หากใครกำลังมองหาสมาร์ทโฟนระดับเริ่มต้น ที่มีดีไซน์โดดเด่นไม่ซ้ำใคร และให้แบตเตอรี่มาแบบใช้งานข้ามวันได้อย่างสบายๆ Infinix Hot 70 คือคำตอบล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวสดๆ ร้อนๆ โดยความน่าสนใจของมือถือรุ่นนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่สเปคที่คุ้มค่า แต่มาพร้อมกับนวัตกรรมฝาหลังเปลี่ยนสีได้ตามอุณหภูมิ (Thermo Paint) และแบตเตอรี่ 6,000 mAh บนตัวเครื่องที่บางเฉียบ

ดีไซน์ล้ำสมัย ฝาหลังเปลี่ยนสีได้ ตัวเครื่องที่บางเฉียบ
สิ่งที่ทำให้ Infinix Hot 70 กลายเป็นกระแสพูดถึงอย่างมากคือการนำเทคโนโลยี Thermo Paint มาใช้ในสีไฮไลต์อย่าง สีส้ม Thermo Orange หลักการทำงานของฝาหลังรุ่นนี้คือ การตอบสนองต่อระดับความร้อน เมื่อตัวเครื่องอยู่ในสภาวะอุณหภูมิต่ำหรือเย็น ฝาหลังจะแสดงผลเป็นสีส้มโทนเข้มดูลึกลับที่เรียกว่า Quiet Orange แต่เมื่อตัวเครื่องเริ่มอุ่นขึ้นหรือได้รับความร้อนจากการจับถือและการใช้งาน สีฝาหลังจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีส้มสว่างสดใสที่เรียกว่า Playful Orange ถือเป็นกิมมิกที่น่าตื่นตาตื่นใจสำหรับสมาร์ทโฟนในเซกเมนต์นี้
นอกจากสี Thermo Orange แล้ว Infinix Hot 70 ยังมีตัวเลือกสีสันในสไตล์ดั้งเดิมให้เลือกอีกถึง 5 สี ได้แก่
- Green Texture (เขียวผิวสัมผัสพิเศษ)
- Quiet Violet (ม่วงพาสเทล)
- Dive Blue (น้ำเงินเข้มลึก)
- Silver Dancer (เงินประกาย)
- Night Pulse (ดำคลาสสิก)
โดยความบางของตัวเครื่องรุ่นนี้ ทำออกมาหนาเพียง 7.49 มิลลิเมตร และมีน้ำหนักอยู่ที่ 195 กรัม ซึ่งถือว่าเบาและบางมากเมื่อเทียบกับบรรจุแบตเตอรี่ขนาดถึง 6,000 mAh ที่อยู่ภายใน
ประสิทธิภาพและการใช้งาน
ขุมพลัง MediaTek Helio G100 Ultimate
Infinix Hot 70 ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต MediaTek Helio G100 Ultimate ซึ่งเป็นชิปเซ็ตสถาปัตยกรรมระดับเริ่มต้น-กลางตัวเดียวกับรุ่นพี่อย่าง Infinix Note 50 Pro ตัวชิปสามารถตอบสนองการใช้งานทั่วไปได้อย่างไหลลื่น ไม่ว่าจะเป็นการเล่นโซเชียลมีเดีย ดูสตรีมมิง หรือการเล่นเกมระดับทั่วไปถึงปานกลาง
โดยทาง Infinix ได้จัดสรรหน่วยความจำมาให้เลือกอย่างยืดหยุ่นตามงบประมาณถึง 4 สเปค ได้แก่
- RAM 6GB + 128GB
- RAM 8GB + 128GB
- RAM 6GB + 256GB
- RAM 8GB + 256GB
หน้าจอใหญ่ 6.78 นิ้ว พร้อม Refresh Rate 120Hz
เต็มอิ่มทุกสายตาด้วยหน้าจอแสดงผลแบบ IPS LCD ขนาดใหญ่ถึง 6.78 นิ้ว จุดเด่นคือการรองรับ Refresh Rate ระดับ 120Hz ซึ่งช่วยให้การปัดหน้าจอ การเลื่อนฟีดสไลด์ และการแสดงผลอนิเมชันต่างๆ มีความสมูทลื่นไหลเป็นพิเศษ อย่างไรก็ตาม ในแง่ของความละเอียดจะอยู่ที่ 720 x 1576 พิกเซล (HD+) ซึ่งอาจจะไม่คมชัดเท่าหน้าจอระดับ Full HD+ แต่ก็ช่วยในเรื่องของการประหยัดพลังงานได้เป็นอย่างดี
