สาวก Apple ที่กำลังตั้งตารอ iPhone Ultra หรือ ไอโฟนจอพับได้ เครื่องแรกของค่าย ข้อมูลล่าสุดจากนักวิเคราะห์ห่วงโซ่อุปทานชื่อดังอย่าง Ming-Chi Kuo อาจทำให้ต้องเตรียมใจ เพราะนอกจากต้องเตรียมเงินไว้ล่วงหน้าเยอะๆ ก็ต้องมือเร็ว กดให้ไวถ้าอยากใช้ก่อนใคร เพราะดูเหมือนว่าประวัติศาสตร์กำลังจะซ้ำรอย iPhone X อีกครั้ง
Kuo ได้เปิดเผยบทวิเคราะห์เชิงลึกระบุว่า สถานการณ์ของ iPhone จอพับ ที่จะเปิดตัวในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 นั้น มีความคล้ายคลึงกับเหตุการณ์เปิดตัว iPhone X เมื่อปี 2017 ทั้งในแง่ของ นวัตกรรมที่ผลิตยาก และ ปัญหาของขาดตลาด
ทำไมถึงบอกว่าเหมือน iPhone X ?
ย้อนกลับไปในปี 2017 iPhone X ถือเป็นนวัตกรรมเปลี่ยนโลกของ Apple ด้วยการเป็นไอโฟนรุ่นแรกที่ใช้หน้าจอ OLED แบบเต็มจอ, ตัดปุ่ม Home, และใส่กล้อง TrueDepth เพื่อระบบ Face ID เนื่องจากชิ้นส่วนใหม่เหล่านี้ผลิตยากมาก ทำให้ยอดจัดส่งในไตรมาส 3 ของปี 2017 ต่ำกว่า 1 ล้านเครื่อง ส่งผลให้เกิดเหตุการณ์ดังนี้
- เปิดตัวพร้อมกัน : 12 กันยายน 2017 (เปิดตัวพร้อม iPhone 8 / 8 Plus)
- แต่ขายทีหลัง : iPhone 8 วางขายกุมภาพันธ์/กันยายน แต่วันเปิดจอง iPhone X ต้องลากยาวไปถึง 27 ตุลาคม และขายจริง 3 พฤศจิกายน 2017
- ยอดขายรวม : เมื่อซัพพลายเริ่มนิ่งในเดือนพฤศจิกายน ยอดจัดส่งครึ่งปีหลังของ iPhone X ก็พุ่งไปแตะ 30 ล้านเครื่อง
Foldable iPhone ก็กำลังเผชิญชะตากรรมเดียวกัน ด้วยความที่เป็นสมาร์ทโฟนหน้าจอพับได้รุ่นแรกของค่าย ย่อมมาพร้อมกับเทคโนโลยีบานพับและหน้าจอที่ซับซ้อน ทำให้การผลิตในช่วงแรกทำได้จำกัด และต้องเลื่อนการส่งมอบสินค้าไปอยู่ในไตรมาส 4 ของปี 2026
ราคาคาดการณ์ และปรากฏการณ์ตลาดรีเซลพุ่งกระฉูด
จากการพูดคุยกับบรรดาผู้ให้บริการเครือข่าย, ช่องทางการจัดจำหน่าย และกลุ่มพ่อค้ารับหิ้ว Kuo วิเคราะห์ว่าราคาของ Foldable iPhone จะเปิดมาสูงระดับ Super Premium ที่ประมาณ $2,300 – $2,500 (ราวๆ 77,000 – 85,000 บาท ไม่รวมภาษี)
สิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากเปิดจอง
- สินค้าจะ Sold out ในเวลาอันรวดเร็ว
- ระยะเวลาการส่งมอบ จะดีดไปอยู่ที่ 4 – 6 สัปดาห์ ตลอดเดือนธันวาคม
- เกิดกระแสการปั่นราคาในตลาดรีเซล โดยราคาเครื่องหิ้วหรือเครื่องพร้อมส่ง อาจพุ่งสูงขึ้น 50% ถึง 100% จากราคาปกติ
เทียบยอดผลิต iPhone Ultra vs iPhone 18 Pro
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่าทำไม iPhone Ultra ถึงจะกลายเป็นของหายาก Kuo ได้กางตัวเลขคาดการณ์ยอดจัดส่งในไตรมาส 3 ปี 2026 ออกมาเปรียบเทียบดังนี้
| รุ่น | ยอดจัดส่งคาดการณ์ใน Q3 26 | สถานะสต็อกสินค้า |
| iPhone 18 Pro / Pro Max | 20 – 22 ล้านเครื่อง | มีสินค้าเพียงพอสำหรับการเปิดตัวและวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการทันที |
| iPhone Ultra | 5 แสน – 1 ล้านเครื่อง | สต็อกต่ำมาก ไม่เพียงพอต่อเกณฑ์การวางจำหน่ายพร้อมรุ่นปกติ |
จากตารางจะเห็นว่า ยอดผลิตของไอโฟนจอพับต่ำกว่ารุ่น Pro และ Pro Max อย่างมาก นั่นคือเหตุผลที่ Apple จำเป็นต้องเลื่อนวันวางจำหน่ายจริงออกไป
สรุปภาพรวม ดีมานด์จริงหรือแค่กระแส? ต้องดูกันยาวๆ
แม้ว่ายอดจัดส่งรวมของ Foldable iPhone ในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 จะคาดการณ์ไว้ที่ 7 – 8 ล้านเครื่อง (ซึ่งน้อยกว่ายอด 30 ล้านเครื่องของ iPhone X ในอดีตมาก เนื่องจากข้อจำกัดด้านราคาที่สูงกว่าและความยากในการผลิตที่มากกว่า)
Kuo ทิ้งท้ายว่า ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการประเมินว่า Foldable iPhone คือความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภค หรือเป็นเพียงแค่กระแสเห่อของใหม่ จะอยู่ในช่วง ปลายปี 2026 ถึงไตรมาส 1 ของปี 2027 เพราะเมื่อผ่านพ้นช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองปลายปีและกระแสไฮป์จากการเปิดตัวไปแล้ว ประกอบกับกำลังการผลิตของโรงงานที่เริ่มคงที่ เราจึงจะเห็นตัวเลข “ความต้องการที่แท้จริง” ในระยะยาวของสมาร์ทโฟนจอพับจาก Apple เครื่องนี้
ที่มา : บทวิเคราะห์โดย Ming-Chi Kuo

Comment