Microsoft ยอมถอยหลังจากพยายามใส่ Copilot หรือฟีเจอร์ AI เข้าไปในหลายส่วนของ Windows 11 จนถูกผู้ใช้งานวิจารณ์อย่างหนักว่ามี AI มากเกินความจำเป็น ล่าสุดบริษัทเตรียมถอดคำสั่ง AI จำนวน 8 รายการออกจากเมนูคลิกขวาใน File Explorer

ก่อนหน้านี้ Microsoft พยายามทำให้ Copilot เข้ามาช่วยจัดการไฟล์ได้สะดวกขึ้น โดยเพิ่มคำสั่ง AI เข้าไปในเมนูคลิกขวา เช่น สั่งให้ AI สรุปเอกสาร เปรียบเทียบไฟล์ วิเคราะห์รูปภาพ หรืออ่านข้อความจากภาพได้ทันที โดยไม่ต้องเปิดโปรแกรมอื่นขึ้นมา

แต่ล่าสุด Microsoft ประกาศว่าจะนำคำสั่งเหล่านี้ออกทั้งหมด 8 รายการ ได้แก่

  • Summarize สรุปเนื้อหาในเอกสาร
  • Create FAQ สร้างชุดคำถามและคำตอบจากเอกสาร
  • Compare Files เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างไฟล์
  • Ask a question ถาม AI เกี่ยวกับข้อมูลในไฟล์
  • Explain image ให้ AI อธิบายสิ่งที่อยู่ในรูปภาพ
  • Explain images วิเคราะห์รูปภาพหลายภาพพร้อมกัน
  • Compare images เปรียบเทียบความแตกต่างของรูปภาพ
  • Extract text ดึงข้อความที่อยู่ในรูปภาพออกมาเป็นตัวหนังสือ

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ได้หมายความว่า Microsoft จะลบ Copilot ออกจาก Windows 11 เพราะคำสั่งทั้ง 8 รายการเป็นฟีเจอร์ที่ทำงานร่วมกับ OneDrive เป็นหลัก

โดยผู้ใช้ยังสามารถเรียกใช้งานผ่านเมนู Ask Copilot ได้ตามปกติ เพียงแต่จะไม่มีคำสั่ง AI แยกออกมาให้เลือกหลายรายการเหมือนเดิม ซึ่ง Microsoft ให้เหตุผลว่าต้องการทำให้เมนูใช้งานง่ายขึ้น โดยจะเริ่มทยอยถอดคำสั่งตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายน 2026 และคาดว่าจะเสร็จสิ้นในช่วงต้นเดือนธันวาคม 2026

ก่อนหน้านี้ Microsoft ก็เริ่มลดการแสดงปุ่ม Copilot ในแอปอื่น ๆ มาแล้ว เช่น ถอดปุ่ม Ask Copilot ออกจาก Snipping Tool และ Photos รวมถึงเปลี่ยนชื่อปุ่ม Copilot ใน Notepad เป็น Writing Tools เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้นว่าฟีเจอร์นี้ใช้ทำอะไร

ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางกระแสไม่พอใจของผู้ใช้ Windows 11 ที่มองว่า Microsoft พยายามยัดเยียด AI เข้าไปในระบบมากเกินความจำเป็น จนเกิดคำล้อเลียนว่า “Microslop” ซึ่งมาจาก Microsoft และ AI Slop ที่ใช้เรียกเนื้อหาคุณภาพต่ำจาก AI

แม้ Microsoft จะไม่ได้ยืนยันว่าการถอดฟีเจอร์เหล่านี้เป็นผลจากกระแสต่อต้านโดยตรง แต่ก็ถือเป็นสัญญาณว่าบริษัทเริ่มหันมารับฟังเสียงผู้ใช้งานมากขึ้น และปรับแนวทางการนำ Copilot มาใช้ โดยเน้นฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง มากกว่าการพยายามใส่ AI เข้าไปในทุกส่วนของ Windows 11

ที่มา: Wccftech