แบตเตอรี่พันธุ์อึด 6,000 mAh และระบบชาร์จไว 45W
หมดกังวลเรื่องแบตเตอรี่หมดระหว่างวัน เพราะ Infinix Hot 70 อัดแบตเตอรี่มาให้สูงถึง 6,000 mAh สามารถใช้งานทั่วไปทะลุ 2 วันได้อย่างสบายๆ มาพร้อมระบบชาร์จไว 45W Fast Charging ผ่านพอร์ต USB Type-C นอกจากนี้ ยังมีฟีเจอร์เด็ดอย่าง 10W Reverse Charging ที่สามารถเปลี่ยนตัวเองเป็นพาวเวอร์แบงก์จ่ายไฟให้อุปกรณ์อื่นๆ เช่น หูฟังไร้สาย หรือสมาร์ทโฟนเครื่องอื่นผ่านสายชาร์จได้อีกด้วย
กล้องถ่ายภาพและฟีเจอร์เสริมที่น่าสนใจ
- กล้องหลังคู่ความละเอียดสูง: กล้องหลักให้ความละเอียดมาที่ 50 ล้านพิกเซล (f/1.9) สามารถถ่ายภาพในที่แสงสมบูรณ์ได้คมชัดและเก็บรายละเอียดได้ดี โดยทำงานร่วมกับเลนส์เสริม ที่ตรวจจับความลึก เพื่อช่วยในการถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอ
- กล้องหน้าสำหรับเซลฟี: ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล (f/2.0) รองรับการวิดีโอคอลและการถ่ายภาพเซลฟีได้อย่างคมชัดชัดเจน
- ปุ่มฮาร์ดแวร์อเนกประสงค์: สมาร์ทโฟนราคาย่อมเยารุ่นนี้มีปุ่มกดพิเศษแยกมาให้ที่ด้านข้างตัวเครื่อง ซึ่งผู้ใช้สามารถตั้งค่าทางลัดได้เอง เช่น กดเพื่อเปิดไฟฉาย, กดเพื่อเปิดกล้องด่วน หรือเรียกใช้งานแอปพลิเคชันที่ใช้บ่อยได้ทันที
- ซอฟต์แวร์ใหม่ล่าสุด: แกะกล่องมาพร้อมระบบปฏิบัติการ Android 16 เวอร์ชันใหม่ ครอบทับด้วย XOS 16 ซอฟต์แวร์เฉพาะของ Infinix ที่เน้นการปรับแต่งที่หลากหลายและการจัดการพลังงานที่มีประสิทธิภาพ
สเปค Infinix Hot 70
- จอภาพ : IPS LCD ขนาด 6.78 นิ้ว
- ความละเอียด : HD+ (720 x 1576 พิกเซล)
- สว่างสูงสุด : 700 นิต
- อัตรารีเฟรช : 120Hz
- ชิปเซต : MediaTek Helio G100 Ultimate (6 nm)
- RAM : 6GB / 8GB
- Storage : 128GB / 256GB
- กล้องหลัง : มีทั้งหมด 2 ตัว (กล้องคู่)
- กล้องหลัก : 50MP (f/1.9), AF
- กล้อง Depth
- กล้องหน้า : 8 ล้านพิกเซล (f/2.0)
- ระบบเสียง : ลำโพงเดี่ยวระดับมาตรฐาน
- รองรับ : ระบบเสียง DTS Audio
- แบตเตอรี่ : 6,000 mAh
- รองรับชาร์จไว 45W
- รองรับ 10W Reverse Charging
- Bypass charging
- การเชื่อมต่อ
- 4G LTE
- Wi-Fi 5
- Bluetooth 5.4
- NFC
- พอร์ต
- USB : USB Type-C 2.0
- หูฟัง : รองรับช่องเสียบรูหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร
- ซิม : Dual SIM (นาโนซิม, รองรับ Dual Standby)
- เซนเซอร์ : เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือด้านข้าง), Accelerometer, Proximity
- ความทนทาน : IP65
- ระบบปฏิบัติการ : Android 16 ครอบทับด้วย XOS 16
- ขนาด : ความบางตัวเครื่อง 7.49 มิลลิเมตร
- น้ำหนัก : 195 กรัม
โดยราคา จะเป็นเพียงราคาคาดการณ์คร่าวๆ ยังไม่ได้เปิดมาทั้งหมด ซึ่งจะอยู่ที่ราวๆ 150 ดอลลาร์ หรือราวๆ 5,000 บาท

Comment