท่านั้น หลังจากนั้นจะเริ่มวางจำหน่ายในพื้นที่อื่น ๆ ทั่วโลก โดยมีให้เลือกทั้งหมด 6 แบบ 6 สไตล์หลากสีหลายวัสดุ ซึ่งราคา และรุ่นสีต่าง ๆ เปิดมาดังนี้

  • ตัวเรือนสีทอง + สายหนังสีขาวส้ม ราคา 180 ยูโร หรือราว ๆ 7,100 บาท
  • ตัวเรือนสีขาว-หมุดแดง + สายสีขาว Nylon ราคา 160 ยูโร หรือราว ๆ 6,300 บาท
  • ตัวเรือนสีขาว-หมุดแดง + สายสีเบจ Fluoroelastomer ราคา 160 ยูโร หรือราว ๆ 6,300 บาท
  • ตัวเรือนสีขาว + สายสีเขียว Fluoroelastomer ราคา 160 ยูโร หรือราว ๆ 6,300 บาท
  • ตัวเรือนสีชมพู + สายสีชมพู Fluoroelastomer ราคา 160 ยูโร หรือราว ๆ 6,300 บาท
  • ตัวเรือนสีดำ + สายสีดำวัสดุ Fluoroelastomer ราคา 160 ยูโร หรือราว ๆ 6,300 บาท