ก่อนหน้านี้ Microsoft เคยเผยแพร่บทความแนะนำสเปกสำหรับการใช้งาน Windows 11 และการเล่นเกมบนพีซี โดยระบุว่า RAM 16GB เป็นจุดเริ่มต้นที่เหมาะสม ส่วน RAM 32GB เป็นระดับที่ใช้งานได้แบบสบายใจมากกว่า โดยเฉพาะคนที่เล่นเกม AAA ใช้ม็อดเยอะ หรือเปิดหลายโปรแกรมพร้อมกัน
แต่ล่าสุดบทความดังกล่าวถูกนำออกจากเว็บไซต์ Windows Learning Center ไปแล้ว โดยลิงก์เดิมจะถูกพากลับไปยังหน้าหลักแทน ซึ่งเป็นจังหวะที่ค่อนข้างน่าสนใจ เพราะช่วงนี้ราคา RAM ทั้ง DDR4 และ DDR5 ปรับตัวสูงขึ้นจากความต้องการของตลาด AI และเซิร์ฟเวอร์ ทำให้ต้นทุนพีซีสูงขึ้นตามไปด้วย

ขณะเดียวกัน Microsoft เองก็เพิ่งกลับมาทำ Surface รุ่นเริ่มต้นที่ให้ RAM เพียง 8GB อีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็น Surface Pro 12 นิ้ว หรือ Surface Laptop 13 นิ้ว หลังจากไลน์อัปราคาประหยัดอย่าง Surface Go และ Surface Laptop Go ถูกลดบทบาทลงไป ปัญหาคือแม้จะเป็นรุ่นเริ่มต้นที่ลดสเปกลงมาแล้ว ราคาก็ยังไม่ได้ถูกนัก เมื่อเทียบกับสิ่งที่ผู้ใช้ได้รับ
Microsoft ระบุว่า Surface รุ่น RAM 8GB เพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไป เช่น ท่องเว็บ ทำงานเอกสาร ประชุมออนไลน์ และงาน Productivity พื้นฐาน แต่ในความเป็นจริง สื่อต่างประเทศที่นำเครื่องไปทดสอบกลับพบว่า Windows 11 ใช้ RAM ไปจำนวนมากตั้งแต่หลังเปิดเครื่อง และเมื่อเปิดหลายแอปพร้อมกัน เช่น เบราว์เซอร์ แอปแชต หรือโปรแกรมประชุมออนไลน์ ก็เริ่มมีอาการหน่วงหรือค้างให้เห็น
ประเด็นนี้จึงยิ่งตอกย้ำสิ่งที่ผู้ใช้หลายคนรู้สึกมานานว่า Windows 11 เป็นระบบที่กินทรัพยากรค่อนข้างมาก และในยุคนี้แม้แต่ RAM 16GB ก็เริ่มรู้สึกตึง ๆ สำหรับการใช้งานจริง โดยเฉพาะคนที่เปิดหลายแท็บ หลายแอป หรือทำงานหลายอย่างพร้อมกันเป็นประจำ
การลบบทความที่เคยแนะนำ RAM 32GB ออกจึงดูย้อนแย้งไม่น้อย เพราะด้านหนึ่ง Microsoft เคยบอกเองว่าสเปกระดับนั้นช่วยให้ใช้งานได้สบายกว่า แต่อีกด้านหนึ่งบริษัทกลับกำลังขายอุปกรณ์รุ่นเริ่มต้นที่ให้ RAM เพียง 8GB แล้วบอกว่ายังเพียงพอสำหรับงานทั่วไป
สุดท้ายเรื่องนี้อาจกลายเป็นแรงกดดันให้ Microsoft ต้องยอมรับทางอ้อมว่า Windows 11 ยังใช้หน่วยความจำค่อนข้างสูง และจำเป็นต้องปรับแต่งระบบให้เบาลงจริง ๆ โดยเฉพาะเมื่อบริษัทยังต้องการขายพีซีรุ่นเริ่มต้นที่มี RAM 8GB ต่อไปในยุคที่ผู้ใช้จำนวนมากเริ่มมองว่า 16GB คือขั้นต่ำใหม่ของการใช้งาน Windows แบบไม่อึดอัด
ที่มา : videocardz

Comment