รัฐบาลนอร์เวย์เตรียมออกมาตรการห้ามใช้งานแว่นตาอัจฉริยะหรือ AI Glasses เป็นการชั่วคราวในสถานที่สาธารณะบางแห่ง หลังเริ่มเกิดความกังวลว่าอุปกรณ์ประเภทนี้อาจถูกนำไปใช้ถ่ายภาพ วิดีโอ หรือบันทึกเสียงบุคคลรอบข้างโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ว่ากำลังถูกบันทึกอยู่ได้
แว่นตา AI คืออะไร?
แว่น AI หรือ AI Glasses คือแว่นตาอัจฉริยะที่ผสานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เข้ากับแว่นตา โดยทั่วไปจะติดตั้งกล้อง ไมโครโฟน ลำโพง และระบบเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ ทำให้ผู้ใช้งานสามารถถ่ายภาพหรือวิดีโอ ฟังเพลง รับสาย สั่งงานด้วยเสียง รวมถึงถาม AI เกี่ยวกับสิ่งที่กำลังมองเห็นอยู่ตรงหน้าได้โดยไม่ต้องหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมา


ห่วงถูกแอบถ่ายโดยไม่รู้ตัว
Torgeir Micaelsen รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลของประเทศนอร์เวย์ระบุว่า รัฐบาลมีความกังวลต่อการนำเทคโนโลยีใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงมาใช้งาน ในลักษณะที่ผู้คนอาจถูกถ่ายภาพ ถ่ายวิดีโอ หรือบันทึกเสียงโดยไม่ทราบว่ากำลังถูกบันทึกอยู่ได้
โดยเฉพาะแว่น AI ที่ติดตั้งกล้องและไมโครโฟนเอาไว้ในตัว ทำให้ผู้สวมใส่สามารถถ่ายภาพหรือบันทึกเหตุการณ์ตรงหน้าได้โดยไม่จำเป็นต้องหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมา ซึ่งทำให้บุคคลรอบข้างสังเกตได้ยากกว่าเดิม ทำให้รัฐบาลนอร์เวย์จึงต้องการออกมาตรการชั่วคราวเพื่อให้มีเวลาในการศึกษาเทคโนโลยี ผลกระทบด้านความเป็นส่วนตัว และเปิดการถกเถียงในสังคม ก่อนจัดทำกฎหมายแบบถาวรต่อไป

มีผู้หญิงถูกแอบถ่ายมากขึ้น
องค์กร์ E-enfance กลุ่มพิทักษ์สวัสดิภาพเด็กในฝรั่งเศสระบุว่า ในปี 2026 ได้รับรายงานประมาณ 20 เคส เกี่ยวกับกรณีผู้หญิงถูกถ่ายคลิปโดยไม่ได้รับอนุญาตด้วย “แว่น AI” ที่มีกล้องติดตั้งอยู่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแว่น AI ของ Meta โดยมีเด็กและผู้หญิงถูกเข้าในหาในที่สาธารณะ และโดนแอบถ่ายโดยที่ไม่ได้รับอนุญาต อีกทั้งนำคลิปวิดีโอไปโพสต์บนโชเชียลมีเดีย

เริ่มกำหนดบางพื้นที่อาจอยู่ในพื้นที่ห้ามใช้
เบื้องต้นรัฐบาลจะห้ามใช้แว่นตาอัจฉริยะอาจมีผลบังคับใช้ในสถานที่ที่ความเป็นส่วนตัวมีความสำคัญเป็นพิเศษ เช่น สถานพยาบาล ฟิตเนสที่มีห้องเปลี่ยนเสื้อและห้องอาบน้ำ
อีกทั้งกำลังวางแผนเพื่อพิจารณาเพื่อขยายพื้นที่สำหรับการห้ามใช้งานแว่น AI ในพื้นที่ที่ประชาชนทั่วไปใช้งานเป็นประจำ เช่น สวนสาธารณะ ชายหาด พิพิธภัณฑ์ ห้างสรรพสินค้า โรงเรียน ศูนย์รับเลี้ยงเด็ก คอนเสิร์ต และงานอีเวนต์ในที่สาธารณะ แต่การใช้งานส่วนตัวยังคงได้รับอนุญาต

การตื่นตัวของรัฐบาลนอร์เวย์ครั้งนี้จึงอาจเป็นอีกตัวอย่างสำคัญของการควบคุมอุปกรณ์ AI Wearable รวมถึงแว่น AI ที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้น โดยที่เทคโนโลยีสามารถบันทึกข้อมูลรอบตัวผู้ใช้งานได้มากขึ้นเรื่อย ๆ และทำให้เรื่องความเป็นส่วนตัวของบุคคลอื่นกลายเป็นประเด็นที่ต้องทำให้ชัดเจนมากขึ้น
ที่มา APNews, The Guardian

Comment