หลายคนที่สมัยก่อนเคยลง Windows เถื่อน น่าจะคุ้นเคยกับชื่อของ KMS เป็นอย่างดี เพราะนี่คือหนึ่งในวิธี Activate Windows ยอดนิยมที่ใช้กันมานาน แต่ Microsoft เตรียมปิดช่องทางดังกล่าวด้วยการนำชิป TPM มาใช้ยืนยันตัวตนของเซิร์ฟเวอร์ KMS เพื่อป้องกันการปลอมแปลงหรือสร้างเซิร์ฟเวอร์จำลองขึ้นมาหลอกระบบเปิดใช้งาน Windows

ก่อนอื่นต้องอธิบายว่า KMS หรือ Key Management Service ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้แคร็ก Windows แต่เป็นระบบเปิดใช้งานซอฟต์แวร์ที่ Microsoft เตรียมไว้สำหรับองค์กรขนาดใหญ่ ซึ่งมีคอมพิวเตอร์ Windows อยู่เป็นจำนวนมาก

แทนที่ฝ่ายไอทีจะต้องนำคีย์ไปกรอกทีละเครื่อง องค์กรสามารถตั้งเซิร์ฟเวอร์ KMS ไว้ตรงกลาง แล้วให้คอมพิวเตอร์ภายในบริษัทเข้ามาขอคีย์เพื่อเปิดใช้งาน Windows ได้โดยอัตโนมัติ เครื่องลูกข่ายจะได้รับสิทธิ์ใช้งานเป็นเวลา 180 วัน และต้องติดต่อกลับมาหาเซิร์ฟเวอร์เป็นระยะเพื่อต่ออายุสิทธิ์

ปัญหาคือระบบนี้ถูกนำไปดัดแปลงเป็นเครื่องมือเปิดใช้งาน Windows เถื่อน โดยผู้พัฒนาเครื่องมือบางกลุ่มสร้างโปรแกรมหรือสคริปต์ที่จำลองการทำงานของเซิร์ฟเวอร์ KMS ขึ้นมา เพื่อหลอกให้ Windows เข้าใจว่าเครื่องกำลังเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ขององค์กรที่ได้รับอนุญาตจริง

มาตรการใหม่ของ Microsoft มีชื่อว่า KMS Hardware-Secured โดยจะเพิ่มขั้นตอนให้เครื่องที่ทำหน้าที่เป็น KMS Host ต้องยืนยันตัวตนผ่าน TPM-based attestation หรือการใช้ชิป TPM สร้างข้อมูลยืนยันว่าเซิร์ฟเวอร์ดังกล่าวทำงานอยู่บนฮาร์ดแวร์จริงที่เชื่อถือได้ ไม่ได้ถูกโคลน ดัดแปลง หรือสร้างขึ้นมาสวมรอยด้วยโปรแกรมจำลอง

มาตรการนี้จึงมีโอกาสกระทบกับเครื่องมือแคร็กที่อาศัยการจำลองระบบ KMS โดยตรง โดยเฉพาะ Online KMS ซึ่งต้องเชื่อมต่อไปยังเซิร์ฟเวอร์ภายนอกเพื่อขอเปิดใช้งาน Windows

ส่วนกำหนดการนั้น Microsoft จะเริ่มแสดงข้อความแจ้งเตือนบน Windows Server 2025 ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2026 เป็นต้นไป เพื่อแจ้งผู้ดูแลระบบว่าเครื่อง KMS Host รองรับมาตรการใหม่หรือไม่ แต่ช่วงดังกล่าวยังเป็นเพียงการแจ้งเตือนเท่านั้น ส่วนการบังคับใช้จริงจะเริ่มกับ Windows Server รุ่น LTSC ในอนาคต ซึ่ง Microsoft ยังไม่ได้ประกาศวันที่ชัดเจน

ที่มา : windowsreport