มีรายงานว่า Nothing จะถอนตัว และเลิกทำตลาดใน 12 ประเทศขึ้นไป เป็นผลจากวิกฤตแรมแพง และยอดจัดส่งสมาร์ทโฟนที่ลดลง ไปจนถึงแผนเลิกจ้างพนักงานจำนวนกว่า 40% ของบริษัท

Nothing ทรุดหนัก ยอดขายรุ่นใหม่ตก ต้นทุนสูงขึ้น อาจต้องตัดงบเพื่อพยุงสภาวะบริษัท

ข้อมูลจาก Digit ระบุว่าในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า Nothing เตรียมประกาศยุติการทำตลาดใน 12 ประเทศขึ้นไป และรวมไปถึงทวีปหรือภูมิภาคต่าง ๆ เช่น ญี่ปุ่น ตะวันออกกลาง และบางประเทศในยุโรป

นอกจากนั้น Nothing ยังมีแผนที่จะเลิกจ้าง (Layoff) พนักงานที่กระจายอยู่ตามภูมิภาคต่าง ๆ เป็นจำนวนมากถึง 40% ในขณะแผนกวิจัยและพัฒนา (R&D) ปัจจุบันแบ่งสัดส่วนเป็น 70:30 ซึ่งอยู่ในจีนกับลอนดอน ก็อาจโดนผลกระทบเลิกจ้างพนักงานในแผนกเกือบ 50% เช่นเดียวกัน

Phone (4b) ทำยอดจัดส่งปัจจุบันได้เพียง 20,000 เครื่อง

Nothing Phone (4b)

ในรายงานเสริมว่า Nothing Phone (4b) ที่เปิดตัวไปล่าสุด ตอนนี้ทำยอดจังส่งไปได้เพียง 20,000 เครื่องเท่านั้น เมื่อเทียบกับ Phone (4a) และ Phone (4a) Pro ที่ทำยอดขายรวมกันได้ 150,000 เครื่องแล้ว การลดลงของตัวเลขดังกล่าวก็เป็นเรื่องที่ชวนกังวลใจพอสมควร

ยิ่งเทียบกับยอดขายของ Nothing ในปี 2025 ซึ่งทำไปได้ทั้งหมด 2 ล้านเครื่อง ตัวเลขปัจจุบันที่ยังไปได้ไม่ไกลเท่าไหร่สำหรับกลางปี 2026 สะท้อนให้เห็นถึงการรักษาความสม่ำเสมอของยอดขายที่ “เป็นไปได้ยาก” พอสมควร

ไหนจะต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ราคาแรมเด้งขึ้น 4 เท่านับตั้งแต่เดือนกันยายน 2025 และพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ มีแนวโน้มเปลี่ยนสมาร์ทโฟนน้อยลงกว่าเดิม Nothing เรียกได้ว่าตอนนี้เจอโจทย์หินของแท้

CMF Phone 2 Pro

แถม CMF Phone รุ่นใหม่ปี 2026 ก็คอนเฟิร์มแล้วด้วยว่าจะไม่มีเปิดตัวรุ่นใหม่ออกมา เพราะชิปหน่วยความจำราคาแพงมาก

อินเดียยังเป็นตลาดที่มีแนวโน้มดีสำหรับ Nothing

อย่างไรก็ดี “อินเดีย” ยังคงเป็นตลาดที่ Nothing ได้รับการตอบรับที่ดี และสามารถทำยอดจัดส่งสมาร์ทโฟนกับอุปกรณ์เสริม เช่น หูฟัง ได้เป็นอย่างดีจากรายงานของ Counterpoint Research โดยมีการเติบโตมากถึง 105% หากเทียบกับปีที่แล้ว

ผู้ร่วมก่อตั้งปฏิเสธ “โต้ข่าวลือว่าไม่จริง” แค่ปรับโครงสร้างปกติ

คุณ Akis Evangelidis หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง Nothing ออกมาปฏิเสธข่าวลือดังกล่าวบน X ว่าไม่เป็นความจริง ปัจจุบันบริษัทเพียงแค่วางแผนปรับโครงสร้างทีม เพื่อเตรียมพร้อมกับการเติบโตที่มากยิ่งขึ้น

นอกจากนั้น Nothing ยังอยู่ในช่วงกำลังจัดตั้งหน่วยธุรกิจเสริมเฉพาะใหม่ ๆ ขึ้นมาอีกด้วย ซึ่งรวมไปถึงธุรกิจที่เน้นการพัฒนาด้าน AI เป็นหลัก

อย่างไรก็ตาม Akis Evangelidis ระบุว่าการปรับโครงสร้างครั้งนี้อาจส่งผลกระทบต่อทีมงานบางส่วนอย่างแน่นอน แต่ตัวเลขที่หลุดออกมาว่าจะ Layoff มากถึง 40% ก็ดูเป็นตัวเลขที่มากเกินความเป็นจริงไปหน่อย

ต้องมารอดูทิศทางการปรับกลยุทธ์ทางการตลาดของ Nothing กันต่อไปค่ะว่าจะเป็นอย่างไร เพราะปัจจุบันประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในฐานที่ตั้งหลักสำหรับ Nothing ซึ่งตั้งเป้าจะทำตลาดประเทศแถบ South East Asia อย่างจริงจังเลย

ที่มา: Android Headlines

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง