ใครที่เคยใช้วิธีลบไฟล์ในโฟลเดอร์ Prefetch ตอนเข้าไปลบแคช เพราะเชื่อว่าจะช่วยให้ Windows 11 ทำงานเร็วขึ้น อาจต้องเปลี่ยนความเข้าใจกันใหม่ หลัง Windows Latest ทดลองลบไฟล์ดังกล่าวแล้วพบว่า ไม่ได้ช่วยให้เครื่องเร็วขึ้นอย่างที่คิด แถมบางกรณียังทำให้เปิดโปรแกรมช้าลงอีกด้วย

สำหรับ Prefetch เป็นระบบที่ Microsoft ออกแบบมาเพื่อช่วยเพิ่มความเร็วในการเปิดโปรแกรม โดย Windows จะบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับไฟล์และส่วนประกอบที่โปรแกรมเรียกใช้งานเอาไว้ เพื่อช่วยให้ระบบเตรียมข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการเปิดโปรแกรมในครั้งต่อ ๆ ไปได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

พูดง่าย ๆ คือไฟล์ Prefetch ไม่ใช่ไฟล์ขยะที่สะสมอยู่ในเครื่อง แต่เป็นข้อมูลที่ Windows สร้างขึ้นมาเพื่อช่วยให้โปรแกรมทำงานได้เร็วขึ้นตั้งแต่แรก ดังนั้นการเข้าไปลบไฟล์เหล่านี้จึงไม่ได้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องอย่างที่หลายคนเข้าใจ เพราะ Windows ต้องกลับมาเก็บข้อมูลการเปิดโปรแกรมใหม่อีกครั้ง

โดย Windows Latest ได้ทดลองลบไฟล์ Prefetch บน Windows 11 พบว่าคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานทั่วไปมีความแตกต่างด้านความเร็วในการเปิดโปรแกรมค่อนข้างน้อย แต่เมื่อนำไปทดลองกับเครื่องเสมือนที่มี RAM 4GB และ CPU 2 คอร์ กลับพบว่า Microsoft Store ใช้เวลาเปิดนานขึ้นอย่างสังเกตได้หลังจากลบไฟล์ Prefetch

อย่างไรก็ตาม ผลทดสอบดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องจะเปิดโปรแกรมช้าลงเท่ากัน โดยเฉพาะเครื่องรุ่นใหม่ที่ใช้ SSD จะความแตกต่างอาจน้อยจนแทบไม่รู้สึก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสเปกเครื่องและรูปแบบการใช้งานด้วย

นอกจากนี้ Microsoft ยังอธิบายว่า Windows มีระบบจัดการไฟล์ Prefetch ให้อยู่แล้ว โดยตั้งแต่ Windows 8 เป็นต้นมา ระบบสามารถเก็บไฟล์ Prefetch ได้สูงสุด 1,024 ไฟล์ และจะทยอยนำไฟล์เก่าออกโดยอัตโนมัติ จึงไม่จำเป็นต้องเข้าไปลบไฟล์เหล่านี้ด้วยตัวเองเป็นประจำ

สำหรับใครที่รู้สึกว่า Windows 11 เริ่มทำงานช้าลง การตรวจสอบโปรแกรมที่เปิดพร้อมเครื่องผ่าน Task Manager การใช้ Storage Sense ลบไฟล์ชั่วคราวที่ไม่จำเป็น หรือการตรวจสอบโปรแกรมที่ใช้ CPU และ RAM มากผิดปกติ ถือเป็นวิธีจัดการปัญหาที่ตรงจุดกว่า

ที่มา : Windows Latest